เปลี่ยนหนี้บ้านก้อนใหญ่ ให้กลายเป็นหนี้จิ๋ว เพียงแค่รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสิน

ใครที่ผ่อนบ้านครบ 3 ปี แล้วรู้สึกว่าดอกเบี้ยบ้านที่ต้องจ่ายไปในแต่ละเดือนมันเริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จ่ายไปตั้งเยอะ แต่เข้าเงินต้นเพียงน้อยนิด ต้องฟังทางนี้เลย ธนาคารออมสินกำลังมีโปรรีไฟแนนซ์บ้านสุดเด็ดดวง ที่ใน 3 ปีแรก อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 2.950% เท่านั้น ไม่ถึง 3% เลย จุดเด่นของการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสิน - อัตราดอกเบี้ยต่ำ ช่วยลดภาระการผ่อนชำระ ประหยัดค่าใช้จ่าย - ได้วงเงินกู้รวมสูงสุด 110% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ - ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี - สามารถกู้เพิ่มเติมเพื่ออุปโภคบริโภคได้ ซึ่งโปรรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสิน ก็มีเลือกถึง 3 แบบด้วยกัน โดยอัตราดอกเบี้ยก็จะแตกต่างกันไป 1.ผ่อนบ้านในราคา 1-5 ล้าน แบบไม่รับการสนับสนุนค่าจดจำนอง - จะได้อัตราดอกเบี้ยถูกที่สุด เฉลี่ย 3 ปีแค่ 2.950% เท่านั้น 2.ผ่อนบ้านในราคา 1-5 ล้าน แบบรับการสนับสนุนค่าจดจำนอง - จะได้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีที่ 3.280% 3.แต่ถ้าขอกู้เพิ่มเติมด้วย จะโดนดอกเบี้ยที่สูงกว่า - จะได้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 4.490% ซึ่งถ้าเน้นประหยัดจริงๆ ก็ให้เลือกในรูปแบบที่ 1 เพราะจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกที่สุด และผ่อนเข้าไปตัดเงินต้นมากที่สุด คุณสมบัติของผู้ที่จะรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสิน 1.เป็นลูกค้าที่มีสัญญากู้เงินเพื่อที่อยู่อาศัยกับสถาบันการเงินอื่น 2.มีประวัติการชำระหนี้ดี ปัจจุบันไม่มีหนี้ค้างชำระ 3.มีอาชีพและรายได้แน่นอน ค่าธรรมเนียมในการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสิน 1.ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ประเภทสินเชื่อเคหะ และสินเชื่อบุคคล -วงเงินขอกู้ไม่เกิน 1,000,000 บาท จะได้เสียค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 2,000 บาท -วงเงินขอกู้ตั้งแต่ 1,000,001 – 3,000,000 บาท จะได้เสียค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 2,800 บาท -วงเงินขอกู้ตั้งแต่ 3,000,001 บาทขึ้นไป จะได้เสียค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 3,700 บาท 2.ค่าตรวจสอบสภาพที่ดิน และหรืออาคาร ครั้งละ 800 บาท 3.ค่าตรวจสอบผลการปลูกสร้างหรือต่อเติมซ่อมแซมอาคาร ครั้งละ 800 บาท สรุปรายละเอียดเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารออมสิน ข้อดีหลักๆ ของการมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารออมสินคือได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกมาก เฉลี่ย 3 ปีดอกเบี้ยต่ำสุดอยู่ที่ 2.950% และสามารถขอกู้เพิ่มได้ด้วย สำหรับใครที่ต้องการจะนำเงินมาตกแต่งบ้านเพิ่ม หรือใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ด้วย มีโปรโมชั่นให้เลือกหลากหลาย เช็กดอกเบี้ยของธนาคารอื่นๆได้ทีนี่ >> ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเดือนพฤษาคม 2567 สนใจรับคำปรึกษารีไฟแนนซ์บ้าน คอนโดฯ สอบถามเข้ามาได้ที่นี่ คลิกเลย หรือ แอด Line

  ธนากร นวมรัตน์


  20 พฤษภาคม 2567

รีไฟแนนซ์บ้าน ธ.เกียรตินาคิน ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนสบาย

เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมไปเจอโปรรีไฟแนนซ์บ้านที่บ้านสนใจมา จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร เนื่องจากอีกแค่ไม่กี่เดือนข้างหน้า บ้านของผมที่กำลังผ่อนอยู่เนี่ย มันกำลังจะผ่อนครบ 3 ปีพอดิบพอดี ต้องรีบหาที่รีไฟแนนซ์ก่อนที่ดอกเบี้ยมันจะบานไปมากกว่าเดิม ซึ่งผมก็ไปเจอโปรรีไฟแนนซ์บ้านของธนาคารเกียรตินาคินภัทร ที่ได้อัตราดอกเบี้ยโดนใจ เฉลี่ย 3 ปี แค่ 3.30% เท่านั้น แถมถ้าเรามีเอกสารครบจบ สามารถรู้ผลและอนุมัติได้เลยทันที ภายใน 3 วันเท่านั้น เหมาะกับสถานการณ์ที่จะรีไฟแนนซ์ของผมในตอนนี้มากๆ โดยโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์กับธนาคารเกียรตินาคินภัทร มีดังนี้ -ดอกเบี้ยพิเศษ เฉลี่ย 3 ปีแรก เริ่มต้น 3.30% ต่อปี* -วงเงินอนุมัติสูงสุด 50 ล้านบาท -รับวงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดจะต่ำกว่า -ผ่อนสบาย นานสูงสุดถึง 30 ปี -กู้ร่วมได้สูงสุด 4 คน โดยเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน -เอกสารครบ รู้ผลอนุมัติทันที ภายใน 3 วัน *ฟรี ค่าประเมินหลักประกัน *ฟรี ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย *ฟรี ค่าอากรแสตมป์ *ฟรี ค่าจดจำนอง การรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร ทั้ง 2 รูปแบบ มีโปรโมชั่นอยู่ 2 แบบ ด้วยกัน คือแบบ ทำประกัน MRTA กับแบบไม่ทำประกัน MRTA โดยดอกเบี้ยของทั้ง 2 แบบก็จะต่างกัน แบบทำประกัน MRTA เลือกแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว -จะได้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี อยู่ที่ 3.30% -อัตราดอกเบี้ยสูงสุดตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ 5.414% เลือกแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี -จะได้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 3.60% -อัตราดอกเบี้ยสูงสุดตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ 5.641% แบบไม่ทำประกัน MRTA เลือกอัตราดอกเบี้ยลอยตัว -จะได้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 3.70% -อัตราดอกเบี้ยสูงสุดตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ 5.434% เลือกอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี -จะได้ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 3.85% -อัตราดอกเบี้ยสูงสุดตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ 5.654% ถ้าติดใจโปรโมชั่นแล้ว ก็ไปต่อที่คุณสมบัติในการสมัครรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร คุณสมบัติในการสมัครรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร ผู้มีรายได้ประจำ -สัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป -อายุงานปัจจุบันรวมอายุงานเดิมไม่ต่ำกว่า 1 ปี -รายได้หลักต้องไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท/เดือน และรายได้รวมทั้งหมดต้องไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท/เดือน (ต่อผู้กู้ 1 คน) -ไม่มีประวัติหนี้ค้างชำระ และไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีแพ่งและอาญา -ไม่มีประวัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เจ้าของธุรกิจ -สัญชาติไทย อายุ 25 ปีขึ้นไป -ประกอบธุรกิจมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี -มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน -ไม่มีประวัติหนี้ค้างชำระ และไม่มีประวัติถูกดำเนินคดีแพ่งและอาญา -ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไร้ความสามารถ -จดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนพาณิชย์ -ไม่มีประวัติปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และขั้นตอนต่อมาก็คือการเตรียมเอกสารเพื่อยื่น รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร การเตรียมเอกสารเพื่อยื่น รีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร เอกสารแสดงตัว 1.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน / Passport (2 ชุด) 2.ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) 3.สำเนาทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบมรณบัตรของคู่สมรส (ถ้ามี) เอกสารสำหรับผู้มีรายได้ประจำ 1.สลิปเงินเดือน / หนังสือรับรองเงินเดือน (อายุไม่เกิน 2 เดือน) 2.Bank Statement บัญชีเงินเดือน (6 เดือนล่าสุด) เอกสารสำหรับผู้มีอาชีพอิสระ / เจ้าของธุรกิจ 1.สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ และสำเนาหนังสือบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (อายุไม่เกิน 3 เดือน) 2.Bank Statement บัญชีเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ (6 เดือนล่าสุด) 3.Bank Statement บัญชีหมุนเวียนส่วนของผู้กู้ (6 เดือนล่าสุด) 4.แผนที่สถานที่ประกอบธุรกิจ เอกสารแสดงหลักประกัน 1.สำเนาโฉนดหลักประกัน / สำเนาหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด 2.สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย / สำเนาใบจอง 3.แผนที่ที่ตั้งหลักประกัน 4.สัญญาเงินกู้ 5.สัญญาจำนอง ข้อดีที่ชอบ เมื่อมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเกียรตินาคินภัทร แถมข้อดีที่ผมชอบที่สุดกับการมารีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารเกียรตินาคินภัทรก็คือ สามารถรู้ผลและอนุมัติได้ทันทีทันใจ ภายใน 3 วันเท่านั้น จะได้รู้กันไปเลยว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าผ่านก็เบาใจไป แต่ถ้าไม่ผ่าน ก็ยังมีเวลาให้สามารถไปหารีไฟแนนซ์ที่อื่นได้ต่อด้วย เช็กดอกเบี้ยของธนาคารอื่นๆได้ทีนี่ >> ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเดือนพฤษาคม 2567 สำหรับใครที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือต้องการจะรีไฟแนนซ์กับธนาคารเกียรตินาคินภัทร สามารถคลิกที่นี่ได้เลย > คลิก ! หรือ แอด Line

