ไม่มีรายการ

เรื่องติดเครดิตบูโรที่หลายคนมโนกันไปเอง

13 มีนาคม 2563


ณ ร้านลาบแห่งหนึ่ง

ประหยุด : เซ็งว่ะกู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน...น่าจะติดเครดิตบูโร

ประหวิด : เออ...พอกัน มีคนบอกว่าน่าจะติดแบล็กลิสต์จากเครดิตบูโร

สมขิด : พวกแกเคยเบี้ยวหนี้กันมาสินะ

ประหยุด : อื้ออออออออ

ประหวิด : จ้า...

สมขิด : นั่นไง ! มันก็ต้องติดอยู่แล้ว เพราะข้อมูลมันจะไปขึ้นที่เครดิตบูโร

พวกแบงก์หรือบริษัทสินเชื่อต่าง ๆ มันไปขอดูได้หมดเลย

ประหยุด : รู้ได้ไง ?

สมขิด : พี่เชี่ยวชาญด้านนี้ไม่รู้รึ เรื่องการเงิน เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องหนี้ เรื่องลงทุน พี่รู้หมด

อนุทาน : เฮ้ย ! งั้นถามหน่อย เคยเบี้ยวจ่ายเบอร์มือถือมา 2 ค่ายละ

แถมค่าไฟจ่ายช้าจนโดนตัดบ่อยมาก ติดเครดิตบูโรไหมวะ ?

สมขิด : จะเหลือรึ ติดหมด ญาติพี่ย้ายคอนโด

ชิ่งค่าจานดาวเทียม UBC ทุกวันนี้ไม่เห็นกู้อะไรเลย

อนุทาน : ถึงว่า...เมื่อต้นเดือนยื่นทำบัตรเครดิตไปป่านนี้ยังเงียบ สงสัยไม่ผ่านแน่ ๆ

ธรรมนุส : โห เครดิตพังทุกคนเลย

นี่ถ้ามาขายแป้งมันด้วยกันก็ไม่ต้องมีปัญหาละ รายได้ดี เงินสดทั้งนั้น

ประหวิด : แหม...พูดดี ขายแป้งมันอย่างเดียวรึป่าวพ่อคุณ ?

สมขิด : ใช่ ๆ ล่าสัส...เอ้ย ! ล่าสุด เห็นไอ่บ๋อยลูกน้องแก โดนแฉกักตุนหน้ากากหนิ

ประหยุด : เออ...นิสัย ของยิ่งขาดตลาดอยู่

ธรรมนุส : ไอ่บ๋อยไหน ใคร ? ไม่รู้จัก ไม่มี๊ ! อย่าพูดไปเรื่อยเด้อ ฟ้องเด้อ...

 

ทันใดนั้นมีเพื่อนอีก 2 คนเข้ามาหา

 

สำลีพี่สุด : เฮ้ยเรื่องไอ่บ๋อยนี้นะโคตรเฟี้ยเลย พอโดนจับได้มันบอก "ไม่รู้ ไม่มี๊ !" เหมือนแกเลย

ธนากร : แถมแม่มหงายการ์ด "รู้เท่าไม่ถึงการณ์", "ของใครไม่รู้", "ถ่ายเล่นอิงกระแส" บลา ๆ ๆ ๆ

สมขิด : เฮ้อ...สังคมเรา เห็นการ์ตูนหน้ากากเสือฮิต

ก็แห่กักตุน โก่งราคา เราว่าต้องมีคนใหญ่คนโตเกี่ยวข้อง แต่คงทำอะไรไม่ได้...

สำลีพี่สุด : พักก่อนเลยสมขิด ! ก่อนจะว่าคนอื่นน่ะ มาเรื่องแกก่อนเลย

สมขิด : อิหยังว่ะ ?

สำลีพี่สุด : ก็เรื่องเครดิตบูโรเมื่อกี้โคตรมั่วเลย

สมขิด : มั่วยังไง ?

สำลีพี่สุด : แกลืมรึว่า "ธนากร" ทำงานอยู่เครดิตบูโร

สมขิด : ใช่รึ ?

ธนากร : สงสัยไม่เจอกันนาน...

