ไม่มีรายการ

ซื้อขายตราสาร DR อ้างอิงหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่ระดับโลกผ่านตลาดหุ้นไทย

15 กุมภาพันธ์ 2565


“อย่าใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว” ฉันใด
ในโลกการลงทุนก็ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกันทั้งหมด
หรือลงทุนในช่องทางใดช่องทางหนึ่งเพียงอย่างเดียวฉันนั้น

รู้หรือไม่ ว่าตอนนี้มีการลงทุนรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า Depositary Receipt หรือ DR
ที่ทำให้การซื้อขายหุ้นหรือกองทุน ETF ต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย
เพราะสามารถซื้อขายเป็นสกุลเงินบาทบนกระดานหุ้นไทยได้เลย

ล่าสุดกับตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศของ บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ที่ออกโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
BABA80 เป็นตราสาร DR ที่อ้างอิงหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง อาลีบาบา ตัวแรกของประเทศไทยที่กำลังจะซื้อขายได้ real time บนกระดานหุ้นไทย
เปิดให้จอง IPO 14 - 17 ก.พ. นี้

ALIBABA DR จะน่าสนใจลงทุนมากน้อยแค่ไหน
และช่องทางการลงทุนรูปแบบใหม่นี้จะง่ายเพียงใด
ไปติดตามกันได้เลยครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม

คําเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทําความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูล

หมายเหตุ : การจัดสรรขึ้นกับดุลยพินิจของผู้จัดจําหน่ายแต่ละราย รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขการจัดจําหน่าย
เป็นไปตามที่กําหนดในหนังสือชี้ชวน

 

นักลงทุนคงคุ้นเคยกับประโยค “อย่าใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว” นั่นคือ เราไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกันทั้งหมด หรือลงทุนในช่องทางใดช่องทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว

การลงทุนในประเทศเพียงอย่างเดียว อาจทำให้นักลงทุนต้องแบกรับความเสี่ยงจากปัจจัยภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ สถานการณ์ทางการเมือง และอีกมากมาย รวมถึงประสิทธิภาพของตลาดการลงทุนไทยเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศแล้ว ยังนับว่ามีขนาดเล็กและมูลค่าการซื้อขายน้อยมาก จนถูกจัดเป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่เสมือนเป็นตลาดทางเลือก

ดังนั้น การลงทุนต่างประเทศจึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีในการกระจายการลงทุน (Asset Allocation) ช่วยบริหารความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

ล่าสุดมีช่องการลงทุนหุ้นต่างประเทศรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2561 คือ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ Depositary Receipt (DR) ที่ทำให้การลงทุนหุ้นต่างประเทศรายตัวเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

 

ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ Depositary Receipt (DR) คือตราสารที่เกิดจากการที่ผู้ออกตราสารซึ่งต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากสํานักงาน ก.ล.ต. ซื้อหลักทรัพย์อ้างอิงต่างประเทศมา และนํามาออกและจดทะเบียนเป็นตราสาร DR ในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้นักลงทุนสามารถซื้อขายได้ในรูปแบบของสกุลเงินบาท โดย DR จะมีอัตราอ้างอิงตามที่ผู้ออกตราสารกำหนด เช่น สัดส่วนหุ้นต่างประเทศ 1 หลักทรัพย์ = 100 DRs เป็นต้น

ผลตอบแทนจากการลงทุนใน DR จะเหมือนกับการลงทุนหุ้นในประเทศไทย คือ

1. กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital gain) ของ DR โดยปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อราคา DR คือ ราคาของสินทรัพย์อ้างอิงในต่างประเทศ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทนั้น ๆ และอีกปัจจัยคืออัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่หลักทรัพย์ต่างประเทศนั้น ๆ ซื้อขาย นอกจากนี้อาจมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความต้องการของนักลงทุนในตลาด เวลาทำการเปิดปิดของตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น

2. เงินปันผล (Dividend) ผู้ถือ DR มีโอกาสได้รับเงินปันผลหรือสิทธิประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์ต่างประเทศ เมื่อหุ้นอ้างอิงประกาศจ่ายเงินปันผล เราก็จะได้รับเงินปันผลเช่นเดียวกัน กล่าวคือผู้ถือ DR จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เสมือนไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ต่างประเทศโดยตรง สำหรับการจ่ายเงินปันผล ผู้ออก DR จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม โดยมีเงื่อนไขเป็นไปตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดไว้ในข้อกำหนดสิทธิ

