ระวังให้ดี 7ข้อ เข้าข่ายหลอกลงทุน

ช่วงนี้มิจฉาชีพลามเข้ามาวงการลงทุนหนักมาก แอดเจอโฆษณาจากพวกเพจ FB เชื้อเชิญไปลงทุนเพียบ โดยสิ่งจูงใจหลักที่นำมาเสนอคือลงทุนนิดเดียวและผลตอบแทนสูงมากกกกกกกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของวงการลงทุนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมใจออกมาเตือนกัน เพื่อหวังไม่ให้นักลงทุนตกเป็นเหยื่อ ทั้ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงล่าสุด สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) ได้แนะนำ 7 ข้อบ่งชี้ว่า หากมีการชักชวนลงทุนแบบนี้ อาจจะเข้าข่ายมีความเสี่ยงเป็นการหลอกลงทุน ประกอบด้วย 1.บริษัทหรือบุคคลที่ติดต่อ ชักชวน แนะนำการลงทุน ไม่มีใบอนุญาตตามกฎหมาย 2.ลงทุนในหลักทรัพย์และสินทรัพย์ที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล หรือข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ 3.รับประกันผลตอบแทน ไม่มีความเสี่ยงการลงทุน 4.ผลตอบแทนสูงเกินจริง และเร่งรัดการตัดสินใจ 5.ไม่มีความชัดจนของที่มาของผลตอบแทน 6.แอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง และให้ผลตอบแทนจากการชักชวนผู้อื่นมาลงทุนเพิ่ม 7.ไม่มีการรายงานหรือแจ้งหลักฐานยืนยันการลงทุนหรือผลการลงทุนหรือมูลค่าทรัพย์สิน หากใครพบเจอการชักชวนลงทุนที่มีเงื่อนไขเกี่ยวข้องกับข้อใดข้อหนึ่งใจ 7 ข้อนี้ จงระมัดระวังไว้ และอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาดการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ไม่มีอะไรง่ายแน่นอน...ด้วยความปรารถนาดี หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  20 พฤษภาคม 2565

"4 ไม่" ที่ต้องมีเพื่อป้องกันเพจปลอมหลอกลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำ "4 ไม่" เพื่อป้องกันเพจปลอมหลอกลงทุนไว้เตือนใจเหล่ามือใหม่มือเก่าทั้งหลาย ดังนี้ 1."ไม่" ลงทุนตามคำชักชวนโดยไม่ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ต้องระวังเลยเพราะมีเยอะมาก เป็นเพจปลอม และมักจะแอบอ้างคนมีชื่อเสียงมาหลอกเหยื่อไปลงทุน 2."ไม่" หลงเชื่อการอ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง การลงทุนมีความเสี่ยงทั้งนั้น ยิ่งผลตอบแทนสูงยิ่งเสี่ยงมาก ดังนั้นหากอวดอ้างสรรพคุณด้านผลตอบแทนแบบเวอร์วัง ต้องระวังไว้ก่อน 3."ไม่" รีบร้อน ต้องตรวจสอบตัวตนของบริษัทก่อนลงทุน เราสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการและบุคลากรเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หากไม่ปรากฎรายชื่อในนี้แปลว่ามั่วละ 4."ไม่" โอนเงินเข้าบัญชี บุคคลธรรมดา สำคัญมาก เพราะผู้ให้บริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ชื่อบัญชีต้องเป็นรูปแบบบริษัทของผู้ให้บริการนั้น ๆ และมีรายงานยืนยันผลการลงทุน ไม่ใช่เป็นบัญชี นาย-นาง อะไรก็ไม่รู้นี่คือ "4 ไม่" ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เขาแนะนำมา ให้พินิจพิเคราะห์ทุกครั้ง ป้องกันการโดนหลอกนะหนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  14 มีนาคม 2565