  ธนากร นวมรัตน์


  14 พฤษภาคม 2567

10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูงเดือนพฤษภาคม 2567

ปัจจุบันหลายคนก็หันมาใช้บัญชีเงินฝากดิจิทัลกันหมดแล้ว เพราะมีความสะดวกสบาย โอนง่าย จ่ายคล่อง และทำธุรกรรมเงินได้หลายรูปแบบ จบครบในมือถือเครื่องเดียว 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1.KKP Start saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 4.00 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 5,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาท 2.Dime ! Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 3.00 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากไม่เกิน 10,000 บาท (เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมเป็นต้นไป) 3.Chill-D ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.88 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะเงินฝากส่วนที่เกิน 50,000 ถึง 100,000 บาท 4.Kept ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.22% จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท และจะได้ดอกเบี้ยเมื่อฝากตั้งแต่เดือน 19 - 24 5.ttb Me Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.20 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท และต้องมียอดเงินฝากมากกว่าถอนในแต่ละเดือน 6.Speed D+ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.88 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 100,000 ถึง 20,000,000 บาท 7.Pro-fit ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.75 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 3,000,000 ถึง 50,000,000 บาท 8.SCB Easy Savings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 2 ล้านบาท 9.กรุงศรี มีแต่ได้ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท 10.K-eSavings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 3 แสนบาท

  ธนากร นวมรัตน์


  03 พฤษภาคม 2567

รวมโปรโมชั่นเด็ด รีไฟแนนซ์บ้าน จากธนาคารไทยเครดิต

1.รีไฟแนนซ์เพื่อที่อยู่อาศัย โดยจะได้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก อยู่ที่ 4.15% - 4.65% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาเท่ากับ 5.69% - 6.17% ต่อปี (คำนวณจากวงเงินกู้ที่ 2 ล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี) คุณสมบัติ - พนักงานประจำและผู้มีอาชีพอิสระรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท อายุงานรวมที่ทำงานเดิมและปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 2 ปี- เจ้าของกิจการ รายได้ต่อเดือน 50,000 บาท ขึ้นไป อายุกิจการไม่ต่ำกว่า 2 ปี- ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้กู้ (ยกเว้นกรณีคู่สมรสไม่จดทะเบียน) 2.สินเชื่อรีไฟแนนซ์พลัส โปร 0% 6 เดือน โดยจะได้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.66% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาเท่ากับ 5.30% ต่อปี (คำนวณจากวงเงินกู้ที่ 2 ล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี) คุณสมบัติ - พนักงานประจำและผู้มีอาชีพอิสระรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท อายุงานรวมที่ทำงานเดิมและปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 2 ปี- เจ้าของกิจการ รายได้ต่อเดือน 50,000 บาท ขึ้นไป อายุกิจการไม่ต่ำกว่า 2 ปี- ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้กู้ (ยกเว้นกรณีคู่สมรสไม่จดทะเบียน) 3.วงเงินรีไฟแนนซ์พลัส (LTV99%) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ ดอกเบี้ยที่ได้รับจากสถาบันการเงินเดิมแต่เฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่า 4% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาเท่ากับ 6.01% ต่อปี (คำนวณจากวงเงินกู้ที่ 2 ล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี) คุณสมบัติ - พนักงานประจำและผู้มีอาชีพอิสระรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท อายุงานรวมที่ทำงานเดิมและปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 2 ปี- ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้กู้ (ยกเว้นกรณีคู่สมรสไม่จดทะเบียน) 4.รีไฟแนนซ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยจะได้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเท่ากับ 4.63% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาเท่ากับ 6.45% ต่อปี (คำนวณจากวงเงินกู้ที่ 2 ล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี) คุณสมบัติ - พนักงานประจำและผู้มีอาชีพอิสระรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท อายุงานรวมที่ทำงานเดิมและปัจจุบันไม่ต่ำกว่า 5 ปี- เจ้าของกิจการ รายได้ต่อเดือน 50,000 บาท ขึ้นไป อายุกิจการไม่ต่ำกว่า 5 ปี- ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้กู้ (ยกเว้นกรณีคู่สมรสไม่จดทะเบียน) เรามีเจ้าหน้าที่ดูแลและให้คำปรึกษา รวมถึงลูกค้าสามารถส่งการสมัครผ่านทางระบบของเราได้ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก หรือผ่านทาง LINE OA: @lumpsumofficial

