SEF ทดแทน LTF ได้จริงหรือ ?


 

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า "กองทุนรวมหุ้นระยะยาว" หรือ LTF จะไม่ได้รับการต่ออายุสิทธิพิเศษทางภาษีซึ่งจะสิ้นสุดปีนี้ โดยจะถูกแทนที่ด้วย “กองทุนหุ้นยั่งยืน” หรือ SEF ซึ่งกระทรวงการคลังเห็นชอบและรับหลักการจากสภาธุรกิจตลาดทุน (FETCO) ไปแล้วเมื่อ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา

 

ทีนี้เจ้ากองทุน SEF มีความเหมือนหรือแตกต่างกับ LTF อย่างไร ?



แน่นอนว่า SEF จะยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเหมือนเดิม เพียงแค่ปรับรายละเอียดเล็กน้อย

 

คือเดิมเราซื้อ LTF ได้ 15% สูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาท แต่ SEF จะซื้อได้ 30% แต่ไม่เกิน 2.5 แสนบาท

 

หมายความว่าผู้ที่มีรายได้ปานกลาง-น้อย จะซื้อได้มากขึ้น เพราะหลักเกณฑ์เดิมอื้อฐานภาษีผู้มีรายได้สูงมากกว่า

 

ซึ่งเป็นการแก้กฎเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ที่มักถูกมองว่า LTF ให้ประโยชน์ต่อคนรวยมากกว่า

 

ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ FETCO ผู้เป็นตัวตั้งตัวตีในการนำเสนอเรื่องนี้ระบุว่า

 

"เดิมผู้ลงทุนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่เกิน 15% ของรายได้พึงประเมิน แต่ SEF จะเพิ่มเป็น 30% สะท้อนว่ากองทุนใหม่นี้จะเอื้อประโยชน์ให้กับคนรายได้น้อยถึงปานกลางมากขึ้น"

 

ลองยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติว่า เรามีรายได้ 1 ล้านบาทต่อปี

เดิมจะซื้อ LTF ได้ 15% X 500,000 = 75,000 บาท แต่ SEF จะซื้อได้ 30% X 500,000 = 150,000 บาท

 

ซึ่งหากมีรายได้สูงเช่น 2 ล้านบาทต่อปี จะคำนวณออกมากได้ดังนี้

เดิมซื้อ LTF 15% X 2,000,000 = 300,000 บาท แต่ SEF จะซื้อได้ 30% X 2,000,000 = 250,000 บาทเท่านั้น

 

ถือว่าสนับสนุนการออมต่อมนุษย์เงินเดือนอย่างเต็มที่...

 

ขณะที่ระยะเวลาถือครองก็ยังคงไว้ที่ 7 ปีปฏิทินเหมือนเดิม เพื่อสนับสนุนการลงทุนระยะยาว

 

แล้วสินทรัพย์ที่กองทุนจะไปลงทุนคืออะไร ?

 

เดิม LTF จะลงทุนในหุ้นไม่ต่ำกว่า 65%

 

แต่ SEF จะลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน,หุ้นบรรษัทภิบาล และหุ้นที่ทำธุรกิจยั่งยื่น ไม่ต่ำกว่า 65%

 

LTF กับ SEF ต่างกันตรงไหน ?



ไม่ต่างกันมาก เพราะเป็นหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ มีการเติบโตระยะยาว และ มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ



ซึ่งผู้จัดการกองทุนแต่ละแห่งต้องบริหารพอร์ตอย่างเต็มความสามารถอยู่แล้ว เพื่อผลตอบแทนที่ดีที่สุด

 

เท่ากับว่าแทบจะไม่มีอะไรแต่งต่างกันมากนัก ที่สำคัญผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น แน่นอนว่ามักมีคำถามเกิดขึ้น เช่น



1. LTF จะยกเลิกแล้วยังซื้อได้อีกไหมในปีนี้ (ตอบเลยว่า ได้แน่นอน เพื่อลดหย่อนภาษีของปีนี้)



2. LTF ที่ถือค้างอยู่ผลตอบแทนจะไม่ดีเหมือนเดิม



อันนี้เข้าใจผิด เพราะผู้จัดการกองทุนจะบริหารเงินให้เหมือนเดิม ไม่ปล่อยทิ้งแน่นอน



เพียงแต่ขนาดกองทุนจะลดลงจากการขายของนักลงทุนที่ถือครบเงื่อนไข



รู้แบบนี้แล้วอย่ารอช้า รีบไปซื้อ LTF ได้แล้วยิ่งหุ้นตกขนาดนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีเลย

 

ข้อแตกต่างของกองทุน LTF กับ SEF

 

โหลดแอป Lumpsum ตรวจเช็คสุขภาพการเงินที่นี่…(android / iOS)
--------------------------------------
Lumpsum แอปฟรี app การเงิน จาก efin วางแผนการเงินที่ครบถ้วนที่สุด ใช้ง่าย เหมาะกับทุกคน ช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่าย วางแผนเพื่อการเกษียณอายุ วางแผนภาษี และลงทุนในกองทุนและประกันชีวิต


15 สิงหาคม 2562

บทความแนะนำล่าสุด