ออมทอง ปกป้องความเสี่ยง สร้างความมั่งคั่ง

ทองคำเป็นโลหะมีค่าที่มีคุณสมบัติพื้นฐานครบ 4 ข้อ คือ 1. งดงามมันวาว 2. คงทน ไม่ขึ้นสนิม ไม่หมอง และไม่ผุกร่อน แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนับพันปีก็ตาม 3. หายาก เพราะกว่าจะได้ทองคำมาหนึ่งออนซ์ (31.1034 กรัม) ต้องถลุงก้อนแร่ที่มีทองคำถึงหลายตัน และต้องขุดเหมืองลึกลงไปหลายสิบเมตร 4. นำกลับไปใช้ได้ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ด้วยการหลอมได้อีกนับครั้งไม่ถ้วนด้วยเหตุนี้ นอกจากจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องประดับแล้วและใช้งานในภาคอุตสาหกรรมแล้ว ทองคำยังถูกนำไปตีมูลค่าสำหรับการแลกเปลี่ยน และใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศอีกด้วยนอกจากนี้ ทองคำยังแสดงถึงความมั่งคั่ง จนเกิดสำนวนที่ว่า “มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่”ใครอยากเป็นพี่ มาออมทองกันเถอะครับเพราะนอกจากปกป้องความเสี่ยงแล้ว ยังช่วยสร้างความมั่งคั่งเพื่ออนาคตให้กับเราอีกด้วย ทำไมต้องลงทุนใน "ทองคำ" ทำไมต้องลงทุนในทองคำ "ผมเชื่อว่าการพิจารณาเพิ่มทองคำในพอร์ตการลงทุนจะเป็นทั้งการลดความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทน" Ray Dalio ผู้บริหาร Hedge Fund ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกล่าว “ทองคำ” เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ มีมูลค่าในตัวเอง ไม่เคลื่อนไหวไปตามตลาดหุ้น จึงมักถูกนำมาใช้ป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต จนถูกเรียกว่า สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Heaven) และยังช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงที่การลงทุนในสินทรัพย์อื่นเป็นขาลง ทำไมต้องออมทอง ทำไมต้องออมทอง "การออมทอง" คือหนึ่งในเครื่องมือออมรูปแบบหนึ่ง ที่เป็นการซื้อทองคำแท่งสะสมในทุก ๆ เดือน สามารถกำหนดเงินที่จะออมได้ เมื่อออมครบตามน้ำหนักทองหรือตามระยะเวลาที่กำหนดก็สามารถเบิกถอนเป็นทองคำออกมาเก็บไว้ที่ตัวเองได้ คล้ายกับการออมเงินในธนาคาร เพียงแต่ว่าจะไม่มีดอกเบี้ยให้เหมือนเงินบ่าย แต่ก็ไม่ต้องรอสะสมเงินจนครบเป็นก้อนใหญ่ถึงจะไปซื้อทองได้ การออมทองเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลงทุนในทองคำ แต่สามารถทยอยซื้อทองด้วยเงินจำนวนน้อย ๆ หรือคนที่ต้องการสะสมทองคำเป็นมรดกไว้ให้ลูกหลาน และคนที่ต้องทองคำในแง่ความสุข ความมั่งคั่งทางจิตใจอีกด้วย วิธีการคำนวณปริมาณทอง วิธีการคำนวณปริมาณทอง จากสมการจะเห็นว่าตัวหารคือราคาที่เราซื้อ นั่นหมายความว่าหากราคาต่ำลง เราก็จะได้ปริมาณทองเพิ่มขึ้น แต่หากราคาทองสูงขึ้นเราก็จะได้ปริมาณทองน้อยลงนั่นเอง ตัวอย่าง เดือนที่ 1 ราคาทองขายออกบาทละ 30,000 บาท หากออม 1,000 บาท จะได้ปริมาณทองคำ 0.5081 กรัม พอเดือนที่ 2 ราคาทองลดลงเหลือ 