  ธนากร นวมรัตน์


  24 เมษายน 2567

ธปท. ออก 6 หลักการคุม ดอกเบี้ย-ค่าบริการ-ค่าปรับ ลดการเอาเปรียบลูกค้า

ช่วงนี้แบงก์ชาติค่อนข้างจริงจังกับสถาบันการเงิน ก่อนหน้านี้ก็ออกมาย้ำหลักการ "4 ไม่" ที่ควรปฏิบัติ เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม ล่าสุดออก 6 หลักเกณฑ์ การปฏิบัติและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน เพื่อควบคุมการคิดค่าธรรมเนียมอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมโดยกำหนดเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (1 เม.ย.65) เป็นต้นไป ซึ่ง 6 หลักเกณฑ์การคุม ดอกเบี้ย-ค่าบริการ-ค่าปรับ ลดการเอาเปรียบลูกค้าประกอบด้วย... 1. ต้องสะท้อนต้นทุนจริงจากการให้บริการ และไม่เรียกเก็บซ้ำซ้อน โดยต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ อย่างเหมาะสม เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบ ไม่เรียกเก็บซ้ำซ้อน คำนึงถึงต้นทุนในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งไม่นำดอกเบี้ย ค่าบริการ เบี้ยปรับ และค่าใช้จ่ายตามที่ผู้ให้บริการได้สำรองจ่ายไป มารวมกับจำนวนหนี้ที่ค้างชำระเพื่อคิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับอีก 2. ต้องใช้ฐานในการคำนวณค่าบริการและเบี้ยปรับที่เหมาะสม โดยสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับปัจจัยที่ทำให้เกิดต้นทุน เช่น ค่าประเมินราคาหลักประกัน ต้องไม่กำหนดเป็นสัดส่วนร้อยละของวงเงินสินเชื่อ เนื่องจากปัจจัยหลักที่มีผลต่อต้นทุนมักขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการประเมินราคา ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามประเภท สถานที่ตั้ง และขนาดของหลักประกัน สำหรับเบี้ยปรับจากการไถ่ถอนสินเชื่อก่อนกำหนด ต้องคำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือ ณ วันที่ไถ่ถอนสินเชื่อ ไม่คำนวณจากจำนวนวงเงินตามสัญญา 3. ต้องคืนค่าบริการในส่วนที่ลูกค้าไม่ได้ใช้ ตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ยังไม่ได้ใช้บริการ รวมถึงแจ้งเงื่อนไขและช่องทางการคืนค่าบริการให้ลูกค้าทราบอย่างชัดเจน 4. ต้องไม่ผลักภาระให้กับลูกค้าหรือไม่สร้างภาระจนเกินสมควร และคำนึงถึงความสามารถในการชำระของลูกค้า ผู้ให้บริการต้องไม่เรียกเก็บค่าบริการที่เกิดจากการดำเนินการตามปกติ และไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์เพิ่มเติมแก่ลูกค้า เช่น ไม่เรียกเก็บค่าประเมินราคาหลักประกันในกรณีทบทวนราคาหลักประกันเพื่อการจัดชั้น การกันสำรอง และ/หรือการบริหารความเสี่ยงของผู้ให้บริการเอง 5. ต้องเปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ อย่างชัดเจนโปร่งใส และเป็นปัจจุบัน เพื่อให้ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจการเลือกใช้บริการได้อย่างถูกต้อง 6. ต้องควบคุมดูแลและสื่อสารกับพันธมิตรทางธุรกิจที่ดำเนินการแทน ให้ทราบถึงเจตนารมณ์ของกรอบหลักการข้างต้น โดยผู้ให้บริการภายนอก (outsourcer) หรือตัวแทนทางการเงิน (agent) ต้องกำหนดอัตราค่าบริการที่จะเรียกเก็บกับลูกค้าอย่างเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบ ไม่ทำให้คุณภาพการให้บริการที่ลูกค้าได้รับด้อยลงหรือผลักภาระไปให้ลูกค้า และดูแลให้เปิดเผยข้อมูลค่าบริการต่าง ๆ ให้ลูกค้าทราบอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และชัดเจน ทั้งนี้ผู้ให้บริการที่เป็นสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ยังต้องถือปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับฝากเงิน การเรียกเก็บค่ารักษาบัญชีเงินฝาก รวมถึงการให้สินเชื่อหรือการให้กู้ยืมเงินเพื่อการอุปโภคบริโภค (consumer loan) และเพื่อการประกอบธุรกิจ (commercial loan) ด้วย แบงก์ชาติระบุว่า จะดูแลผู้ให้บริการถือปฏิบัติตามประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันช่วยประชาชนให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินด้วยเงื่อนไขที่เหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งหากประชาชนได้รับบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งมาที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของแบงก์ชาติ โทร.1213 ได้ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. หรือส่งเรื่องร้องเรียนมาที่ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ตลอด 24 ชั่วโมง

