ไม่มีรายการ

3 วิธี แก้ช้อปออนไลน์เพลินจนเกินงบ

15 มกราคม 2563


 

แก้ปัญหาช้อปเพลินจนเกินงบได้อย่างไร?

 

นักช้อปออนไลน์ท่านใดเป็นแบบนี้บ้าง ช้อปเพลินจนลืมว่า “สั่งอะไรไปบ้างว่ะ” 55+

 

แต่ช้อปเพลินจนลืม ก็ยังดีกว่าช้อปเพลินจนเกินงบ

 

บ่อยครั้งที่เราสั่งของออนไลน์ โดยคิดว่ายอดนิดเดียวเอง ของมันต้องมี ของมันต้องใช้ แต่ยอดนิดเดียวเหล่านั้น รวมกันหลายยอด มันก็เยอะได้เหมือนกัน

 

ยิ่งถ้ายอดเหล่านั้น เราไม่ได้จ่ายด้วยเงินสด แต่จ่ายผ่านบัตรเครดิต ถ้าเกิดหมุนเงินไม่ทัน จนต้องจ่ายขั้นต่ำ หรือไม่ได้จ่ายยอดเต็ม ภาระที่ตามมาก็คือดอกเบี้ย ซึ่งดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่ใช่ถูก 28% นะพี่จ๋า

 

ช้อปออนไลน์ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นไม่ต้องฝ่ารถติดออกไปข้างนอกเพื่อนซื้อของที่ต้องการ เพราะช้อปออนไลน์เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วมือกดสั่ง รอไม่กี่วันก็มาส่งถึงบ้าน แถมยังมีสารพัดสิ่งของมากมายให้เลือกซื้อ บางอย่างเป็นของที่หาซื้อได้ยากมาก แต่ช้อปออนไลน์จัดให้ได้หมด อีกทั้งยังมีโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม จนบางอย่างราคาถูกกว่าสินค้าที่สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาด

 

เคยเป็นมั้ย? ไปเดินดูของในห้างสรรพสินค้า เพื่อดูว่าของชิ้นนั้นเป็นอย่างไร และเทียบราคา สุดท้ายกลับมากดซื้อออนไลน์ เพราะมันถูกกว่า ^^

 

ด้วยความง่าย สินค้าหลากหลาย จนหลายคนเพลิดเพลินไปกับช้อปออนไลน์

 

แต่อย่าลืมไปว่า ช้อปออนไลน์ก็มีข้อเสียเหมือนกัน

 

สินค้าบางอย่างก็ต้องวัดดวงว่าจะตรงปกรึเปล่า ใช้ดีจริงมั้ย หรือจะไม่ชำรุด เสียหายระหว่างขนส่งโดยเฉพาะการลุ้นไม่ให้ของเสียหาย ยิ่งของชิ้นนั้นราคาสูง เพราะถึงแม้หากชำรุด จะสามารถส่งคืนได้ แต่ก็ยุ่งยากและใช้เวลานาน รอแล้วรออีกกว่าจะได้เงินคืน จนสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจ

 

แต่ก็นั่นแหละ รีวิวจากผู้ซื้อ ความน่าเชื่อถือของเจ้าของแบรนด์ และการพัฒนาระบบของเจ้าของแอพฯ จนสร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้ออย่างเรา ๆ หรือจะเป็นความสุขเล็ก ๆ จากการได้รับของในวันที่บรรดาพี่ ๆ มาส่งของถึงบ้าน สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเสพติดการช้อปออนไลน์ จนท้ายที่สุดกลายเป็นช้อปเพลินจนเกินงบ


แล้วจะแก้ปัญหาช้อปเพลินจนเกินงบได้อย่างไร?

 

1. เริ่มต้นด้วยการจด แบ่งหมวดหมู่กับของที่ช้อปออนไลน์

จดเพื่อดูว่าแต่ละเดือนเราใช้จ่ายกับการช้อปออนไลน์ไปเท่าไหร่ โดยแบ่งหมดหมู่ว่าของที่เราซื้อมานั้นจำเป็นหรือไม่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต เพราะของบางอย่างที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ที่เราต้องกินต้องใช้ เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน น้ำยาซักผ้า เป็นต้น สามารถหาซื้อได้จากการช้อปออนไลน์ บางครั้งถูกกว่าไปซื้อตามห้างสรรพสินค้าด้วยซ้ำ แถมไม่ต้องฝ่ารถติด แดดร้อน หิ้วของหนักกลับบ้านอีกด้วย เพราะช้อปออนไลน์มีคนมาส่งให้ถึงที่

การจดโดยแบ่งหมวดหมู่จะทำให้เราเห็นว่าระหว่างสิ่งของจำเป็นกับของฟุ่มเฟือย มียอดใช้จ่ายจากการช้อปออนไลน์เท่าไหร่บ้าง คิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของรายได้หรือเงินเดือน ในส่วนที่เป็นของฟุ่มเฟือยถ้าตัดเป็นเงินออมจะได้มั้ย เป็นต้น

 

2. วางงบช้อปออนไลน์

ของใช้จำเป็นหากซื้อออนไลน์อาจจะไม่ต้องไปจัดการอะไรมากนัก เพราะโดยปกติเราก็มักจะกินใช้อยู่แค่นั้น ฉะนั้น จึงต้องโฟกัสของฟุ่มเฟือย ที่มักจะพ่วงด้วยข้ออ้าง “ของมันต้องมี ของมันต้องใช้” โดยวางงบเลยว่าแต่ละเดือนซื้อได้เท่าไหร่ และต้องทำตามอย่างเคร่งครัด

งบช้อปออนไลน์อาจจะวางแผนไว้ง่าย ๆ เช่น 10% ของรายได้ต่อเดือน โดย 5% ซื้อของจำเป็น อีก 5% ซื้อของสนองความสุขให้ตนเอง เป็นต้น ซึ่งงบส่วนนี้ก็จะขึ้นอยู่กับรายได้และพฤติกรรมการช้อปออนไลน์ของแต่ละคน ซึ่งเราจะรู้ตัวเองดีที่สุด ก็ลองเอาไปรับใช้กันดูครับ

 

3. จำกัดเวลาช้อปออนไลน์

ข้อนี้สำหรับคนที่เสพติดหนัก เสพติดจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ติดหนักจนถึงแม้จะใช้ 2 วิธีแรกก็แล้ว แต่งบช้อปออนไลน์ยังเกินงบ มันก็คงต้องห่างกันบ้าง

จำกัดเวลาเข้าแอพช้อปออนไลน์ เพราะถ้ายิ่งเห็นยิ่งกระตุ้นความอยาก อยากได้ไปหมด จนกดซื้อรัว ๆ ซื้อจนลืมว่าสั่งซื้ออะไรไปบ้าง

ไม่เห็นก็อาจจะช่วยลดความอยากได้บ้าง หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ ขาช้อปออนไลน์ทั้งหลาย

 

ดาวน์โหลด​แอปฯ Lumpsum​ ฟรี ได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้
iOS
Android

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