ซื้อของออนไลน์แล้วโดนโกง ทำไงให้ได้เงินคืน

เรายังจะไม่มูฟออนจากเรื่องมิจฉาชีพเรื่องฉ้อโกงนะครับ เพราะมันเยอะมากช่วงนี้ จึงอยากแชร์ให้ครบทุกแง่มุม วันนี้เป็นเรื่องของการซื้อของออนไลน์ แล้วโดนโกง ไม่ว่าจะเป็นโอนเงินไปแล้วไม่ได้ของ ได้ของแต่ปลอมหรือไม่ตรงปก หรือส่งอะไรมาให้ก็ไม่รู้ที่เป็นคนละชิ้นกับเที่เราสั่งไป โดยจะมี 3 หัวข้อใหญ่หลัก ๆ ดังนี้... 1.รวบรวมหลักฐานเพื่อเอาไปแจ้งความ หลักฐานสำคัญมากดังนั้นต้องเตรียมไว้ให้ครบ ประกอบด้วย... 1.1.โปรไฟล์ของร้านค้า ลิงก์ URL ของเว็บไซต์ หรือลิงค์ในโซเชียลมีเดียทุกช่องทางที่มี 1.2.โพสประกาศขายสินค้าที่เราซื้อ 1.3.หลักฐานการโอนเงินต่าง ๆ รวมถึงสำเนาบัตรประชาชน และบัญชีเงินฝากของเราที่โอนไป 1.4.ข้อความบทสนทนาที่เราติดต่อกับร้านค้า 1.5.ชื่อ, เบอร์โทร, ที่อยู่, อีเมลล์ และเลขที่บัญชีของร้านค้า 2.ดำเนินการแจ้งความ หลังจากรวมรวมหลักฐานครบแล้ว ให้รีบดำเนินการแจ้งความทันที และต้องเป็นการแจ้งความเพื่อ "ดำเนินคดีถึงที่สุด" ไม่ใช่แค่ลง "บันทึกประจำวัน" ซึ่งดำเนินการได้ 2 ที่ ดังนี้ 2.1.โรงพักใกล้บ้าน 2.2.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (TCSD) 3.ดำเนินคดี เมื่อแจ้งความเสร็จ ต้องคอยติดตามผลการดำเนินการของเจ้าหน้าที่สม่ำเสมอ เพราะเมื่อเราแสดงเจตจำนงว่า "ดำเนินคดีจนถึงที่สุด" เจ้าหน้าที่ต้องทำตามนั้น โดยต้องมีการตรวจสอบร้านค้า พยานหลักฐานต่าง ๆ และต้องออกหมายเรียกร้านค้ามาสอบปากคำ (หากไม่มาจะเป็นหมายจับ) ซึ่งเมื่อถึงขั้นตอนนี้เขาจะเรียกเราเข้าไปเจรจาไกล่เกลี่ย เรื่องค่าเสียหายกัน ก็ไปตามนัด หากเคลียร์กันได้รู้เรื่องก็จบ แต่หากไม่ได้ก็ต้องส่งเรื่องฟ้องศาลกันต่อไป อ้อ...หลังจากแจ้งความแล้วเราสามารถนำหลักฐานการแจ้งความ โดยใช้เอกสารการแจ้งความที่เจ้าหน้าที่ออกให้ ไปยื่นกับธนาคารเพื่อขอให้อายัดบัญชีได้ มีกี่อันก็แจ้งไปให้หมด ซึ่งจะทำให้ผู้โกงไม่สามารถใช้บัญชีนั้น ๆ ได้อีกต่อไป การฉ้อโกงซื้อของออนไลน์จะผิดกฎหมาย 2 ข้อ คือ... 1.กฎหมายอาญา มาตรา 341 การทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความที่เป็นเท็จ หรือ ปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกและแจ้งให้ทราบ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะมีอายุความ 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่รู้เรื่องกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด ดังน้ันหากรู้ตัวว่าถูกโกง ให้รีบแจ้งความภายใน 3 เดือน 2.พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ที่เกี่ยวกับการนำเข้าซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ หลอกลวง ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทด้วย โดยมีอายุความ 10 ปี ยังไงจะซื้อของออนไลน์ควรเช็คให้ดีว่าร้านค้าน่าเชื่อถือแค่ไหน อย่าเห็นแก่ของถูกจนเกินไป เพราะสุดท้ายอาจโดนโกงได้นะ หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  04 มีนาคม 2565

