ไม่มีรายการ

3 เทคนิค เช็คเรตติ้ง ค่าตัวมนุษย์เงินเดือน

02 มีนาคม 2563


พูดถึงเรื่องมนุษย์เงินเดือน ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องพูดถึงเรื่อง "เงินเดือน" ที่นายจ้างจ่ายให้ตามผลงาน และผลงานนั้นเกิดจากการประเมินผล ของผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงกว่าหรือหัวหน้าของคุณๆ นั่นเอง

เป็นปกติของรอบการประเมินผลประจำปี ที่จะมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจ กับผลประเมินที่ได้รับ และไม่ว่าเราจะแสดงออกทางความรู้สึกนั้น ให้ผู้อื่นทราบหรือไม่ แต่ในใจเราก็คงรู้อยู่แหละว่า เราโอเคหรือไม่โอเค กับผลลัพธ์นั้น

ที่แน่ๆ มนุษย์เงินเดือนบางคน จะด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามที ดันไปรู้เงินเดือนของเพื่อนร่วมงานอีก! ต่อให้เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของ Privacy และมี Security แน่นหนาผ่านสลิปปิดทึบ ขนาดไหน แต่มันก็หลุดรอดออกไปได้

เพราะธรรมชาติของมนุษย์ อยากรู้ อยากเห็น พอเห็นแล้วก็เกิดการ "เปรียบเทียบ"

เอาล่ะ มากน้อยของใคร ยังไงดิฉันไม่รู้ แต่ที่รู้คือทุกคนก็อยากได้เงินเดือนสูงขึ้นเรื่อยๆ สมกับคุณค่าหรือ Value ของตัวเอง ที่เอา 8 ชม. มาแลกกับค่าจ้างรายเดือน

หลายคนอาจเคยคิดว่า...

ถ้าไปทำที่อื่น คงได้มากกว่านี้

ถ้าไปทำที่อื่น โอกาสเติบโตคงมีมากกว่านี้

ถ้าทำงานอย่างอื่น มันน่าจะดีกว่านี้

ถ้า….

ถ้า….

บทความที่เกี่ยวข้อง : อยากลาออก เปลี่ยนงานใหม่ เงินเดือนต้องเพิ่มเท่าไหร่ดี?

งั้นเลิกนอยด์ เลิกบ่น รวบรวมความกล้า แล้วออกไปเช็คราคาตลาด สกิลอย่างข้าพเจ้านี้ การศึกษาระดับนี้ ตลาดซื้อไหมกับราคาหน้าป้าย วันนี้จะให้ 3 วิธี เอาไปลองทำ เริ่มค่ะ

1. ฝากประวัติไว้กับเว็บหางาน

เด็กจบใหม่อาจจะคุ้นเคยกันดี หลายคนฝากประวัติไว้แค่ไม่กี่วันถ้าคุณสมบัติตรง ก็จะถูก HR แต่ละที่เรียกไปสัมภาษณ์ เรียกได้ว่าเดินสายเข้าสัมภาษณ์ยังกับประกวดนางงาม ท้ายสุดก็ค่อยมาเลือกว่าตัวเอง อยากจะทำงานกับบริษัทไหน

ขณะที่คนทำงานมานานๆ อาจจะห่างหายจากการเริ่มต้นสมัครงานอีกครั้ง เอกสารสำคัญๆ ก็เก็บเข้ากรุไปซะละ แต่คุณไม่จำเป็นต้องรอเปลี่ยนงานด้วยคอนเน็คชั่นเพียงทางเดียว ลองเข้ามาฝากประวัติไว้ได้แบบฟรีๆ แม้ตอนที่กรอกอายุ อาจจะรู้สึกเขินๆ อยู่บ้าง อย่าลืมว่าประสบการณ์ของคุณอาจเป็นที่ต้องการของตลาดก็ได้

เหล่า Recruiter มักจะมาส่อง มาคัดกรองคนจากเว็บสมครงาน เมื่อคุณสมัครและฝากประวัติให้สังเกตด้านล่าง ทางเว็บจะถามว่าเราอยาก "เปิดให้ผู้ประกอบการค้นหาเราได้" หรือว่าดูได้ "เฉพาะบริษัทที่เราสมัครงานไป" ซึ่งถ้าเราอยากมีโมเมนต์ได้รับโอกาสเยอะๆ ก็ควรเลือก "เปิดให้ผู้ประกอบการค้นหาเราได้" ค่ะ

ยกตัวอย่าง เว็บสมัครงานยอดนิยม เช่น

Jobthai / Jobbkk / Jobtopgun สำหรับ 3 เว็บ นี้ ยอดนิยมสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกระดับ ประทับใจ การตลาด การศึกษา การฝึกอบรม การเงิน งานขายไอที คอมพิวเตอร์ บริการลูกค้า ท่องเที่ยว งานโรงแรม บัญชี วิศวกร ฯลฯ ให้ไว ลองเข้าไปสมัคร ฝากประวัติไว้ แล้วรอเช็คเรตติ้งด่วนๆ เลยค่ะ

JobsDB ไม่เพียงแค่พนักงานระดับปฏิบัติการ แต่ระดับบริหารส่วนใหญ่ก็นิยมมาฝากประวัติไว้ที่เว็บนี้ ที่สำคัญถ้าคุณไม่เพียงเก่งแค่งาน แต่ยังมีดีที่ทักษะภาษาอังกฤษอีกด้วยแล้วละก็...เว็บนี้คือแหล่งฝากประวัติที่คุณคู่ควร เท่าที่สำรวจจากเว็บคนที่มาฝากประวัติในเว็บนี้ ส่วนมากเป็นสายงานบริการลูกค้า งานพัฒนาธุรกิจ งานวิศวกรรม และงานสายไอทีค่ะ

ปล. JobsDB ยังได้ระบุไว้ถึงข้อดีของการฝากประวัติไว้ที่นี่คือ ทางเว็บไม่อนุญาตให้ ตัวแทน ประกัน หรือธุรกิจเครือข่าย MLM ค้นหาโพรไฟล์โดยเด็ดขาดค่ะ

LinkedIn ให้คุณนึกถึงหน้าตาของเฟซบุ๊ก LinkedIn เป็น Social Network ที่เน้นเครือข่ายธุรกิจและใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการสื่อสาร แนะนำให้เข้าไปสมัครแล้วกรอกประวัติของตนเองให้แจ่ม ว้าว เพราะเว็บนี้จัดว่าเป็นแหล่งสินค้าเกรดพรีเมี่ยมของ HR หรือพวก Headhunter เลยละค่ะ ถ้าเกรดคุณต้องตา Headhunter คุณก็อาจจะได้รับข้อเสนอดีๆ ก็ได้ เท่าที่ดูนี่คือแหล่งรวมโพรไฟล์ระดับผู้บริหารทั้งนั้น Manager COO CTO CFO ค่าตัวหลักแสน มารวมตัวกันอยู่ที่ LinkedIn ค่ะ

เมื่อฝากประวัติแล้วแมวมองจะติดต่อคุณมาเอง คุณก็ทำงานที่เดิมสวยๆ หล่อๆ ไป แต่ละวันก็แค่รอลุ้นว่าวันนี้บริษัทไหนจะโทรหาบ้าง เพื่อนัดวันเข้าสัมภาษณ์ (อย่าลาออกแล้วค่อยสมัครหางาน เพราะเครดิตจะไม่สู้คนที่ยังมีงานแต่อยากเปลี่ยนงาน)

ปล.ความตื่นเต้นของวิธีนี้ คือ คุณอาจจะเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ถูก HR บริษัทตัวเอง (ที่กำลังเป็นแมวมองหาคนเช่นกัน) ค้นเจอชื่อคุณติดในลิสต์เขาก็ได้ ฮ่าๆ เท่ากับว่าคุณนั้นได้ส่งสัญญาณ "ทางอ้อม" ซะแล้ว

แต่ดิฉันอยากจะบอกว่าสิ่งแรกที่ HR คิดมันคงไม่ใช่การผลักไสไล่ส่ง (ลูกจ้าง) หรอก กลับกัน HR จะได้โจทย์เพิ่มขึ้นคือ "อะไร? ที่ทำให้คุณ..อยากบอกลาบ้านหลังนี้"

เพราะหน้าที่หนึ่งของเขาก็คือ การ Retain หรือรักษาคนไว้นั่นเองค่ะ

2. สมัครงานดิ่งตรงไปบริษัทเป้าหมาย

เพราะฉะนั้น หากใครไม่อยากหวาดเสียวมากนัก ก็เปลี่ยนเป็นแบบ Direct การสมัครงานดิ่งตรงไปที่บริษัทเป้าหมายเลยค่ะ วิธีนี้ไม่ต้องระแวงว่า HR บริษัทเดิม (ที่เรายังทำงานอยู่ทุกวัน) จะมาค้นเจอไหม ก็เข้าไปชอปปิ้ง ตำแหน่งที่เราสนใจ และกรอกเงินเดือนที่เราอยากได้ แล้วส่งใบสมัครออนไลน์ไปตามเว็บต่างๆ (ดังที่บอกไปในข้อแรก) หากเงินเดือนที่เราขอไป บวกกับประสบการณ์ที่เรามีมันตรงกับที่นายจ้างต้องการ ด่านแรกเลยเขาก็จะนัดคุณเข้าไปคุย

จากนั้นก็หน้าที่คุณแล้วล่ะที่จะต้อง "ขายตัวเอง" เทคนิคการสัมภาษณ์งาน การเจรจาต่อรอง มีคนเขียนไว้เยอะแยะในอินเทอร์เน็ตลองค้นหาอ่านได้ แต่อะไรก็ไม่เท่าเราพูดไปจากใจจริงนี่ละค่ะ อย่าไปท่องสคริปต์หรือท่องคำตอบอะไรต่างๆ นาๆ เลย Recruiter เค้าดูออกค่า

3. ใช้คอนเน็คชั่น เพื่อให้คุณได้ไปต่อ

วิธีสุดท้าย เหมาะสำหรับคนที่อายุงานหลายปีดีดัก สายสัมพันธ์กว้างขวางในแวดวงที่ตัวเองทำงานอยู่ (หลายคนอาจใช้วิธีนี้) หรือไม่ก็นอกแวดวงเดิมแต่เพิ่มเติมคือได้เพื่อนใหม่ช่วยเปิดโอกาสงานใหม่ๆ ให้ เมื่อเพื่อนชี้เป้าและเปิดทางแล้ว จากนั้นก็ค่อยไปสมัคร

การใช้คอนเน็คชั่น เท่ากับว่าคุณได้ผ่านการคัดกรองในระดับหนึ่งแล้ว เนื่องจากประสบการณ์ในการทำงานในวงการนั้น เราทุกคนจะมี Reputation หรือชื่อเสียง กิตติศัพท์ ที่คนในวงการรู้จัก เขารู้จักเราในแบบไหน? แบรนด์ของเราใช้ได้มั๊ย?

ไม่ใช่พอพูดชื่อขึ้นมาแล้วภาพของเราที่เพื่อนมองเห็นมันค่อนไปทางลบ แบบนี้อาจจะไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้ามันค่อนไปทางบวก เช่น ทำงานเก่ง ทักษะดี ทัศคติเยี่ยม...แบบนี้ค่อยโอเคหน่อย

ทั้งหมดนี้แหละคือ Reputation ที่สะสมมาของแต่ละคน ตลอดชีวิตการทำงาน

ดังนั้น เพื่อนคนที่แนะนำหรือการันตีคุณนั่นแหละแปลว่า เขา buy คุณ เขาถึงกล้าแนะนำคุณให้กับบริษัท A B C หรือไม่ก็ช่วยกระซิบต่อๆ กันให้กับเพื่อนในวงการ ถ้าคุณสมบัติคุณดี เครดิตผ่านแน่นอนก็จะมีแต่คนโทรหาอยากได้คุณไปร่วมงาน คราวนี้ล่ะ คุณก็น่าจะอยู่ในฝั่งของผู้เลือกบ้างแล้ว

โดยสรุปแล้วการที่คุณได้ไปคุยไปสัมภาษณ์งานที่อื่นบ้าง คุณจะได้ทราบว่าเงินเดือนที่ขอไปนั้น เขา buy คุณหรือไม่ แต่ถ้าพูดคุยกันแล้ว สัมภาษณ์กันไปแล้ว ถ้าโทนมันออกมาในทางตรงกันข้ามเพราะคุณอาจจะโม้สรรพคุณใน Resume มากเกินไป แบบนี้โปรดถอยกลับมาตั้งหลักที่เดิมอย่างด่วน Please

สุดท้ายนี้ดิฉันขอฝากไว้ว่าไม่ว่าค่าตัวเราจะมากหรือน้อยเท่าไหร่ ก็ไม่สำคัญเท่ากับ "เรามีเหลือเก็บเท่าไหร่" เพราะหากบริหารเงินไม่เป็น ไม่เหลือเก็บออมเลย ไม่ฝึกลงทุนเลย...ชีวิตก็จะชักหน้าไม่ถึงหลัง เป็นวงจรอย่างนี้อยู่ร่ำไป

บทความที่เกี่ยวข้อง : 7 วิธีเก็บออมเงินง่ายๆ สไตล์สาวมินิมอล

บทความที่เกี่ยวข้อง : โนสน โนแคร์! ทางแก้พฤติกรรมออมเงินยาก

#สนับสนุนให้มนุษย์เงินเดือนเก็บออม #สนับสนุนให้มุษย์เงินเดือนออมก่อนจ่าย
แล้วพบกันบทความถัดไปค่ะ

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