DR ช่วยให้นักลงทุนไทยโดยเฉพาะรายย่อย สามารถซื้อขายหุ้นต่างประเทศชั้นนําได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ผ่านตลาดหุ้นไทยได้เหมือนหุ้นทั่วไป (เปรียบเสมือนซื้อขายหลักทรัพย์ไทยตัวหนึ่ง) โดยไม่จําเป็นต้องเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ (ใช้บัญชีซื้อขายหุ้นไทยที่มีอยู่กับโบรกฯ ไหนก็ได้ซื้อขายได้เลย) จึงนับเป็นการยกระดับการลงทุนและลดข้อจํากัดการลงทุนหุ้นต่างประเทศของนักลงทุนไทย

DR จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและแสวงหาโอกาสในการลงทุน ไปยังหุ้นหรือ ETF ต่างประเทศ ทั้งการเก็งกำไรระยะสั้นเพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนตามสภาวะตลาด หรือเพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนระยะยาว อีกทั้งสามารถซื้อขายได้สกุลเงินบาท จึงไม่มีภาระเรื่องการโอนเงินระหว่างประเทศ

6 จุดเด่น หุ้นอาลีบาบา

1. อาลีบาบาเป็นผู้นําอันดับ 1 ในโลกในแง่ยอดขายธุรกิจค้าปลีก (Gross Merchandise Volume) โดยอาลีบาบามีธุรกิจตลาดขายปลีกบนโลกออนไลน์ที่เป็นที่นิยมขนาดใหญ่ที่สุดในจีน (GMV) อย่าง Taobao และ ธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Tmall ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

2. อาลีบาบามีฐานลูกค้าประจํารายปีในจีนที่แข็งแกร่ง ณ ธ.ค. 64 อาลีบาบามีจํานวน Annual active account อยู่ 953 ล้านราย จากประชากรทั้งสิ้น 1.4 พันล้านคน ซึ่งมีการเข้าถึง (penetration) ลูกค้าในเมืองหลัก ๆ สูงถึง 99 % ในขณะที่เมืองรองยังเติบโตได้อีก โดยมี penetration อยู่เพียงแค่ 81% และ 71%

3. ธุรกิจในเครือของอาลีบาบามีความหลากหลาย นอกจากธุรกิจ e-Commerce แบบ B2C (Tmall) และ C2C (Taobao) แล้ว อาลีบาบายังมีธุรกิจในเครือที่หลากหลายเพื่อตอนสนองความต้องการของลูกค้า ทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคล เช่น ธุรกิจการเงิน (Alipay), ธุรกิจสื่อมีเดียและความบันเทิง (Youku) และธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ (Cainiao)

4. อาลีบาบาเป็นผู้นําทางด้าน Cloud Computing ระดับโลก โดย Alibaba Cloud มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ในแง่ของ Infrastructure as a Service ซึงเป็นผลมาจากความต้องการทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของผู้บริโภค

5. อาลีบาบาได้พัฒนาธุรกิจอื่นๆ เพื่อขยายการเติบโตนอกเหนือประเทศจีน โดยเร่งรุกเข้าพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียใต้ผ่านธุรกิจ Lazada ซึ่งมี E-Commerce penetration อยู่แค่ 11%

6. หุ้นของอาลีบาบาติดอันดับการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยมีมูลค่าการซื้อขาย ณ วันที่ 25 ม.ค. 65 อยู่ที่ 6.6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง และมีจํานวนหุ้นซื้อขายอยู่ที่ 54.8 ล้านหุ้นต่อวัน

ที่มา : 2021 Alibaba Annual Report, Alibaba Investor Day, HKEX Website

ธนาคารกรุงไทยได้รับอนุญาตจากสํานักงาน ก.ล.ต.ให้เป็นผู้ออก DR (Issuer) นับเป็นการออก Depositary Receipt (DR) อ้างอิงหุ้นสามัญต่างประเทศเป็นครั้งแรกในประเทศ โดยอ้างอิงหุ้นสามัญของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนําระดับโลกอย่างอาลีบาบา (Alibaba)

เปิดให้จองซื้อหุ้น Alibaba DR ครั้งแรก (IPO) ระหว่าง 14-17 ก.พ. 2565 ผ่าน บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส (เฉพาะ IPO)

ภายหลังจาก IPO สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนใน Alibaba DR สามารถใช้บัญชีซื้อขายหุ้นไทยที่มีอยู่กับบริษัทหลักทรัพย์ใดก็ได้ในการส่งคําสั่งซื้อขาย DR ได้ทันทีโดยค้นหาสัญลักษณ์ BABA80 ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. 65 เป็นต้นไป (BABA80 มีธนาคารกรุงไทยเป็น Market maker คอยดูแลสภาพคล่องในตลาด)

รายละเอียดเพิ่มเติม

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