ระวัง !!! โทรมาแบบนี้...มิจฉาชีพแน่นอน

ทุกคนโปรดระวัง !!! ถ้ามีคนโทรมาแบบนี้...เป็นมิจฉาชีพแน่นอน ช่วงนี้แกงค์มิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ระบาดหนักมาก โดยเฉพาะค่ายที่หลอกว่ามาจากบริษัทขนส่ง "DHL" ซึ่งมาเนียนว่าของที่มีชื่อเราส่งถูกอายัดหรือตีกลับเพราะผิดกฎหมาย และทำเป็นใจดีให้เคลียร์ด้วยเงินเพื่อเลี่ยงการถูกจับกุม และมีผู้เสียหายหลายราย มูลค่าหลายล้านบาทแม้ตามสื่อทุกแพลตฟอร์มจะนำเสนอข่าวเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่วายมีผู้หลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะพวกโจรมันเปลี่ยนวิธีการได้แนบเนียนมากขึ้นด้วยเช่นกันงั้นเราก็ขอเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการแชร์ข้อควรระวังในเรื่องนี้อีกรอบหนึ่ง เผื่อใครที่ยังไม่ทราบจะได้พึงระวังตัวไว้ แต่ถ้าท่านมีปัญหาการเงินแล้วล่ะก็ รับคำแนะนำสำหรับวางแผนทางการเงินจากLumpsumได้ที่นี่คือถ้าพบเบอร์ไม่คุ้นเคยโทรมาในลักษณะดังต่อไปนี้ ให้สันนิฐานไปเลยว่า เป็น "มิจฉาชีพ" หรือ "โจร" แน่นอน1. อยู่ดี ๆ โทรมาบอกว่าบัญชีถูกอายัด/หรือมีหนี้บัตรเครดิต : อันนี้ค่อนข้างนิยมเพราะสร้างความตกใจให้กับเหยื่อได้ง่าย ซึ่งหากได้รับสายพวกนี้ แต่เราไม่ได้มีธุรกรรมกับแบงก์ปลายทางที่โจรมันแจ้งมา ให้วางสายไปเลย แต่หากบอกชื่อแบงก์ถูก ให้เชคข้อมูล โดยหากเป็นเจ้าหนี้จริง เขาจะต้องรู้ข้อมูลเรา ไม่ใช่รู้แค่ชื่อ-นามสกุล ต้องเชคทั้ง หมายเลขสัญญา/บัญชีธนาคาร, ยอดคงค้าง หรือ ยอดใช้จ่ายล่าสุด หากตอบไม่ได้ ถือว่ามั่ว !!! และถ้ามันถามกลับ ห้ามบอกข้อมูลโดยเด็ดขาด ผมเคยเจอ พอถามรายละเอียดมันงงใส่ แล้วก็วางไปเลย...2. บัญชีเงินฝากพัวพันกับยาเสพติดหรือฟอกเงิน : ข้อนี้มั่วตั้งแต่แรก เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงจะต้องมีหมายเรียกจากตำรวจหรือหมายศาล เพื่อแจ้งข้อหาก่อน โดยจะเป็นหมายที่เป็นเอกสารส่งมาตามที่อยู่ จะไม่มีการโทรมาบอกกันแบบนี้ ซึ่งทุกหน่วยงานทั้งแบงก์เองหรือตำรวจเองก็ออกมาแถลงแล้วว่า เป็นไปไม่ได้ที่ตำรวจจะโทรไปแจ้งข้อหากับผู้ต้องสงสัย จะต้องมีเอกสารหรือหมายเรียกอย่างเป็นทางการไปที่บ้าน3. รับรางวัลใหญ่ : มิจฉาชีพจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทหรือตัวแทนองค์กรต่าง ๆ แจ้งข่าวดีแก่เหยื่อว่า ได้รับเงินรางวัลหรือของรางวัลที่มีมูลค่าสูง โดยจะหลอกเหยื่อให้โอนเงินค่าภาษีให้ อันนี้ต้องตั้งสติให้ดี เพราะมันเล่นกับความโลภ อันดับแรกเชคก่อนว่าโทรมาจากไหน รางวัลอะไร แล้วเราได้ร่วมกิจกรรมอะไรไหม หากไม่แล้วได้รางวัลมาลอย ๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้ เชคย้อนไปเลยว่าเราชื่ออะไร ส่งชิงโชคอะไรไป ให้ชัวร์ อย่าโลภแล้วรีบโอน4. โอนเงินผิด : ข้อนี้ก็มีให้เห็นมาก แต่ตรวจสอบง่าย เพราะเราสามารถเช็คได้ว่ามีรายการแปลกประหลาดโอนเข้ามาหรือไม่ หากไม่ก็มั่วแล้ว ที่สำคัญอย่าให้ข้อมูลอะไรไปก่อนเด็ดขาด เพราะหากเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร จะต้องมีข้อมูลของเราเพื่อแจ้งความประสงค์เรื่องโอนเงินผิด5. เงินคืนภาษี : ช่วงนี้ต้องระวังเลย โดยเฉพาะท่านที่รอคอยเงินคืนภาษีอยู่ โจรมักจะให้เหยื่อทำรายการผ่านออนไลน์แบงก์กิ้งหรือตู้เอทีเอ็มเพื่อรับเงิน แต่...การรับเงินคืนภาษีกรรมสรรพากรจะให้คืนในรูปแบบโอนผ่าน Promp Pay หรือเป็นเช็คมาเท่านั้น และจะไม่มีการโทรมาเพื่อขอข้อมูลเพื่อจะโอนเงินให้เรา ดังนั้นอย่ารีบร้อน ต้องเช็คให้ดี6. ทวงหนี้เงินกู้ของญาติหรือคนรู้จัก : หากเราไม่เคยค้ำประกันอะไร จะไม่มีใครมาทวงหนี้เราได้ แม้จะเป็นพ่อแม่ลูกกันก็ตาม ดังนั้นอย่าโอนเงินไป หรือหากเคยค้ำประกันก็เช็คให้ดีว่าใช่หรือไม่ โดยห้ามบอกข้อมูลฝั่งเรา ให้พวกโจรมันคายข้อมูลมา เมื่อเห็นว่าไม่ใช่ ก็ไม่ต้องไปสนใจ วางสายทิ้งได้เลย อีกอย่างกรณีเป็นผู้ค้ำประกันจริง แล้วคนกู้ผิดชำระ การทวงหนี้มักจะมาในรูปแบบเอกสารอย่างเป็นทางการมากกว่าโทรทวงถามเหล่านี้เป็นวิธีการที่โจรชอบใช้ในช่วงหลัง ซึ่งหากอ่านมาถึงตรงนี้คงทราบข้อควรระวังกันไปบ้างแล้ว แต่....หากสุดท้ายยังไงท่านก็หลุดตกเป็นเหยื่อ ให้ทำตามนี้ 1. รวบรวมหลักฐานและข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง2. ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของสถาบันการเงินเพื่อระงับการโอนและการถอนเงิน3. หากไม่สามารถระงับการโอนเงินได้ ให้รวบรวมหลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งลงบันทึกประจำวัน ณ ท้องที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการระงับการถอนเงินออกจากบัญชีที่โอนไป4. แจ้งระงับการถอนเงินออกจากบัญชีที่โอนไปกับสถาบันการเงินที่ใช้บริการ โดยสถาบันการเงินจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จึงจะสามารถคืนเงินได้5. แจ้งเบาะแสไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)​อย่างไรก็ดีทำใจไว้บ้าง เพราะเมื่อพวกโจรได้รับเงินโอน มักจะรีบกดเงินออกจากบัญชีทันที ทำให้โอกาสที่จะได้เงินคืนนั้นน้อยมาก ยังไงควรย้อนกลับไปตอนแรก คือ ใช้สติพิจารณาให้ดี เมื่อได้รับสายโทรศัพท์แปลกปลอมลักษณะที่กล่าวไว้ข้างต้น เพื่อจะไม่ได้ตกเป็นเหยื่อในที่สุดสุดท้าย หากใครรู้แล้วว่ามันคือมิจฉาชีพ ฝากเล่นกับมันหน่อย ปั่นให้หัวหมุนไปเลยครับ

  หนึ่ง ศราพงค์


  04 กุมภาพันธ์ 2565

หลอกกู้เงินออนไลน์ระบาด ระวัง ถ้าไม่อยากเป็นเหยื่อ

เชื่อว่าช่วงนี้แฟนเพจหลายท่านคงได้รับ SMS ประมาณว่า... "ท่านได้รับวงเงินกู้พิเศษ 50,000 บาทคลิ๊กลิงค์เลย......"หรือ "สินเชื่อง่าย ๆ อนุมัติใน 5 นาที แค่กดลิงค์"หรือ "คุณได้สินเชื่อ 200,000 บาท กดรับได้เลย..."ครับ !!! ระบาดหนักมาก ผมได้ SMS ลักษณะนี้เกิน 10 อันมันคือมิจฉาชีพรูปแบบใหม่นะครับ ห้ามกด !!!พวกนี้มันจะใช้ช่วงที่ทุกคนกำลังมีปัญหาขาดสภาพคล่อง-ได้รับผลกระทบจากโควิด-19และเข้าถึงแหล่ะเงินทุนในระบบไม่ได้ข้อมูลจาก "กองบังคับการปราบปราม...การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ"ระบุว่า มีผู้เสียหายร้องเรียนเกี่ยวกับมิจฉาชีพกลุ่มนี้หลายพันรายมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาทพฤติกรรมของการลวงลักษณะนี้คือ...จะหลอกเอาเงินเราโดยไม่ได้ให้กู้จริงโดยจะส่ง SMS ล่อลวงด้วยวงเงินกู้สูงกู้ได้ด่วน ได้ง่าย ไม่ต้องมีหลักฐาน-หลักประกันใดวิธีการคือเมื่อเหยื่อกดตอบรับเข้าลิงค์ที่ส่งมาทาง SMS จะเป็นการเพิ่มเพื่อนในไลน์หลังจากนั้นจะขอ ชื่อ-นามสกุลเบอร์โทร-เลขบัญชีธนาคารแล้วให้เลือกว่าจะกู้เงินเท่าไหร่จูงใจด้วยดอกเบี้ยแสนถูกเช่น 2-4% ต่อปี จ่ายขั้นต่ำแค่ 5-10% ของเงินกู้พอเลือกเสร็จ ก็จะอนุมัติทันที แต่...มีข้อแม้คือต้องโอนเงินค่าประกันให้มันก่อนเท่าที่ตามข้อมูลมาส่วนใหญ่จะ 10% ของวงเงินกู้เช่น กู้ 100,000 บาท ต้องโอนให้มันก่อน 10,000 บาทซึ่งไม่มีการกู้เงินในระบบที่ไหนทำแบบนี้เราไปกู้เงินนะเว้ยยย ต้องโอนเงินให้ทำไมผมดูรายการสัมภาษณ์เหยื่อหลายรายให้ข้อมูลตรงกันว่า หลังจากโอนค่าธรรมเนียมไปแล้วจะไลน์มาบอกว่ายอดเงินพร้อมถอนแล้วรวมเงินประกันเช่นโอนไปแล้ว 10,000 บาท ก็จะบอกว่ายอดที่ถอนได้คือ 110,000 บาทแล้วจะทำทีเหมือนว่าจะให้โอนเงินเข้าบัญชีไหนพอส่งให้ไป กลับบอกว่าไม่สามารถโอนเงินได้เพราะข้อมูลไม่ครบ ต้องแจ้งข้อมูลโน่นนี่นั่นเพิ่มเติมโดยมีค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเฉลี่ย 5-10% ของวงเงินที่จะกู้ "อิหยังวะ !"และแน่นอนครับ เหยื่อส่วนใหญ่หลงเชื่อโอนไปให้อีกก้อน หลังจากนั้นหายครับท่านเข้ากลีบเมฆเลย ...ผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นเหยื่อที่ยังพอมีเงินอยู่ซึ่งบางครั้งเหยื่อที่ไม่มีเงินเลย อาจจะรอดเพราะต้องโอนเงินไปให้พวกมันก่อนแต่บางรายคิดอยากจะได้เงินก้อนใหญ่และไปหาหยิบยืมคนอื่นมา จะเท่ากับซวย 2 ต่อดังนั้นหากมีข้อความลักษณะนี้ห้ามคลิ๊กเด็ดขาด ไม่มีใครเอาเงินมาให้คุณฟรี ๆ หรอก แม้จะเป็นการกู้ก็ตาม เพราะสถาบันการเงินในระบบ ก็ไม่ทำแบบนี้ !!! สำหรับผู้ที่เสียหาย สามารถแจ้งเรื่องได้ที่ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน15992.ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 15673.ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมแบบนี้จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท อย่าไปหลงเชื่อใครง่าย ๆ นะครับยิ่งยุคนี้ที่มิจฉาชีพเต็มโซเชี่ยลไปหมดด้วยความปรารถนาดีหนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^ สินเชื่อส่วนบุคคลที่ Lumpsum ดีลตรงกับแบงก์ชั้นน้ำทั่วประเทศ ดอกเบี้ยพิเศษ วงเงินสูงสุดถึง...ล้านบาท ดอกเบี้ยเบา ผ่อนสบาย ได้เงินก้อนพร้อมใช้ สนใจ คลิก

  หนึ่ง ศราพงค์


  27 สิงหาคม 2564

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม