หากคุณกำลังผ่อนบ้านเข้าสู่ปีที่ 3 หรือมากกว่านั้น คุณอาจเริ่มรู้สึกว่าค่างวดเริ่มสูงขึ้นจากดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มโดยอัตโนมัติ การรีไฟแนนซ์บ้านอาจเป็นทางออกที่จะช่วยให้คุณ ผ่อนบ้านน้อยลง เสียดอกเบี้ยถูกลง และประหยัดเงินได้หลักแสน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน อย่างละเอียด พร้อมข้อดี ข้อควรระวัง และคำแนะนำให้คุณตัดสินใจได้คุ้มค่าที่สุด
ความหมายของการรีไฟแนนซ์บ้าน
เป็นการขอกู้หนี้ใหม่กับธนาคารใหม่ แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องผ่อนกับทางธนาคารเก่ามาไม่ต่ำกว่า 3 ปีหรือครบตามกำหนดสัญญา เมื่อเราผ่อนมาสักระยะนึงหรือเกิน 3 ปี ดอกเบี้ยที่ต้องเจอในแต่ละเดือนอาจจะสูงขึ้น จาก 3% เป็น 5% การรีไฟแนนซ์บ้าน จะทำให้ดอกเบี้ยกลับมาต่ำอยู่ที่ 3% เหมือนเดิม นั่นหมายความว่าเราจะผ่อนต่อเดือนต่ำลง เสียดอกเบี้ยน้อยลง และได้บ้านมาเป็นของเราไวขึ้น
⠀
ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน
1.เพื่อลดภาระดอกเบี้ย
2.เพื่อปรับความเหมาะสมในการผ่อนชำระ
3.มีโอกาสได้เงินสดจากส่วนต่าง
4.ปิดหนี้ได้เร็วยิ่งขึ้น
เมื่อไหร่ถึงควรจะต้องรีไฟแนนซ์บ้าน
โดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องผ่อนบ้านมาเกิน 3 ปีก่อน หรือที่ตามกำหนดในสัญญา
⠀
5 ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้านที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจลดดอกเบี้ย
1️. ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาเงินกู้เดิม
อันดับแรก ให้ลองกลับไปเปิดสัญญาเงินกู้ดูว่าเงื่อนไขที่เขียนไว้นั้น ธนาคารเขาเปิดทางให้เราสามารถไถ่ถอนได้ปีที่เท่าไหร่ ปกติแล้วมักจะต้องรอให้ครบ 3 ปีก่อน
⠀
ทีนี้เมื่อเราทราบแล้วว่าเราสามารถรีไฟแนนซ์ ได้เมื่อไหร่ เราก็จะได้มองหาเจ้าหนี้รายใหม่ ที่ให้ดอกถูกๆ และจะได้จัดเตรียมเอกสารต่างๆ ไว้เพื่อใช้ในการรีไฟแนนซ์ อย่างน้อยเราก็สามารถที่จะเตรียมความพร้อมล่วงหน้าสัก 1-2 เดือน แทนที่จะรอให้จนครบ 3 ปีเป๊ะ! ค่อยมาคิดหาทำ
⠀
2️. สำรวจโปรในตลาด
เมื่อตั้งใจจะรีไฟแนนซ์ ก็ต้องเริ่มมองหาว่า จะรีไฟแนนซ์กับธนาคารไหนดี ซึ่งเดี๋ยวนี้แต่ละธนาคารมีการจัดโปรโมชั่นออกมาแข่งขันกันดุเดือด อันจะเป็นประโยชน์กับเราในฐานะผู้บริโภค และจะบอกว่าช่วงนี้ ปีนี้หรือปีหน้า ดูแล้วก็ยังไม่เห็นว่า จะมีเหตุผลใดที่จะมาสนับสนุนให้ดอกเบี้ยควรเป็นขาขึ้น
⠀
แต่นอกเหนือจากดอกเบี้ยในช่วงโปร 3 ปีแรกของที่ใหม่ที่ธนาคาร "ภูมิใจนำเสนอ" เราก็อย่าลืมสอบถามถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมาด้วยนะคะว่า ทั้งหมดเท่าไหร่ที่เราต้องจ่าย ถามจากเจ้าหน้าที่ให้เคลียร์ จดไว้แล้วนำมาเปรียบเทียบกันสัก 2-3 ธนาคาร บางธนาคารอาจยกเว้น ค่าดำเนินการสินเชื่อตามสัญญาใหม่ ยกเว้นค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมในการจำนอง เป็นต้น ซึ่งเงื่อนไขแต่ละธนาคารจะแตกต่างกัน
⠀
เดี๋ยวนี้พนักงานธนาคารอธิบายดีขึ้นเยอะ เขาถูกฝึกมาดี จากนั้นเราก็ค่อยไปตัดสินใจเลือกธนาคารที่ให้เงื่อนไขเวิร์คที่สุด (ที่สำคัญคือดอกต้องต่ำลง และผ่อนต่อเดือนน้อยลง แบบนี้ฟิน! เพราะนั่นหมายถึงเราจะมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นนะ)
⠀
3. เตรียมความพร้อมเรื่องค่าใช้จ่าย
ㅤㅤ- ค่าธรรมเนียม ประเมินราคาหลักทรัพย์ ราวๆ 2,000 - 3,000 บาท
ㅤㅤ- ค่าดำเนินการสินเชื่อตามสัญญาใหม่
ㅤㅤ- ค่าธรรมเนียมในการจำนอง 1% ของวงเงินกู้
ㅤㅤ- ค่าทำประกันอัคคีภัย
ㅤㅤ- ค่าธรรมเนียม อากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้
⠀
4️. จัดเตรียมเอกสาร
การรีไฟแนนซ์ ก็เหมือนกับการเริ่มต้นกู้ใหม่ เพียงแต่เราเปลี่ยนเจ้าหนี้ไปเป็นธนาคารแห่งใหม่ ดังนั้น เอกสารประกอบการขอสินเชื่อจึงจำเป็นต้องใช้ ซึ่งทางธนาคารจะแจ้งรายละเอียดไว้อยู่แล้ว หลักๆ ก็พวกเอกสารส่วนตัวที่ต้องเตรียมก่อนยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน เช่น
ㅤㅤ- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
ㅤㅤ- สำเนาทะเบียนบ้าน
ㅤㅤ- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)
ㅤㅤ- เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน สำเนาบัญชีธนาคารที่เงินเดือนเข้าย้อนหลัง 3 เดือน
ㅤㅤ- เอกสารหลักประกัน เช่น สเตทเมนต์สรุปยอดหนี้เงินกู้ (ของธนาคารแห่งเก่า) และสำเนาหนังสือสัญญาเงินกู้เดิม เป็นต้น
⠀
5️. ยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน
เมื่อทำมาครบทุกข้อจะรออะไร เราก็ถือเอกสารไปยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ กับธนาคารแห่งใหม่ ที่เราจะไปเป็นลูกหนี้รายย่อยชั้นดีได้เลย จากนั้น ก็รอฟังผลการอนุมัติ ช้า-เร็ว ขึ้นอยู่กับระบบการพิจารณาสินเชื่อของแต่ละธนาคาร
⠀
หลังอนุมัติแล้ว ก็จะเป็นการนัดวันทำสัญญาไถ่ถอนระหว่างธนาคารเก่าเจ้าหนี้เรา กับธนาคารใหม่ที่จะมาเป็นเจ้าหนี้แทน ซึ่งตรงนี้ก็จะไปจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งที่สำนักงานที่ดิน
⠀
อ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ ที่ผ่อนบ้านใกล้จะครบ 3 ปี หรือผ่อนบ้านครบ 3 ปี แล้ว ควรที่จะวางแผนรีไฟแนนซ์บ้าน ด้วยการหาข้อมูลดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านแต่ละธนาคารได้รอได้แล้ว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้านในปีถัดๆไป
⠀
ข้อควรระวังในการรีไฟแนนซ์บ้าน
มีข้อควรระวัง 2 เรื่องหลักๆด้วยกัน
1.ดูข้อตกลงในสัญญาให้ดี
ถ้าเกิดเรารีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดสัญญา อาจจะทำให้เราเสียค่าปรับเพิ่มเติม และทำให้การรีไฟแนนซ์ของเราไม่คุ้มเสีย
⠀
2.ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์
การรีไฟแนนซ์มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ เพราะเหมือนกับการขอกู้ซื้อบ้านใหม่ พยายามมองหาธนาคารที่มีโปรโมชั่นเด็ดๆ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด
⠀
สรุป
การรีไฟแนนซ์บ้านอาจดูยุ่งยากในช่วงต้น แต่ถ้าคุณวางแผนล่วงหน้า เตรียมเอกสารให้พร้อม และเปรียบเทียบเงื่อนไขให้ละเอียด การรีไฟแนนซ์ก็จะช่วยให้คุณประหยัดเงินหลักแสนได้ไม่ยาก ใครที่ผ่อนบ้านมาสักพัก ลองเริ่มสำรวจดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านจากหลายธนาคาร พร้อมคำนวณความคุ้มค่า แล้ววางแผนดำเนินการล่วงหน้าได้เลยครับ

สนใจรับคำปรึกษารีไฟแนนซ์บ้าน คอนโดฯ สอบถามเข้ามาได้ที่นี่ คลิกเลย หรือ แอด Line