สำลีพี่สุด : ก็ลุง "ตั๊กกี้" พ่อมันเป็นผู้บริหารอยู่ที่นั่น

ประหยุด : เออใช่ ลืมไปเลย เฮ้ย "ประหวิด" ตื่น ๆ ผู้รู้ตัวจริงมาแล้ว

ประหวิด : หาววววววววววววววววววววววว

 

หลังจากนั้นทุกคนก็ตั้งใจฟัง

 

ธนากร : ผิดทุกข้อเลยแก เริ่มจาก...ไม่มีคำว่า "ติดเครดิตบูโร"

เพราะหน่วยงานนี้่ไม่มีหน้าที่ไปติดตราใคร

เป็นเพียงตัวกลางเก็บข้อมูลระหว่างผู้ให้กู้กับผู้กู้เท่านั้น

วัตถุประสงค์เริ่มต้นคือปกป้องเงินฝากประชาชน

สมขิด : ยังไง ?

ธนากร : ก่อนปี 2540 ดอกเบี้ยมันสูงใช่แมะ คนแห่ฝากเงินกันเยอะ

แบงก์ก็เลยเอาเงินฝากไปปล่อยกู้ต่อเพื่อหากำไร

โดยตอนนั้นไม่มีหน่วยงานนี้ ปล่อยกันเพลินเลยล่ะ

ใครใคร่กู้...มากู้ ไม่มีข้อมูลด้านเครดิตอะไรเลย

พอเกิด "วิกฤติต้มยำกุ้ง" บูมมมม !!! เละสิท่าน...

หนี้เสียบานตะไท กระทบเงินฝากประชาชน

จนต้องเอาภาษีไปเติมให้สถาบันการเงิน

ในชื่อเก๋ ๆ ว่า "กองทุนฟื้นฟูฯ"

ซึ่งก็ไม่พอต้องไปกู้ IMF มาเพิ่ม

IMF จึงสั่งให้ไปตั้งหน่วยงานนี้ขึ้่นมาซะ

เพื่อหลังจากนี้จะได้มีข้อมูลด้านเครดิต

คนปล่อยกู้จะได้คิดหน้าคิดหลังก่อนให้กู้

สมขิด : นั่นง่ะ ! ก็มีมาเพื่อบอกว่ากู้ได้หรือไม่ได้อยู่ดี

สำลีพี่สุด : ยัง ยัง ยังจะเถียงอีก

ธนากร : ไม่ใช่ว้อยยยย

คืองี้ "เครดิตบูโร" มีหน้าที่เก็บข้อมูลเฉย ๆ

ใครไปเป็นหนี้ (ในระบบเท่านั้นนะ)

เช่น แบงก์, บริษัทสินเชื่อ, เช่าซื้อรถ เป็นต้น

เหมือนเป็นตัวกลางเก็บข้อมูล

เหมือน "สมุดพก" ของคนเป็นหนี้อะ

ทีนี้เวลาแกไปทำบัตรเครดิตหรือขอสินเชื่ออะไรก็ตาม

มันจะมีใบคำร้องให้ยินยอมตรวจสอบข้อมูลเครดิต

ซึ่งแกก็จะเซ็นส่ง ๆ ไปอะเนอะ เพราะอยากได้เงินเขา

ทีนี้แบงก์ก็จะไปขอข้อมูลจาก "เครดิตบูโร"

ถ้าประวัติไม่ดี เขาก็ไม่ให้ผ่าน

คนตัดสินเรื่องนี้คือแบงก์ไม่ใช่ "เครดิตบูโร" โว้ยยยย

สมขิด : งืมมมม อะ...แต่ถ้าเครดิตไม่ดีก็คือติดแบล็กลิสต์ป่ะ ?

ธนากร : ก็ไม่ใช่อยู่ดี เพราะคำนี้ไม่มีจริง คนเอาใช้ผิดกันเอง

คำว่า "แบล็กลิสต์" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน

มันใช้กับคนที่ก่อคดีอาชญากรรมค้ามนุษย์

"เครดิตบูโร" ไม่มีหน้าที่ไปติดแบล็กลิสต์ให้ใคร

ข้อมูลเครดิตมีแค่ "ไม่ค้างชำระ" กับ "ค้างชำระ" เท่านั้น

แต่ถ้าแกเครดิตไม่ดี เคยค้างชำระ ใครจะให้กู้วะ

ซึ่งคนให้กู้โน่นเป็นคนตัดสินใจ

อนุทาน : เฮ้ยแล้วแบบนี้ค่าโทรศัพท์กับค่าไฟล่ะ ?

ธนากร : พวกสาธารณูปโภคแกไม่จ่ายก็โดนตัดอยู่แล้วป่ะ

เจ้าหนี้ฟ้องขอเงินคืนก็ฟ้องกันไป

แต่ไม่มีข้อมูลใน "เครดิตบูโร"

ประหยุด : อ้าวแล้วใครอยู่ในระบบ "เครดิตบูโร” บ้างล่ะ ?

ธนากร : หลัก ๆ ก็ หนี้บ้าน, รถยนต์-มอเตอร์ไซด์, บัตรเครดิต, สินเชื่อบุคคล และ สินเชื่อเกษตร
ตอนนี้พิจารณา กยศ. กับ สหกรณ์ออมทรัพย์ อยู่

สำลีพี่สุด : เห้ย ! ประหวิด ตื่น ๆ ได้ฟังมั่งป่ะเนี่ยะ

ประหวิด : หาวววววววว

ธนากร : อีกอย่างนะ ข้อมูลเครดิตดูได้แค่ 2 คนนะ

คือเรา กับ ผู้ให้กู้เท่านั้น ไม่ใช่เปิดเผยมั่วซั่วให้ใครดูก็ได้

เมียยังขอดูไม่ได้เลยแก ถ้าไม่ใช่ผู้กู้

เพราะข้อมูลทางการเงินมีค่าเท่ากับข้อมูลด้านสุขภาพ

มีกฎหมายคุ้มครอง ไปมั่วขอดูหรือเผยแพร่ คุกนะเว้ยยย

เพราะฉะนั้นเวลาจะกู้จึงมีใบขอเปิดเผยข้อมูลเครดิตไงเล่า

แต่ก็นะ อยากได้เงินเขา เลยไม่ค่อยอ่านกันหรอกตอนแรกน่ะ

ประหวิด : เฮ้ย ๆ แต่เราเคลียร์หนี้เก่าไปหมดแล้วนะ มันต้องล้างข้อมูลสิ

สำลีพี่สุด : ตื่นสักทีสินะ !

ธนากร : ข้อมูลเครดิตจะยังอยู่ในระบบไปอีก 36 เดือนนับจากวันเคลียร์เสร็จ

ประหวิด : โห แย่เลย นานจังตั้ง 3 ปี

ธนากร : นั่นแหล่ะมันสะท้อนวินัยทางการเงิน

แบงก์จะได้ไม่ปล่อยสินเชื่อเผละผละเหมือนตอน "ต้มยำกุ้งไง"

ประหวิด : เฮ้ย ๆ แต่เราเคลียร์เกิน 3 ปีแล้วนะ

ธนากร : กู้แบงก์ไหน

ประหวิด : แบงก์เดิมที่เคยมีบัตรเครดิต

ธนากร : อ่อ ข้อมูลมันหายจากระบบ "เครดิตบูโร"

แต่กับแบงก์ที่เราเคยผิดชำระน่าจะยังอยู่

แล้วแต่นโยบายการเก็บข้อมูลของแบงก์

ก็ไปกู้แบงก์อื่นสิ อันนี้เขาจะไม่รู้ละ

เพราะจะไม่มีข้อมูลใน "เครดิตบูโร" หลังพ้น 36 เดือน

ธรรมนุส : ถามเพิ่มหน่อยจิ แล้วถ้าเคยค้ำประกัน

แต่คนกู้เบี้ยวเราจะติดเครดิตบูโรไหม

สำลีพี่สุด : อะ...ไอ่นี่ ยังอยู่หรอ ?

ธนากร : ข้อมูลเครดิตจะมีเพียงผู้กู้และผู้ให้กู้เท่านั้น

คนค้ำประกันไม่เกี่ยว ไม่นับ เว้นแต่จะเป็นคนกู้ร่วม

ธรรมนุส : อ๋ออออออ

สำลีพี่สุด : ชัดนะทุกคน

ประหวิด : หาวววววว เฮ้ยจะเช้าแล้วกลับกันเถอะ

สมขิด : เออใช่ ไปเถอะ

ธนากร : วันหลังอย่ามโนอีกนะ "สมขิด"

อนุทาน : จริง แกนี่ชอบมโน

สมขิด : แหะ ๆ

ประหวิด : ไป ๆ ต้องไปเคลียร์เรื่องหน้ากากให้ไอ่ "ธรรมนุส" ก่อน

สำลีพี่สุด : อ้าว เมิงเกี่ยวด้วยรึ ?

 

หลังจากนั้น ประหยุด, ประหวิด และ ธรรมนุส

พร้อมใจกันวิ่งขึ้นแทกซี่

ปล่อยให้ประชากรที่เหลือ

รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกสิ่งอย่าง งง งง ................


THE END

 

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