ไม่มีรายการ

กู้เงินมาลงทุน ดีมั้ยนะ? #2

15 กรกฎาคม 2563


...นอกจากคิดกู้เงินซื้อคอนโดมาปล่อยเช่า เพื่อนสาวคนสวยยังคิดจะกู้มาลงทุนอย่างอื่น อย่างพวกซื้อหุ้น กองทุนรวมอีกด้วย

แต่บอกได้เลยว่า “อย่าหาทำ” เด็ดขาด ด้วยเหตุใดให้ติดตาม

“ทำไมเธอถึงบอกว่าอย่าคิดกู้เงินมาลงทุนพวกหุ้น กองทุนรวม อะไรพวกนี้ละ?”

“ให้ฟังอย่างตั้งใจนะ สงสัยตรงไหนค่อยถาม”

“ได้จ้า”

ตลาดหุ้นเหมาะสำหรับคนที่ถือเงินเย็น ไม่เหมาะกับคนที่ใช้เงินร้อน หรือเงินกู้ที่มีต้นทุน เพราะมักทนแรงเสียดทานจากความผันผวนของตลาดหุ้นในบางช่วงเวลาไม่ได้

ดอกเบี้ยเงินที่กู้มาวิ่งทุกวัน แต่หุ้นไม่ได้วิ่งขึ้นทุกวัน หุ้นมีขึ้นมีลง

ภาระดอกเบี้ยจะตามไล่จี้ คนที่กู้มาลงทุนจึงมักใช้วิธีเก็งกำไรระยะสั้น ซึ่งการเก็งกำไรระยะสั้นความเสี่ยงก็จะยิ่งสูงขึ้น มากกว่าการถือลงทุนระยะยาว

แถมการทำกำไรจากการเก็งกำไรไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะนักลงทุนระดับปลาซิวปลาสร้อย หรือแมงเม่าทั้งหลาย เพราะตามสถิติการเก็งกำไรจะขาดทุนมากกว่าได้กำไร

“แล้วถ้าชั้นกู้มาซื้อหุ้นแบบลงทุนระยะยาวละ?”

“ไม่ได้เหมือนกัน”

แม้การลงทุนระยะยาว เวลาจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา แต่ดอกเบี้ยหรือเงินต้นที่กู้มาต้องจ่ายอย่างสม่ำเสมอ ปกติก็เป็นรายเดือน แต่หุ้นที่ลงทุนระยะยาวว่ากันเป็นปีหรือหลายปี ระหว่างทางจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายหนี้

“อ้อ เข้าใจละ”

ที่จริงแล้วการกู้เงินมาซื้อหุ้นเป็นกฎข้อห้ามเบื้องต้นที่นักลงทุนรู้กันดี แต่บางครั้งด้วยสถานการณ์บางอย่างก็พลอยทำให้นักลงทุนแหกกฎ เพราะความโลภออกมาทำงาน โดยเฉพาะในยามที่ตลาดหุ้นร้อนแรง คึกเป็นกระทิง เพราะตลาดขาขึ้น ซื้อหุ้นตัวไหนก็มีกำไร จนดูเหมือนว่าหุ้นเป็นเรื่องง่าย ความโลภก็จะยิ่งออกมาทำงานมากขึ้น ยิ่งหาเงินมาเติมพอร์ต ลงทุนกันเต็มสูบ

“เหมือนเธอตอนนี้ไง โลกสวย รู้ตัวรึเปล่าว่าความโลภออกมาทำงานแล้ว”

“แหะๆ”

ในจังหวะตลาดหุ้นขาขึ้น การกู้เงินมาซื้อหุ้น หากถูกจังหวะ ผลตอบแทนที่ได้อาจคุ้มกับความเสี่ยง กำไรที่ได้ครอบคลุมดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต้องจ่าย แต่หากวันหนึ่งหุ้นทรุดตัว ปัญหาใหญ่ก็จะตามมาทันที

“เละตุ้มเป๊ะ”

“อย่าขู่เยอะ กลัวแล้วจ้า”

หึหึ

การเป็นนักลงทุนที่ดีต้องตระหนักถึงวินัยการลงทุน เข้มข้นกับกฎการลงทุน อย่าแหกกฎ

โดยเฉพาะเรื่องเงินลงทุนที่เป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุน

เงินที่จะนำมาลงทุนในหุ้น ต้องเป็นเงินเย็นหรือเงินออมที่ถูกแบ่งสรรไว้แล้วเท่านั้น!!

เพราะถ้าผิดพลาดก็ไม่ต้องดิ้นทุรนทุราย อย่างมากก็หมดแค่เงินเย็นที่เอามาลุยกับหุ้นไว้เท่านั้น

“ที่นี้ยังจะคิดกู้เงินมาซื้อหุ้นอีกมั้ย?”

“ไม่แล้วจ้า ค่อย ๆ แบ่งเงินเก็บมาลงทุนดีกว่าเนอะ”

“ดีมาก ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ ค่อยน่ารักหน่อย”

“แน่นอน แต่เอ๊ะ ชั้นไม่ชั้นน้องหมานะ”

“หล่อนคิดไปเอง 55+”

“แล้วกองทุนละ กู้มาซื้อได้มั้ย?”

“ไม่ได้!!”

กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นก็จะคล้ายกับเราซื้อหุ้นเอง เหตุผลเดียวกับหุ้น แต่ถ้าเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้น เมื่อความเสี่ยงน้อยกว่า ผลตอบแทนก็ย่อมน้อยตามไปด้วย ตามกฎ High risk high return ซึ่งผลตอบแทนที่ได้อาจไม่คุ้มกับดอกเบี้ยของเงินที่กู้มา

“จริงด้วยแหะ”

 

สรุปจ้า

• การลงทุนด้วยเงินเย็นจะเกิดความได้เปรียบ เพราะไม่มีต้นทุนเหมือนเงินกู้

• สามารถรอเวลาหรือโอกาสได้ ไม่ต้องรีบซื้อ หรือรีบขาย (การเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงมากกว่า)

• เมื่อซื้อหุ้นไว้แล้ว หากตลาดหุ้นผิดไปจากคาด สามารถถือลงทุนระยะยาว (เวลาช่วยลดความเสี่ยง) แถมแรงกดดันน้อยกว่าการกู้เงินมาลงทุน เพราะไม่มีภาระดอกเบี้ย

• กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นก็มีเหตุผลคล้ายหุ้น แต่ถ้าเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนสินทรัพย์อื่น ผลตอบแทนอาจไม่คุ้มกับภาระดอกเบี้ยจ่าย

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