ไม่มีรายการ

รู้จักลงทุน เส้นทางสู่ อิสรภาพทางการเงิน

30 ธันวาคม 2564


ทำไมต้องลงทุน?

ลงทุนแล้วจะทำให้มีอิสรภาพการเงินได้อย่างไร ?

อยากรู้คำตอบ ไปดูกันครับ

 

ทำไมต้องลงทุน

 

ทำไมต้องลงทุน?

 

ถ้าเก็บไว้เฉย ๆ อย่างการหยอดกระปุก ที่ไม่ได้ผลตอบแทนเลย หรือเอาไปเก็บในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน สุดท้ายแล้ว จะถูกเงินเฟ้อกัดกินมูลค่าให้ลดลง

 

ดังนั้น ต้องนำเงินไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนอย่างน้อยเทียบเท่าเงินเฟ้อ ยิ่งมากกว่าเงินเฟ้อยิ่งดี เพราะจะทำให้มูลค่าที่แท้จริงเพิ่มขึ้น หากทำได้อย่างสม่ำเสมอ สุดท้ายแล้วจะเป็นเส้นทางสู่ “อิสรภาพทางการเงิน” ที่ให้เงินหรือสินทรัพย์ทำงานแทนเรา

 

เงินเฟ้อทำให้มูลค่าลดลง

 

 

เงินเฟ้อทำให้มูลค่าเงินลด

 

จากตัวอย่าง เก็บเงินเดือนละ 3,000 บาท (เฉลี่ยวันละ 100 บาท)

• หยอดกระปุก ครบ 1 ปี จะมีเงิน 36,000 บาท แต่ถูกเงินเฟ้อกัดกิน เหลือมูลค่าที่แท้จริง 35,280 บาท

• ฝากอมทรัพย์ ครบ 1 ปี จะมีเงิน 36,090 บาท แต่ถูกเงินเฟ้อกัดกิน เหลือมูลค่าที่แท้จริง 35,370 บาท



ในภาวะปกติ อัตราเงินเฟ้ออ่อน ๆ ระดับ 2%-3% เป็นตัวเลขที่ดี บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังเติบโต นั่นหมายความว่า เราควรนำเงินเก็บไปลงทุนต่อ ให้ได้ผลตอบแทนอย่างน้อย 2-3% ขึ้นไป ถึงจะสามารถสร้างความมั่งคั่งได้

 

ต้องลงทุนให้ชนะเงินเฝ้อ

 

 

ต้องลงทุนให้ชนะเงินเฟ้อ

 

หากลงทุนเดือนละ 3,000 บาท เท่ากับว่า 1 ปี คิดเป็นต้นทุนทั้งหมด 36,000 บาท ดังนั้น มูลค่าที่แท้จริง (หักลบอัตราเงินเฟ้อแล้ว) ควรจะเท่ากับ 36,000 บาท นั่นคือ ต้องลงทุนให้ได้ผลตอบแทนแต่ตั้ง 2% ขึ้นไปนั่นเอง

 

ตัวอย่างข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า 3 รูปแบบการลงทุน คือ ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมหุ้น เป็นการลงทุนที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ แต่ต้องลงทุนบนพื้นฐานด้วยความเข้าใจ พึงระลึกไว้เสมอว่า “ไม่รู้ ไม่ลงทุน”

 

หมายเหตุ ยังมีอีกหลายรูปแบบการลงทุนที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ

 

พลังของผลตอบเเทน

 

 

พลังของผลตอบแทนทบต้น



จากตัวอย่าง ลงทุนเดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 30 ปี

• ฝากออมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี
• ลงทุนตราสารหนี้ ผลตอบแทน 2% ต่อปี
• ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ผลตอบแทน 6% ต่อปี
• กองทุนรวมหุ้น 8% ต่อปี



จะเห็นชัดเจนว่า หากเทียบระหว่างการฝากออมทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนต่ำสุด ฝากเงิน 30 ปี ได้ดอกเบี้ยเพียงแค่ 4 หมื่นบาท กับลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง ลงทุน 30 ปี ได้ผลตอบแทนเกือบ 3 ล้านบาท ซึ่งความแตกต่างนี้เป็นผลจาก “พลังของผลตอบแทนทบต้น” นั่นเอง



หากสังเกตุอีกนิดจะเห็นว่า ผลตอบแทนที่ต่างกันเล็กน้อย (1%-2%) ก็ให้ผลลัพธ์ในระยะยาวต่างกันมหาศาล เห็นได้จากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 30 ปี ให้ผลตอบแทนราว 1.76 ล้านบาท ขณะที่กองทุนรวมหุ้นที่ได้ผลตอบแทนมากกว่าเพียง 2% กับให้ผลตอบแทนเกือบ 3 ล้านบาท มากกว่าถึง 1.2 ล้านบาท เลยทีเดียว

 

ลงทุนเพื่ออิสระภาพทางการเงิน

 

 

บทสรุป : รู้จักลงทุน เส้นทางสู่อิสรภาพทางการเงิน

 

เงินเก็บหรือเงินออม หากเก็บไว้เฉย ๆ หรือฝากออมทรัพย์ จะถูกเงินเฟ้อกัดกินจนมูลค่าลดลง จึงควรนำเงินเก็บหรือเงินออมนี้ไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนอย่างน้อยเทียบเท่าอัตราเงินเฟ้อ หรือยิ่งมากกว่ายิ่งดี แต่ต้องรู้และเข้าใจลงทุนอย่างถูกต้อง จึงจะมีโอกาสได้ผลตอบแทนอย่างที่หวัง และหากลงทุนจนเป็นนิสัย สุดท้ายแล้วจะเป็นเส้นทางสู่ “อิสรภาพการเงิน” อย่างที่เราต้องการ

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