28,000 บาท หากออม 1,000 บาท จะได้ปริมาณทองคำ 0.5444 กรัม สูตรกำหนดราคาทองคำไทย สูตรกำหนดราคาทองคำไทย ราคาทองคำไทยมาจากการคำนวณตามสมการ ราคาทองคำไทย = ราคาทองคำในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ x อัตราแลกเปลี่ยน x อัตราการทอนค่าความบริสุทธิ์ x อัตราการทอนค่าน้ำหนัก อัตราการทอนค่าความบริสุทธิ์ เป็นการทอนค่าความบริสุทธิ์ของทองคำ เนื่องจากไทยใช้ค่าบริสุทธิ์ที่ 96.5% ต่างจากทองคำโลกที่ใช้ค่าบริสุทธิ์ 99.5% ในการคำนวณราคาทองคำไทยจึงต้องทอนค่าบริสุทธิ์ที่ค่า 965/995 อัตราการทอนค่าน้ำหนัก เนื่องจากราคาทองคำโลกมีหน่อยเป็นทรอยออนซ์ แต่ทองคำแท่งของไทยมีหน่วยเป็นบาท จึงต้องทอนค่าน้ำหนักเปลี่ยนหน่วยทรอยออนซ์เป็นบาท ที่อัตรา 15.244/31.1034 จากตัวเลขข้างต้น จะเห็นว่าอัตราการทอนค่าความบริสุทธิ์กับอัตราการทอนค่าน้ำหนัก เป็นค่าคงที่ ฉะนั้น ราคาทองคำไทยจึงขึ้นอยู่กับ 2 ตัวแปร คือ ราคาทองคำในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กับอัตราแลกเปลี่ยน โดยปกติราคาทองคำโลกมักจะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ทำให้ราคาทองคำไทยจึงขาดทุนด้านหนึ่งและมีกำไรอีกด้านหนึ่งเสมอ จากตัวอย่างจะเห็นว่า ในวันที่ 5 ม.ค. 66 เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า ราคาทองโลกอ่อนตัวลง แต่ถ้าสังเหตุให้ดีจะเห็นว่า ราคาทองโลกกลับอ่อนตัวมากกว่าเงิน USD แข็งค่า (เงินบาทอ่อนค่า) กล่าวคือ ในสภาวะที่ค่าเงิน USD แข็งค่า (อ่อนค่า) ราคาทองคำมักจะปรับตัวลง (เพิ่มขึ้น) สูงกว่าค่าเงินที่เปลี่ยนไป หมายเหตุ : ตัวอย่างเป็นเพียงการคำนวณตามทฤษฎีเท่านั้น บทสรุป ออมทองปกป้องความเสี่ยง สร้างความมั่งคั่งเพื่ออนาคต บทสรุป ออมทองปกป้องความเสี่ยง สร้างความมั่งคั่งเพื่ออนาคต บทความที่เกี่ยวข้อง เรื่องน่ารู้...ราคาทองคำ

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  18 มกราคม 2566

ลงทุนทองคำ รูปแบบไหนดีนะ?

...ในวันที่เพื่อนสาวจะเอาจริงกับการลงทุนทองคำ จึงต้องบอกวิธีการลงทุนลองทำว่าลงทุนอย่างไรได้บ้าง เพื่อนสาว : นี่เธอ จะบอกชั้นได้ยัง ว่าลงทุนทองคำยังไงได้บ้าง น้องโน่ : จะเอาจริงอะ? เพื่อนสาว : ชั้นเป็นเพื่อนเล่นเธอเหรอ น้องโน่ : จ้ะๆๆๆ แต่ก่อนชั้นจะบอกรูปแบบการลงทุนทองคำ เธอจะย้ำเธออีกครั้งนะ กับคำเตือนที่ชั้นเคยบอกไว้ตั้งแต่คราวก่อนว่าการลงทุนทองคำมีความเสี่ยงสูงมาก สูงกว่าหุ้นอีก เพื่อนสาว : โอเค คนสวยรับทราบ และเข้าใจอย่างถี่ถ้วนแล้วค่า น้องโน่ : ให้มันจริง ถ้าเจ๊งอย่ามาบ่นสี่บ่นแปดกับชั้นละ ไม่ปลอบแต่จะซ้ำแน่นอนจ้ะ เพื่อน : ค่า น้องโน่ : การลงทุนทองคำมี 3 รูปแบบหลัก แบบแรกคือการซื้อทองคำจริง ไม่ว่าจะเป็นทองแท่งหรือทองรูปพรรณ นอกจากการซื้อผ่านหน้าร้านหรือออนไลน์แล้ว การออมทองก็นับอยู่ในรูปแบบนี้เหมือนกัน (ออมทอง) เพื่อนสาว : แบบแรกนี้ไม่ต้องอธิบายเยอะ พอรู้อยู่แล้วจ้ะ ข้ามไปแบบที่สองเลย น้องโน่ : แบบที่สองคือ กองทุนรวมทองคำ เป็นกองทุนรวมที่นำเงินของกองทุนไปลงทุนในทองคำเปรียบเสมือนลงทุนในทองคำแท่งทางอ้อมผ่านกองทุนหลักในต่างประเทศ โดยจะนำเงินไปลงทุนในทองคำแท่ง 99.99% หรือ 99.50% อีกทอดหนึ่ง การเคลื่อนไหวของมูลค่าหน่วยลงทุนจึงอิงกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลก เพื่อนสาว : แบบนี้ก็พอเข้าใจอยู่บ้าง น้องโน่ : แต่กองทุนนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนด้วยนะ เพิ่มเติมจากความเสี่ยงของกองทุนรวมทองคำที่ระดับ 8 ซึ่งสูงกว่าหุ้นที่อยู่ระดับ 6 เพื่อนสาว : กองทุนรวมทองคำที่เสี่ยงสูงกว่าหุ้นอยู่แล้ว ยังมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอีกเหรอ คุณพระช่วย!! น้องโน่ : ใช่แล้ว ทองคำที่มุมหนึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกมุมก็มีความเสี่ยงจากราคาที่ผันผวนสูง ดังนั้น ถ้าเธอจะลงทุนกองทุนรวมทองคำ ก็ต้องศึกษาและเข้าใจอย่างละเอียดก่อนดีกว่า ชั้นเตือนแล้วนะ!! เพื่อนสาว : จ้า น้องโน่ : แต่ก็มีข้อดีตรงที่จำนวนเงินขั้นต่ำในการลงทุน ที่ใช้เงินไม่มาก แค่ 500 หรือ 1000 บาทก็ลงทุนได้แล้ว เพื่อน : จ้า น้องโน่ : มาที่รูปแบบสุดท้าย คือ Gold Futures สำหรับชั้นแล้วรูปแบบนี้ยากสุด เพราะมันคือรูปแบบหนึ่งของตราสารอนุพันธ์ เพื่อนสาว : ยากยังไงอะ น้องโน่ : ยากในวิธีการลงทุนที่ค่อยข้างซับซ้อนกว่า 2 รูปแบบแรก เราสามารถทำกำไรได้ทั้งราคาทองขาขึ้นและขาลง ถ้าคาดว่าทองจะขึ้นก็เลือก Call แต่ถ้าคาดว่าทองจะลงก็เลือก Put เพื่อนสาว : Call กับ Put นี่คืออะไรอีกอะเธอ น้องโน่ : Call คือสัญญาว่าเราจะซื้อ สมมติคิดว่าราคาทองจะขึ้น เธอก็ Call ไว้ หากราคาทองขึ้นจริงเธอก็ซื้อได้ในราคาที่ Call ไว้ซึ่งต่ำกว่าราคาทองจริงบนกระดาน ก็จะได้กำไร แต่ถ้าคิดว่าราคาทองจะลง ก็เลือก Put คือสัญญาว่าเราจะขาย ถ้าราคาทองลงจริงเราก็จะขายได้ในราคาที่ Put ไว้ ซึ่งสูงกว่าราคาทองจริง ก็จะได้กำไร แต่ถ้าผิดทางก็ขาดทุน เพื่อนสาว : พอเข้าใจบ้าง แต่ก็ยากอย่างที่เธอบอก น้องโน่ : โดยปกติราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหวผกผัน หรือไม่ไปในทางเดียวกับราคาหุ้น จึงถูกนำมาใช้ในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต เพื่อนสาว : อ่อ เข้าใจละ แล้วซื้อขายได้ที่ไหนอะ น้องโน่ : ซื้อขายได้ผ่านระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(TFEX) โดยมี บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ประกันการชำระราคาจากการซื้อขาย และมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงานของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและบริษัทสมาชิก โดยตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปิดซื้อขาย Gold Futures 2 ประเภท ได้แก่ 50 Baht Gold Futures เปิดซื้อขาย เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 และ 10 Baht Gold Futures เปิดซื้อขาย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553 เพื่อนสาว : คล้ายการซื้อขายหุ้นเนอะ น้องโน่ : จะว่าแบบนั้นก็ได้ เกือบลืม แม้ Gold Futures จะใช้เงินทุนน้อย เพราะเป็นการซื้อขายแบบบัญชีมาร์จิ้น ที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินทั้งจำนวนในการซื้อขาย ลงทุนวางเงินประกันแค่ 1 ใน 10 ของมูลค่าสัญญา ยามได้กำไรก็จะได้ในอัตราส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับเงินลงทุน แต่ยามขาดทุนก็เป็นอัตราส่วนสูงเช่นกัน จึงไม่เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ เพื่อนสาว : บัญชีมาร์จิ้นอะไรของเธออีก เยอะแยะไปหมด งงแล้วเนี่ย น้องโน่ : ใน Futures หรือการซื้อขายล่วงหน้า เงินประกันหรือ Margin มีไว้สำหรับเป็นเงินมัดจำ หรือหลักประกัน ที่วางไว้เพื่อให้ได้มาของสิทธิที่จะซื้อ (Call) หรือ จะขายสินค้า (Put) ในวันข้างหน้า โดยการจ่ายเงิน-รับเงินสำหรับการซื้อขายสินค้าจริง จะเกิดขึ้นเมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าครบกำหนดส่งมอบแล้วเท่านั้น เพื่อนสาว : คือการวางเงินประกันเพื่อให้ได้สิทธิ์ ชั้นเข้าใจถูกใช่มะ น้องโน่ : ใช่จ้า เก่งสมฉายาสวยใสไม่ไร้สมองจริง ๆ เพื่อนสาว : ทำไมรู้สึกเหมือนโดนด่า น้องโน่ : เธอคิดไปเอง 55+ เข้าเรื่อง ๆ การจ่ายเงิน-รับเงินสำหรับการซื้อขายสินค้าจริง จะเกิดขึ้นเมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าครบกำหนดส่งมอบแล้วเท่านั้น เธอเห็นตรงนี้ใช่มั้ย นั่นคือ Gold Futures มีอายุจำกัด แตกต่างจากหุ้นและทองคำจริงที่ไม่มีวันหมดอายุ เพียงแต่ Gold Futures ไม่มีการส่งมองทองจริง เป็นเพียงการอ้างอิงราคาทอง ดังนั้น หากถือ Gold Futures ไปจนครบอายุสัญญา ก็จะมีการปิดสถานะของสัญญาอัตโนมัติ โดยเราจะได้กำไรขาดทุนจากส่วนต่างของราคาที่ซื้อขายตอนต้น และราคา ณ วันที่สัญญาหมดอายุ เพื่อนสาว : ยอมจ้า ยากจริง ชั้นควรเริ่มจากแบบแรกกับแบบที่สองดีกว่าเนอะ น้องโน่ : ช่ายแว้ว ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปทีละสเต็ปดีกว่า ไม่ต้องรีบหรอก เงินทองมันหายาก เข้าใจจริง ๆ ค่อยลงทุนก็ไม่สายหรอก เพื่อนสาว : เนอะ สรุป • การลงทุนทองคำมี 3 รูปแบบหลัก คือ การซื้อทองจริง กองทุนรวม และ Gold Futures • ออมทองเป็นหนึ่งในการลงทุนแบบซื้อทองจริง • การลงทุนทองคำมีความเสี่ยงระดับ 8 มากกว่าหุ้นที่ระดับ 6 • กองทุนรวมทองคำ นอกจากความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน • Gold Futures เป็นรูปแบบการลงทุนที่มีความซับซ้อน • ราคาทองคำมักผกผันกับราคาหุ้น จึงถูกนำมาเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยง

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  19 สิงหาคม 2563

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม