ไม่มีรายการ

รายจ่ายสุขภาพเพิ่มขึ้น...คุณพร้อมรับมือแล้วหรือยัง?

05 กุมภาพันธ์ 2563


 

เหตุการณ์ต่าง ๆ ทั่วโลกในเดือนแรกของปี!!!

1. ไฟป่าออสเตรเลีย

2. ฝุ่น PM 2.5 ในไทย

3. เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาด

4. ความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน - อเมริกา (อย่ากลายเป็นสงครามเลย)

5. ภูเขาไฟปะทุที่ฟิลิปปินส์

6. แผ่นดินไหวตุรกีขนาด6.8 ตามมาตราริกเตอร์

7. น้ำท่วมบราซิล ตาย 270 ศพ

8. โคตรฝูงตั๊กแตนถล่มแอฟริกาตะวันออก

9. ไข้ลาซาสที่ไนจีเรีย

10. เครื่องบินยูเครนตก (อิหร่านยิงผิด)

ปี 2020 ผ่านไปแค่เดือนเดียว แต่หลากเหตุการณ์ร้ายถาโถม ทั้งหนักและเบา ซึ่งหลายเหตุการณ์การณ์กระทบกับสุขภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM 2.5

อากาศบริสุทธิ์เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทุกคนพึงมี และควรได้รับโดยไม่ต้องเรียกร้อง

แต่วันนี้อากาศบริสุทธิ์กลับเปลี่ยนไป จากอากาศบริสุทธิ์ที่ไม่มีต้นทุน ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีต้นทุน กลายเป็นสิ่งที่ต้องจ่าย ต้องเรียกร้องให้ได้มา

หน้ากากอนามัยก็ต้องใส่ เครื่องฟอกอากาศก็ต้องซื้อ

คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ยิ่งแล้วใหญ่ เสี่ยงเจ็บป่วยจากปัญหาฝุ่นหนักไปกว่าเดิม บางคนต้องเข้าไปหาหมอ เสียค่ารักษาพยาบาล

ปัญหาฝุ่นยังไม่หมด ยังถูกซ้ำเติมด้วยเชื้อไวรัสโคโรน่าระบาดอีก!!

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริง ๆ

ในวันที่สุขภาพมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากปัจจัยที่เราไม่สามารถเลี่ยงได้

ฝุ่น PM2.5 ตามติด จะออกกำลังกายกลางแจ้งเพื่อดูแลสุขภาพก็ลำบาก

เดินทางออกนอกบ้านก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งหน้ากากนี้ก็ต้องซื้อ

อยู่ในบ้านก็ใช่ว่าอากาศจะดี ซื้อเครื่องฟอกอากาศมาช่วย อ้าว! เสียเงินอีกแล้ว

ทางไหนก็มีแต่จ่าย!!!

นอกเหนือจากรายจ่ายสุขภาพข้างต้น

“ประกันสุขภาพ” จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็น ที่ตอนนี้แทบจะขาดไม่ได้

 

ประกันสุขภาพแบ่งตามลักษณะความคุ้มครองออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

1. ประกันสุขภาพผู้ป่วยใน (IPD)

ผู้เอาประกันต้องนอนในโรงพยาบาลอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เนื่องจากเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ

2. ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD)

ผู้เอาประกันเจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ไม่ต้องแอดมิด พวกจำป่วยเล็กน้อย

3. ประกันสุขภาพร้ายแรง (ECIR)

เป็นประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มรองโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาเฉพาะทาง หรือมีความซ้ำซ้อน เช่น มะเร็ง หัวใจ เป็นต้น

4. ประกันอุบัติเหตุ (PA)

เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อุบัติเหตุ ทั้งค่ารักษาพยาบาล และค่าสินไหม ในกรณีสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต

5. ประกันชดเชยรายได้

ให้ความคุ้มครองรายได้ระหว่างพักรักษาตัว โดยจะชดเชยเฉพาะรายได้เท่านั้น ไม่ครอบคุลมถึงค่ารักษาพยาบาล

จะเห็นว่า 4 ประเภทแรก จะให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ส่วนประเภทสุดท้ายชดเชยรายได้

ซึ่งเป็นส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามา ดังนั้น นอกจากประกันสุขภาพ 4 ประเภทแรกแล้ว หากทำประกันชดเชยรายได้ควบคู่ไปด้วย

นอกจากจะช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาล ก็ยังได้รับการชดเชยรายได้ระหว่างรักษาตัวไปด้วย

ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นล้วนใช้เงิน จึงนับเป็นอีกหนึ่งในค่าใช้จ่ายจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (เว้นแต่ว่าได้รับสวัสดิการส่วนนี้จากที่ทำงาน ก็พอจะช่วยแบ่งเบาภาระต้องนี้ไปได้บ้าง)


รายได้ - เงินออม = รายจ่าย

สมการนี้ที่ดูเหมือนง่าย แต่บางทีมันก็ไม่ได้ง่ายเลย

ได้เงินมาแล้วให้รีบเก็บก่อน (เก็บโดยนำไปลงทุนต่อด้วยนะ) ว่ายากแล้ว

ด้วยบ่อยครั้งที่เผลอใช้เงินเกินตัว ก็ต้องไปใช้หนี้จนมันไม่เหลือเก็บ

สมการจึงเปลี่ยนเป็น

รายได้ - รายจ่าย = เงินออม

ซึ่งมันมักจะไม่เหลือเก็บ บางครั้งติดลบด้วยซ้ำ

แถมปัจจัยข้างนอกที่เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง ทำให้ในส่วนของรายจ่ายก็ต้องคำนึงถึงรายจ่ายสุขภาพเพิ่มขึ้นอีก

เพราะในวันที่สุขภาพมีต้นทุนสูงขึ้น

ในวันที่การกินอาหารที่มีประโยชน์และตรงต่อเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งที่ไม่เพียงพอสำหรับสุขภาพที่ดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ด้วยความเสี่ยงข้างนอกกระทบ ที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้

รายจ่ายสุขภาพก็ย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

คุณพร้อมรับมือกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้แล้วหรือยัง?

 

อ้างอิง
1. oic.or.th
2. itax.in.th
3. krungsri.com

 

เลือกแบบประกันฯด้วย​แอปฯ Lumpsum​ ฟรี ได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้
iOS
Android

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