  หนึ่ง ศราพงค์


  01 เมษายน 2565

แบงก์ชาติเปิดโปรกู้บ้านได้เต็ม 100%

ใครมีแผนจะซื้อบ้านช่วงนี้มีเฮแน่นอน เพราะล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศผ่อนคลายมาตรการ LTV (loan to value) สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาเป็น 100% ถึง สิ้นปี 2565 จากเดิมมีข้อกำหนดให้ธนาคารปล่อยกู้เพียง 70-90% เท่านั้น อธิบายง่าย ๆ คือ ตั้งแต่มีมาตรการ LVT เมื่อปี 62 เวลาเราไปขอสินเชื่อซื้อบ้าน ท่านจะกู้ได้ไม่เต็มมูลค่า เช่น บ้านราคา 1,000,000 บาท อาจจะกู้ได้ 700,000 - 900,000 บาท เท่านั้น ที่เหลือต้องวางเงินดาวน์ เกณฑ์นี้มีเพื่อควบคุมหนี้เสีย เท่ากับว่าตอนนี้จะกู้ซื้อบ้านไม่ต้องวางเงินดาวน์แล้ว หากธนาคารอนุมัติก็ได้วงเงินไปเต็ม ๆ 100% การผ่อนคลายมาตรการครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโควิด และต้องการแรงกระตุ้นให้ฟื้นตัว โดยปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงในปัจจุบัน ไม่ได้มาจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย แต่เป็นหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า การผ่อนคลายเกณฑ์นี้มีผลตั้งแต่ 20 ต.ค.-31 ธ.ค.65 โดยใช้ได้กับผู้กู้ที่ทำสัญญากู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อ Top-up และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ ทั้งสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เอาล่ะ...ท่านไหนที่มีแผนจะซื้อบ้าน ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้วงเงินง่ายขึ้น แต่ย้ำนะครับ ต้องซื้อเมื่อพร้อมและจำเป็นเท่านั้น อย่าซื้อเพราะเห็นว่าปล่อยวงเงินง่าย แล้วค่อยว่ากัน แบบนี้ใช้ไม่ได้นา อาจจะเป็นภาระอันหนักหนาในอนาคตได้ สำหรับการเตรียมตัวและวางแผนการซื้อบ้าน รวมถึงทริกต่าง ๆ ในการผ่อนบ้านให้หมดเร็วขึ้น สามารถหาอ่านย้อนหลังได้ที่ www.lumpsum.in.th มีข้อมูลดี ๆ เพียบ !!! หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  29 ตุลาคม 2564

3 เทคนิคเก็บเงินยุคดิจิทัล ให้ถึงเป้าหมายแบบชิลๆ

เป้าหมายในชีวิตคนเรามีหลายด้าน และแต่ละด้านก็มักต้องมีเงินเป็นส่วนประกอบ ทีนี้พอต้องเก็บเงินหลายกอง หลายบัญชี บางทีมันก็เละเทะไปหมด แถมยังไม่สนุกเอาซะเลย วันนี้มี 3 เทคนิคดี ๆ ที่ใช้ได้จริง เพราะแอดมินใช้แล้วได้ผล มาแชร์ให้เพื่อน ๆ ฟัง ส่วนจะมีอะไรบ้าง ดูตามภาพได้เลย ปัจจุบันมีสูตรการเก็บเงินมากมาย ที่มีเป้าหมายให้การออมของเราสนุกขึ้น เพื่อไม่เป็นการกดดันตัวเองมากเกินไป ทำนองว่าเล็กน้อย แต่สม่ำเสมอ เป็นการสร้างวินัยการออม 5 สูตรที่รวบรวมมาให้ ล้วนแต่เป็นสูตรเก็บเงินที่แอดมินใช้จริงและเจ็บจริงมาแล้ว ตั้งแต่เก็บแบบแยกบัญชี อันนี้ล่มตั้งแต่ยังไม่ได้ทำเลย เพราะแค่คิดว่าจะต้องไปเปิด 6 บัญชีตาม 6 เป้าหมายของตัวเอง ก็ท้อแท้แล้วจ้า ยุ่งยากเหลือเกิน ฮ่าๆ แบงก์ 50 กับเศษเงินทอน ก็เคยเก็บอยู่พักนึง สนุกและได้ลุ้นดี เคยเก็บได้ตั้งหลายพันด้วยนะ แต่ต้องเลิกไปเพราะช่วงหลังนี้ใช้จ่ายผ่านแอปตลอด แทบไม่ได้จับเงินสดเลย ตั้งใจเก็บวันละ 100 บาท กะว่าเดือนนึงได้แน่ ๆ 3,000 บาท แต่ปัญหาคือ ลืมตลอดๆ จ้า เก็บภาษีของฟุ่มเฟือย อันนี้ได้มาจากโค้ชหนุ่ม Money Coach ไอเดียดีมาก ๆ คือถ้าซื้อของฟุ่มเฟือยต้องเก็บเงินไปด้วย 10% ของราคาที่ซื้อเป็นการจ่ายภาษีให้ตัวเอง ทำให้มีสติเวลาจะซื้อของ แต่ก็ปัญหาเดิมคือ ลืม ... อันนี้หนักกว่าเพราะแกล้งลืมเป็นประจำด้วย ฮ่าๆ เขียนเป้าหมายแปะบนกระปุก ต้องบอกว่าได้แรงบันดาลใจในการเก็บสุด ๆ เพราะมันมีเป้าหมายชัดเจนที่มองเห็นได้ แต่ก็เก็บบ้างไม่เก็บบ้าง เพราะเก็บอยู่คนเดียว ไม่มีใครเห็นนี่นา แอบเบี้ยวตัวเองก็คงไม่เป็นไร จะเห็นได้ว่าทุกสูตรเก็บเงิน ล้วนทำให้เราสามารถเริ่มต้นได้ดี แต่เมื่อเก็บไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีวินัยมากพอ ก็จะไปไม่ถึงเป้าหมาย บอกอย่างไม่อายว่า ที่ทำมาทุกสูตรแอดมินเลิกไปหมดแล้วจ้า เพราะมีข้อเพลียหลายอย่างจริง ๆ มันไม่ง่าย และไม่สนุก แม้ว่าวิธีการจะดูเหมือนสนุก แต่พอเราทำคนเดียวมันก็ล้มเลิกได้ง่ายๆ เพราะไม่มีใครเห็น ที่สำคัญพอเปลี่ยนมาใช้จ่ายเงินผ่านแอป หลาย ๆ สูตรก็ใช้ไม่ได้ไปเลย แต่...แต่...แต่...ตอนนี้ทุกปัญหาถูกแก้ไขด้วยแอป Kept by krungsri ที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การเก็บเงินในยุคดิจิทัล ทำให้การเก็บเงินเป็นเรื่องที่ทั้งง่ายและสนุกด้วย สามารถกลับไปเริ่มเก็บเงินได้ทุกสูตรที่เคยใช้เลย แอดมินใช้แอป Kept ช่วยเก็บเงินมาได้เกือบ 1 ปีแล้ว ทุกเป้าหมายการเก็บเงินยังทำได้อยู่ ไม่ล้มเลิกไปง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อน เลยอยากเอามาแชร์เป็นไอเดียให้เพื่อน ๆ ค่ะ 1.แยกบัญชีใช้และเก็บให้ชัดเจน ทฤษฎี 6 Jars เป็นเคล็ดลับการออมเงินที่โด่งดังมาก ๆ ของ T Harv Eker เจ้าของหนังสือขายดี “ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน”หลักการคือ การจัดสรรเงินในแต่ละเดือน ว่าควรนำไปหย่อนไว้ในโหลไหนบ้าง โดยมีทั้งหมด 6 โหล เพื่อสร้างนิสัยออมก่อนใช้ แต่ในทางปฏิบัติค่อนข้างยุ่งยาก อย่างที่แอดมินบอกว่าโครงการนี้ล่มไปตั้งแต่ยังไม่ได้ทำ ก็เพราะแค่คิดว่าจะต้องเปิดถึง 6 บัญชีเพื่อเก็บเงิน ก็ไม่อยากทำแล้ว หรือจะเก็บในโหลจริง ๆ มีหวังไม่รอดแน่ เพราะมันยั่วตายั่วใจให้เอาออกมาใช้เหลือเกิน จนแอดมินได้มาเจอกับแอป Kept ซึ่งมีฟีเจอร์ขั้นพื้นฐาน คือ 1 กระเป๋า ที่เป็นบัญชีเอาไว้ใช้จ่าย และแบ่งเก็บได้อีก 3 กระปุกด้วยกัน คือ 1.กระเป๋า Kept – แอดมินใช้แทนกระเป๋าตังค์เลยค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้แทบจะไม่ได้ใช้เงินสดแล้ว โดยสามารถโอน และสแกน QR จ่ายเงินได้เลย ไม่เสียค่าธรรมเนียมใด ๆ แต่กระเป๋านี้จะเป็นเงินส่วนสุดท้ายที่เหลือจากการโอนไปกระปุกต่าง ๆ ตามแผนการออมของเราแล้ว 2. กระปุก Grow – อันนี้ทีเด็ดเลย แอดมินเอาไว้เก็บเงินสำรองฉุกเฉินและค่าประกันซึ่งต้องจ่ายช่วงต้นปี เวลาเงินเดือนเข้าก็แบ่งเก็บโอนเข้ามาไว้ในกระปุกนี้เองหรือโอนไปเก็บอัตโนมัติ ได้ก่อนเลย เป็นการออมก่อนใช้โหลแรกตามทฤษฎี 6 Jars ในส่วนของโหลการออมนั่นเองกระปุกนี้เหมาะมาก ๆ สำหรับการเก็บเงินก้อน เพราะได้ดอกเบี้ยสูงถึง 1.5% ต่อปี* คงที่ 2 ปี และฝากได้สูงสุดถึง 5 ล้านบาท โดยสามารถ *ถอนเงินได้ และคิดดอกเบี้ยทุกวัน จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน สามารถเช็คดอกเบี้ยที่กระปุกได้ทุกวัน *หากมีการปรับดอกเบี้ยในอนาคต ยอดที่ฝากมาแล้วในกระปุก Grow จะไม่ถูกลดดอกเบี้ย จะใช้เรทเดิมตามประกาศในวันที่ฝากเงิน จนกว่าจะครบ 2 ปี *ไม่อยากเผลอใช้เงินเก็บ ก็มีฟีเจอร์ช่วยเตือนก่อนใช้เงินในกระปุก หรือจะล็อกกระปุกไว้ก็ได้ 3. กระปุก Fun – ส่วนตัวแล้ว แอดมินชอบกระปุกนี้มากที่สุด เพราะสนุกสมชื่อจริง ๆ แถมช่วยให้มีวินัยการออมได้ด้วย 4. ใหม่! กระปุก Together เป็นกระปุกล่าสุดของ Kept ที่สามารถแยกออมเงินตามเป้าหมายได้ ที่ให้เราชวนเพื่อนหรือคนที่รักมาเก็บและดูกระปุกไปพร้อมกัน *ดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกรุงศรีฯ กำหนด 2. สนุกกับการเก็บใครที่ชอบการเก็บแบงก์ 50 การเก็บเศษเหรียญ หรือหักเงินไปเก็บเมื่อเราจ่ายเงินซื้อของฟุ่มเฟือย แอดมินรับรองว่าจะต้อง Love กระปุก Fun ของแอป Kept ค่ะ เพราะสามารถสั่งเก็บเงินและแอบเก็บเงินให้เราได้ด้วย ฟีเจอร์สั่งเก็บ (เก็บได้ตามใจ)- ใส่จำนวนเงินที่อยากเก็บ- เลือกความถี่ในการเก็บ จะเป็นรายวัน รายสัปดาห์หรือรายเดือนก็ทำได้- กำหนดวันที่จะเริ่มเก็บและวันสิ้นสุดการเก็บ ฟีเจอร์แอบเก็บ (แอบเก็บอัตโนมัติเมื่อโอนออกหรือสแกนจ่ายผ่าน QR) มีให้เลือก 3 แบบ แล้วแต่ชอบเลย- ระบุจำนวนเงินแอบเก็บต่อครั้ง- แอบเก็บเป็น % ของยอดใช้จ่าย เช่นซื้อของ 100 บาท ตั้งแอบเก็บ 10% ก็จะได้เก็บ 10 บาท- ปัดเศษขึ้น เหมือนเก็บเงินทอน เช่น ปัดเศษขึ้นหลักสิบ โอนจ่าย 86 บาท แอบเก็บให้ 4 บาท ถ้าแอบเก็บครบ 10 ครั้ง/เดือน ได้ดอกเบี้ยโบนัส* ในเดือนถัดไปด้วยนะ ส่วนตัวแอดมินสั่งให้เก็บทุกวัน วันละ 10 บาท และแอบเก็บเมื่อมีการโอนเงินออกจากแอปอีกครั้งละ 10 บาท ความสนุกอยู่ตรงที่เผลอแป๊บเดียวมีเงินในกระปุกนี้ตั้งหลายพันแบบไม่รู้ตัว ไม่ต้องกลัวว่าจะลืมเก็บหรือแกล้งลืม เพราะแอปเก็บให้ทุกวัน และทุกครั้งที่ใช้จ่าย ตามที่เราตั้งค่าเอาไว้ ที่จริงฟีเจอร์แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว แต่ Kept ก็ยังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ออกมาอีก ... ซึ่งตอบโจทย์แอดมินมาก ๆ ส่วนจะตอบโจทย์เพื่อน ๆ มั้ย ดูภาพต่อไปเลยค่า *ดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกรุงศรีฯ กำหนด 3. เก็บด้วยกัน เก็บได้ไว ตอนที่แอดมินใช้แอป Kept แรก ๆ มีแค่ฟีเจอร์ กระเป๋าตังค์ กับ 2 กระปุก คือ Grow และ Fun รวมเป็น 3 บัญชี หรือ 3 โหลเก็บเงิน ในใจตอนนั้นก็คิดว่าอยากให้มีกระปุกเพิ่ม เพราะยังมีเป้าหมายการเก็บเงินอื่น ๆ เหลืออยู่ ทีมงาน Kept เหมือนรู้ใจ เพราะล่าสุดนางออกกระปุกใหม่ Together savings ที่แยกเก็บตามเป้าหมายได้อีก 5 บัญชี แถมมีความว้าวด้วยการเพิ่มลูกเล่น ให้สามารถชวนเพื่อน หรือคนในครอบครัวมาร่วมเก็บด้วยกัน แอดมินว่ากระปุกนี้ดีตรงที่ช่วยให้เรามีวินัยในการเก็บเงิน ทำให้เราสามารถเก็บเงินได้ต่อเนื่องและไม่ผิดสัญญากับตัวเอง เพราะมีคนอื่นคอยดู คอยรับรู้อยู่ และหากมีเป้าหมายเดียวกัน การเก็บด้วยกัน ก็ทำให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นด้วยหรือเราจะไม่ชวนใครเข้ามา แต่เก็บเป็นกระปุกส่วนตัวก็ได้เลย ไม่มีปัญหา ความน่ารักของกระปุกนี้อีกอย่างคือ เราสามารถตั้งชื่อกระปุกได้เอง ใส่รูปได้ และตั้งเป้าหมายได้ว่าอยากเก็บเท่าไร แอดมินสร้างกระปุกเพิ่มอีก 2 ใบ คือ กระปุกน้องแมว และกระปุกปั่นจักรยาน - กระปุกน้องแมว เป็นการเก็บเงินค่าอาหารและของจุ๊กจิ๊กของน้องแมว ที่ต้องช่วยกันรับผิดชอบกับน้องสาว บัญชีนี้แอดมินเป็นเจ้าของ แต่ด้วยฟีเจอร์ใหม่นี้ทำให้สามารถชวนน้องสาวมาร่วมเก็บด้วยกัน โดยทุกเดือนแต่ละคนก็จะหยอดกระปุกเข้ามา และสามารถเห็นการเคลื่อนไหวของบัญชีได้แบบเรียลไทม์ เพราะทุกครั้งที่โอนออก จะมีการแจ้งเตือนไป แถมใส่ Note ระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายอะไรไปที่น้องสาว ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าแอดมินที่เป็นคนดูแลบัญชีจะแอบเอาเงินไปใช้และลืมอัปเดต - ส่วนกระปุกปั่นจักรยาน อันนี้เวิร์คมาก ๆ เพราะเมื่อก่อนเวลานัดกันไปทริปไกล ๆ แล้วต่างคนต่างเก็บเงิน สุดท้ายทริปล่มทุกทีเพราะมีบางคนไม่ยอมเก็บตามสัญญา (ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร ฮ่าๆ) แต่กระปุกนี้จะทำให้ทุกคนต้องเก็บตามที่ตกลงกัน เพราะสามารถเห็นกันได้หมด กระปุกนี้ยังไม่ได้เริ่มใช้ แต่เป็นแผนที่จะใช้ในอนาคต อยู่ระหว่างเลือกว่าจะต่างคนต่างเก็บแล้วเปิดให้เพื่อนเข้ามาดู (สามารถชวนเพื่อนมาดูหรือเก็บด้วยกันถึงสูงสุดถึง 30 คน) หรือจะมีคนดูแลบัญชีแล้วโอนเงินไปเก็บด้วยกันดี ... แค่คิดวางแผนก็สนุกแล้ว กระปุกนี้ยังสามารถใช้กับแฟน หรือสามีภรรยา ที่เก็บเงินเพื่อแต่งงาน ซื้อบ้าน หรือเป้าหมายอื่น ๆ ของชีวิตคู่ได้ด้วย อยากให้ลองเข้าไปเล่นกันดูค่ะ ปล. บัญชี Together savings ไม่ใช่บัญชีร่วม เจ้าของกระปุกเป็นเจ้าของบัญชีเพียงคนเดียว และสามารถแคะถอนเงินในกระปุกได้ แอดมินขอสรุป 3 เทคนิค จากแอป Kept ที่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกเทคนิคการเก็บเงินยุคดิจิทัล ให้ถึงเป้าหมายแบบชิล ๆ 1. แยกบัญชีใช้และเก็บให้ชัดเจน พร้อมดอกเบี้ยสูง* 2. สนุกกับการเก็บด้วยฟีเจอร์อัตโนมัติหลากหลาย 3. เก็บด้วยกัน เก็บได้ไว ถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น มาถึงตอนนี้หลายคนคงอยากใช้แอป Kept เพื่อเป็นตัวช่วยในการเก็บเงินกันแล้ว สมัครง่าย ๆ ตามนี้เลยจ้า วิธีการสมัครแอป 1.โหลดแอป Kept สมัครใช้งาน https://bit.ly/Lumpsumofficial_Kept_download 2.กรอกข้อมูลตามบัตรประชาชน 3.เลือกยืนยันตัวตนด้วย Krungsri i-CONFIRM ได้ที่ 7-11 หรือธนาคารกรุงศรี ทุกสาขาทั่วประเทศ (อย่าลืมนำ QR code ที่ได้จากแอป และบัตรประชาชนไปด้วย) หรือยืนยันตัวตนด้วยบริการ NDID ผ่าน Mobile banking ที่คุณใช้อยู่ (ขั้นตอนและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับธนาคารที่เลือก) 4.กลับมาสมัครต่อที่แอป พร้อมถ่ายเซลฟี่ และตั้งค่าการใช้งานได้เลย และตอนนี้ Kept มีแคมเปญให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกันด้วยนะ อิจฉาคนสมัครทีหลังเลย เพราะตอนแอดมินใช้ยังไม่มีโปร ... งือ พิเศษสุดๆ สำหรับผู้สมัครใหม่เท่านั้น! รับฟรี! โค้ดส่วนลด Shopee มูลค่า 100 บาท เพียงโหลดแอป Kept พร้อมโอนเงินเข้าขั้นต่ำ 1,000 บาท และเปิดบัญชี Fun ให้สำเร็จ (ภายใน 14 วันนับจากวันที่สมัครแอปสำเร็จ) ตั้งแต่ 1 ต.ค. 64 – 31 ม.ค. 65 เท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.keptbykrungsri.com/promotions/promotions/shopee-100-thb-oct21 ยังไม่พอ! Kept มีแคมเปญ Let’s save Together2 ชวนเพื่อนออมเงินพร้อมรับโค้ดส่วนลด GrabFood 100 บาท* ตั้งแต่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2564 เท่านั้นเพียง 1. เปิดบัญชี Together สำเร็จ 2. ชวนเพื่อนอีกอย่างน้อย 1 คนเข้าร่วมกระปุก Together ของคุณให้สำเร็จ 3. มียอดเงินเข้ารวมกันอย่างน้อย 2,000 บาท โดยจะต้องเป็นรายการจากเจ้าของและสมาชิกอย่างน้อยคนละ 1 รายการ ในช่วงระยะเวลาแคมเปญ เจ้าของกระปุกอย่าลืมยืนยันอีเมล ภายใน 15 ม.ค. 65 เพื่อรับโค้ดด้วยนะ ถ้ายังไม่เคยยืนยันอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.keptbykrungsri.com/promotions/promotions/grabfood-100-thb-2 *ดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกรุงศรีฯ กำหนด

  เก๋เก๋ ดาริน ปริญญากุล


  11 สิงหาคม 2564

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม