5 ข้อต้องรู้ ก่อนตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่

ตราบใดที่คนยังมี "ความโลภ"แชร์ลูกโซ่ไม่มีวันหมดไปตายแล้วก็เกิดใหม่ วนลูปไม่รู้จบสิ้น"ความโลภ" อยากได้ อยากมี และอยากเป็นเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนมี เพียงแต่ว่ามีต่างกันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคนเมื่อหนีความโลภไม่ได้ สิ่งที่ต้องมีกำกับเลยก็คือ "สติ"เพื่อควบคุมความโลภ ไม่ให้ออกมาทำงานจนตกเป็นเหยื่อเราจำเป็นต้องป้องกันตัวเองและคนที่เรารักไม่ให้ตกเป็นเหยื่อต้องรู้เท่าทันกลโกง เล่ห์เหลี่ยม หรือกลยุทธ์ที่นำมาใช้กระตุ้นให้ความโลภทำงานพึงระลึกไว้เสมอว่า "ไม่รู้ ไม่ลงทุน" เพราะในโลกการลงทุนไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆวันนี้ LUMPSUM จะพาทุกคนไปดู 5 ข้อต้องรู้ ก่อนตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ เพื่อจะได้ป้องกันตัวเราเอง คนที่เรารักและคนรอบข้าง จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่นะครับ 1. ใช้การลงทุนบังหน้า ล่อด้วยผลตอบแทนสูง ใช้การลงทุนบังหน้า ล่อด้วยผลตอบแทนสูง แชร์ลูกโซ่ใช้การลงทุนบังหน้า (แต่ไม่ได้ลงทุนจริง) โดยกระตุ้นความโลภ หลอกล่อให้คนเข้ามาลงทุนด้วยผลตอบแทนสูง เช่น ออมกินดอก ออมเงินเพียงแค่ 4 วัน เงิน 300 บาท ได้คืน 400 บาท นั่นคือ ได้ดอกเบี้ย 100 บาท หากคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยจะสูงถึง 3,041.67% ต่อปี ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ หากเทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่ต่ำเพียงแค่ 0.25% ต่อปี Forex 3D แชร์ลูกโซ่ที่ใช้วิธีเปิดเว็บไซต์ บังหน้าเพื่อหลอกลวงให้คนนำเงินมาลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ (Forex) โดยอ้างผลตอบแทนสูงถึง 10-15% ต่อเดือน คิดเป็น120-180% ต่อปี (การซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ หรือ Forex เป็นการลงทุนที่มีอยู่จริง แต่ยังไม่ได้รับรองจากธนาคารแห่งประเทศไทย) 2. เน้นหาเครือข่าย ชักชวนคนมาลงทุน เน้นหาเครือข่าย ชักชวนคนมาลงทุน โมเดลของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ คือ เอาเงินของคนใหม่มาแบ่งจ่ายให้คนเก่า ยิ่งมีสมาชิกเยอะก็จะหมุนเงินได้คล่อง เพราะไม่ได้ลงทุนจริง ดังนั้น แชร์ลูกโซ่จึงเน้นให้เราหาเครือข่าย ชักชวนคนให้มาลงทุนเยอะ ๆ อาจจะชักจูงด้วยผลตอบแทนที่สูงขึ้น หรือมีค่าคอมมิชชัน 3. เชียร์ให้ลงทุนเยอะๆ โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง เชียร์ให้ลงทุนเยอะๆ โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง "การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน" ในการลงทุนที่มีหน่วยงานกำกับดูแลอย่างถูกต้อง เราจะเห็นคำเตือนนี้เสมอ แต่แชร์ลูกโซ่จะเชียร์ให้ลงทุนเยอะ ๆ โดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง หลอกล่อด้วยการได้ผลตอบแทนตามที่โฆษณาไว้จริง ในช่วงแรก ๆ เท่านั้น จึงกระตุ้นความโลภให้เราเอาเงินมาลงทุนเพิ่ม 4. ใช้ชีวิตสุดหรู กินอยู่อย่างสบาย ใช้ชีวิตสุดหรู กินอยู่อย่างสบาย แชร์ลูกโซ่ใช้สื่อออนไลน์สร้างภาพขายฝัน "กินหรู อยู่สบาย" หลอกล่อว่าการลงทุนที่ใช้บังหน้าเป็นเรื่องง่าย ได้ผลตอบแทนจริง ๆ ทำให้มีเงินทองร่ำรวย (ที่จริงเป็นเงินที่ได้มาจากการหลอกลวง) จนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย ซึ่งเป็นหลักจิตวิทยากระตุ้นความอยากได้ อยากมี นอกจากนี้ บ่อยครั้งยังอ้างบุคคลมีชื่อเสียงร่วมลงทุน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ (ปลอม ๆ) 5. ไม่มีหน่วยงานรับรอง ตรวจสอบไม่ได้ ไม่มีหน่วยงานรับรอง ตรวจสอบไม่ได้ การลงทุนหรือการทำธุรกิจใด ๆ ก็ตาม "ต้องมีหน่วยงานกำกับดูแลเสมอ" การตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่กำกับดูแลเป็นการตรวจสอบขั้นพื้นฐาน ที่ทำให้เรารู้ได้ว่าสิ่งที่กำลังจะลงทุนมีที่มาที่ไป เชื่อถือได้ ไม่ใช่มีเพียงการกล่าวอ้าง สำหรับการลงทุนในประเทศไทย จะถูกกำกับดูแลโดย ก.ล.ต. ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่กำหนดตามกฎหมาย ดังนี้• กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์• กฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า• กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล• กฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน• กฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์• กฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ส่วนการตรวจสอบธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจตลาดแบบตรง ที่มักถูกนำมาใช้แอบอ้างเพื่อบังหน้าในการหลอกลวง สามารถตรวจสอบได้ผ่าน เว็บไซต์ของ สคบ. วัฏจักรแชร์ลูกโซ่ วัฏจักรแชร์ลูกโซ่ ตราบใดที่คนยังมีความโลภ แชร์ลูกโซ่ไม่เคยตาย กลับมาพร้อมกลับกลโกงใหม่ ๆ เพื่อหลอกเหยื่อให้ติดกับดัก เกิดความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาลหรือเป็นวงกว้าง จนเป็นข่าวดังอีกครั้งและอีกครั้ง วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ 1. ไม่โลภ อย่าเห็นแก่ผลตอบแทนสูง จงระลึกไว้เสมอว่า "เหงื่อไม่ออก หัวไม่ปวด" ไม่ได้เงินมาง่าย ๆ หรอก 2. ไม่หูเบา เชื่อหรือวางใจกับคนที่ไม่รู้จัก จงระลึกไว้เสมอ "เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร" 3. ไม่คล้อยตาม ต้องปฏิเสธอย่างหนักแน่นหากถูกชักชวนให้ลงทุนในสิ่งที่ไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจ 4. ไม่ใจร้อน ศึกษาข้อมูลให้แน่ชัด ถือคติ "ไม่รู้ ไม่ลงทุน" 5. ไม่หลงเชื่อ ติดตามข้อมูลข่าวสารสม่ำเสมอ เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงใหม่ ๆ ของมิจฉาชีพ บทสรุป 5 ข้อต้องรู้ ก่อนตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ พึงระลึกไว้เสมอว่าในโลกการลงทุนไม่มีอะไรได้มาง่าย (ถ้าง่ายคงรวยกันหมด) โลภได้ แต่ต้องมีสติกำกับ "ไม่รู้ ไม่ลงทุน" ไม่มีใครหลอกเราได้ หากเรามีสติและปัญญากำกับ พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบและถี่ถ้วนก่อนลงทุนทุกครั้งนะครับ อ้างอิง : แชร์ลูกโซ่ Forex 3D คืออะไร และมีวิธีตามเงินคืนอย่างไร รู้ทันกลโกง! ระวังถูกชักชวนลงทุนได้ผลตอบแทนสูง ตกเป็นเหยื่อขบวนการแชร์ออนไลน์ ‘แชร์ลูกโซ่’ 2020 เป็นอย่างไร? เปิด 6 จุด จับสังเกตก่อนตกเป็นเหยื่อ สนใจโฆษณาติดต่อ : Tel : 081-773-6258 (จอย) Email : [email protected]

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  13 กันยายน 2565

"แชร์ลูกโซ่" เปลี่ยนวิธีหลอก แต่รูปแบบเหมือนเดิม

ช่วงนี้ผมจะเน้นนำเสนอพวกกลโกงหรือการหลอกลวงของกลุ่มมิจฉาชีพเป็นพิเศษ เพราะระบาดหนักมาก พอกับโควิด-19 หรือ เรียกได้ว่ามาพร้อม ๆ กันก็ได้ เพราะอาศัยช่วงที่คนกำลังเดือดร้อนนี่แหล่ะ เป็นช่องฉวยโอกาสที่ดี รอบนี้เป็นกลุ่ม "แชร์ลูกโซ่" ที่ไม่เคยหมดไปจากสังคม มันจะมาเป็นระลอก และปรับวิธีการใหม่ให้ทันสมัยเสมอ และหลอกลวงเหยื่อได้อยากแนนเนียนมูลค่ารวมมหาศาล ปัจจุบันพัฒนาเป็นรูปแบบชักชวนลงทุนสินทรัพย์ที่กำลังนิยม เช่น ค่าเงิน, คริปโทฯ รวมไปถึงบ้านออมเงินต่าง ๆ ยันหลอกว่าลงทุนธุรกิจสตาร์ทอัพหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ใช่ครับ ! สิ่งเหล่านี้มันสร้างกำไรได้จริง จากปรากฎการณ์ด้านผลตอบแทนที่เห็นกันเชิงประจักษ์จากสื่อและโซเชี่ยลมีเดียทั่วโลก กลุ่มมิจฉาชีพจึงอัพเกรดวิธีการโดยใช้เครื่องมือเหล่านี้มาจูงใจ หากินบนความโลภของมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ขาดความรู้เรื่องการเงิน และได้ผลเสมอ เพราะไม่นานวงแชร์ล้ม มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าหลายล้านบาท แต่หากมีการศึกษากลไกของ "แชร์ลูกโซ่" ดีพอ คุณแทบจะไม่มีทางถูกหลอกได้เลย เพราะกลลวงพวกนี้ มีรูปแบบที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย คือ... 1.ลงทุนน้อย แต่การันตีผลตอบแทนสูงผิดปกติ ในระยะสั้น ๆ เช่น 15 วันผลตอบแทนมากกว่า 10% และยิ่งลงมายิ่งได้มาก ขณะเดียวกันแค่ลงเงินที่เหลือแทบไม่ต้องทำอะไรเลย รอรับผลตอบแทนอย่างเดียว บ้าบอ ขนาดตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวดีที่สุด เฉลี่ยต่อปียังไม่สามารถการันตีได้เลยว่าจะถึง 10% 2.เน้นการชักจูงคนอื่นมาเข้าร่วมเพิ่ม เทคนิคสำคัญของแชร์ลูกโซ่ คือจะให้ผลตอบแทนจริงกับเหยื่อกลุ่มแรก เพื่อให้เกิดความตายใจว่าได้แน่ จากนั้นจะจูงใจให้ชวนคนอื่นมาเพิ่ม โดยอาจจมีคอมมิชชั่นให้เพิ่มเติม ซึ่งแน่นอนว่าเหยื่อกลุ่มแรกที่ได้ผลตอบแทนจริง ย่อมมีหลักฐานไปจูงใจผู้อื่นอยู่แล้ว กระบวนการลูกโซ่จึงเกิดขึ้น 3.มีบุคคลหรือองค์กรอ้างอิงที่มีชื่อเสียง เช่น ร่วมมือกับดารา เซเลป หรือ องค์กรต่าง ที่รู้จักกันอย่างดีในสังคม แต่หากสังเกตให้ดีจะตรวจสอบยากมาก หากเป็นบุคคลจะโชว์แต่ไลฟ์สไตล์สุดหรู รถสปอร์ต บลา ๆ ๆ แต่สิ่งที่ต้องโชว์คือพอร์ตและรายละเอียดการลงทุน ซึ่งไม่เคยมี ! หากเป็นองค์กร ก็จะนำบริษัทต่างประเทศมาอ้างอิง แต่เข้าถึงข้อมูลได้ยาก และอาจจะมีปลอมแปลง เอกสาร มีตราประทับให้ดูน่าเชื่อถือ และอ้างอิงถึงประเทศขนาดเล็กหรือองค์กร ในต่างประเทศที่เราไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ นี่คือ 3 รูปแบบที่ "แชร์ลูกโซ่" ใช้เป็นประจำ แต่วิธีการจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จึงอยากให้ทุกท่านที่อ่านบทความนี้ ตั้งข้อสังเกตไว้เลย หากเจอการลงทุนใด ๆ ที่มีลักษณะนี้ ให้ตีความไปก่อนเลยว่า "แชร์ลูกโซ่แน่นอน" ไม่มีใครใจดีมาแชร์ผลตอบแทนการลงทุนขนาดนั้นหรอก หากทำได้จริงก็รวยไปคนเดียวหรือกลุ่มเดียวแล้ว จะมาบอกต่อทำไม อย่าถูกความโลภบังตา หรือหากคิดว่าผมมองโลกแง่ร้ายเกินไป ก่อนจะเชื่อให้ลองตรวจสอบจากหน่วยงานทางการสักนิดเพื่อความชัวร์ เช่น ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการ ทางการเงิน (ศคง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 1213, สายด่วนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) โทร. 1207, และ สายด่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โทร. 1202 เป็นต้น เรื่องเงินไม่เคยง่าย ไม่งั้นก็ไม่ต้องมีใครลำบากแล้ว ศึกษาก่อนลงทุนเสมอ ด้วยความเป็นห่วง หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  01 ตุลาคม 2564

"แชร์ลูกโซ่" สารพัดกลโกงที่ไม่เคยตาย

นึกขึ้นได้ว่าผมยังไม่เคยเขียนถึง "แชร์ลูกโซ่" เลย ทั้งที่เป็นหายนะทางการเงิน ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นหนี้อีกทางหนึ่ง และเรื่องนี้คนรอบตัวผมโดนมาเยอะมาก พื้นฐานก่อนเลยนะ "แชร์ลูกโซ่" ไม่เคยเปลี่ยนรูปแบบ เท่าที่จำความได้กรณี "แชร์แม่ชม้อย" เมื่อ 30-40 ปีก่อน จนถึงตอนนี้รูปแบบหลัก ๆ ก็ยังเหมือน คือ ... 1. ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง 2. มีการการันตีผลตอบแทน 3. การบอกต่อและให้คอมมิชชั่น 4. มีคนดังมาร่วมวง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่าง เช่น เมื่อก่อนอาจจะแอบอ้างเอาเงินไปลงทุน แค่ น้ำมัน, ทองคำ, หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ เดี๋ยวนี้ไป สกุลเงินดิจิทัล (Crypto Curency), ซื้อขายค่าเงิน (Forex) ยันธุรกิจสตาร์ทอัป (Startup) หรือการชักชวนเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ใช้พวกราคาหน้าหล่อ-สวยแล้ว แต่จะใช้คนดังจากการลงทุนที่เคยหรือพอจะมีชื่อเสียงบ้างมาร่วมขบวนการ ผ่านการอบรม สัมมนา แนวทางความสำเร็จของชีวิต ปิดท้ายด้วยการขายฝันแพ็คเกจการลงทุน เอางี้ ... ผมจะเหลาเป็นข้อ ๆ เลยนะ (สนุกเล่าเลยแหล่ะ...อยากเม้ามอยมาก) 1. ผลตอบแทนสูงเกินจริง สูงเวอร์มากมายเลยล่ะ... ล่าสุดมีคนแชร์มาในพวกกลุ่มลับเกี่ยวกับเรื่องเทา ๆ ที่ผมไปสิงอยู่ ชวน "ออมเงินเพื่อกินดอก" แค่เอาเงินไปออมไว้ที่เจ้านี้ รับดอกเบี้ย 30% ต่อ 1 สัปดาห์ (7 วัน) ขั้นต่ำ 300 บาท ชวนเพิ่มได้เงินออมพิเศษอีกรายละ 300 บาท เขร้...บอกเลยว่าสุดเจ๋ง (ถ้ามันทำได้จริง) คิดแบบบ้าน ๆ นะ ... เงินออม 300 บาท ดอกเบี้ยรับ 30% คือ 90 บาท และ 7 วันได้ 1 ครั้ง หนึ่งเดือนมี 30 วัน หรือราว 4 สัปดาห์ หมายถึงจะได้ดอกเบี้ย 4 ครั้ง ครั้งละ 90 บาท รวม 360 บาท ยังไงล่ะ ฝากเงินเจ้านี้แค่เดือนเดียวคืนทุนพร้อมกำไร อีก 60 บาท (ไม่นับเงินต้นนะ) หรือคิดแบบนักลงทุนหน่อย ... เงินออม 300 บาท ดอกเบี้ยรับ 30% ต่อ 7 วัน คร่าว ๆ ก็ 120% ต่อเดือน อะหรือ อะหรือ อะหรือว่า 12,000% ต่อปี ถ้าลง 3,000 บาท 30,000บาท 300,000 บาท หรือ 3,000,000 บาท ล่ะ !!! มีอีกสารพัดรูปแบบเลยนะที่เจอมาระยะหลัง เช่น ลงทุนคริปโตฯ , ลงทุนสตาร์อัป, หุ้นสหรัฐฯ - จีน บลา ๆ ๆ อะไรก็ตามที่เคยสร้างผลตอบแทนมาก ๆ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพียงแค่ใส่เงินมา ... เราลงทุนให้ ... ปันผลมหาศาล เคยเจอต่ำ ๆ ก็ 10% ต่อเดือน นั่นหมายถึง 120% ต่อปีเลยนะคุณ !!! ถ้ามีจริง เซียนหุ้นหรือนักลงทุนรายใหญ่บ้านเรา ลาออกจากตลาดหุ้นไทยหมดแล้วล่ะ เพราะการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ผลตอบแทนรอบ 10 ปีหลัง คือการลงทุนใน "หุ้น" เฉลี่ยราวกว่า 10% ต่อปี อ่านดี ๆ นะ ... ตรงนี้หมายถึง ต้องลงทุนยาวถึง 10 ปี ถึงจะได้ เฉลี่ย-ปี-ละ 10% และการคำนวณผลตอบแทนนี้มาจากดัชนี SET Index ซึ่งคือภาพรวมทั้งหมด บวก ลบ คูณ หาร เป็นค่าเฉลี่ยออกมา ไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกบริษัทจะให้กำไร เฉลี่ย-ปี-ละ 10% โอเค...หุ้นบางตัวปีหนึ่งอาจจะให้มากกว่า 100% แต่มีไม่มาก บอกเลย ต้องโคตรเซียนถึงจะหาเจอ... นี่ยกตัวอย่าง "หุ้น" นะ ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดหากเทียบสินทรัพย์อื่น ยังได้แค่ราวกว่า 10% เท่านั้น บางปีอาจจะมากหน่อย 20-30% แต่บางปีก็ติดลบ 20-30% เช่นกัน เขาถึงมีประโยคที่ว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ" และ "ผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต" นี่คือตำเตือนที่ย้ำเสมอ เวลาลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่มีหน่วยงานกำกับดูแล แต่ "แชร์ลูกโซ่" ไม่เคยมีคำเตือนใด ๆ แถมยัง... 2. การันตีผลตอบแทน จุดโคตรล่อใจของ "แชร์ลูกโซ่" คือ "การันตีผลตอบแทน" เพราะโลกนี้ไม่มีสินทรัพย์ใด (ที่มีการรองรับและกำกับดูแล) การันตีผลตอบแทน ขนาดของมีค่ามาก ๆ อย่างทองคำ ราคายังผันผวนเลย แท่งใหญ่เท่าเดิม แต่มูลค่าขึ้นลงทุนวัน หรือบ้านใจกลางเมืองติดรถไฟฟ้า หากมีประวัติคนตาย, ผีหลอก, โจรชุม หรือน้ำท่วม ก็ยากที่มีคนซื้อต่อหรือขายให้ได้กำไร เพราะ "บนโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน...เดี๋ยวก็มืดเดี๋ยวก็สว่าง" ต้องไปหา "ร่มสีเทา" เฮ้ย ไม่ใช่ละ นั่นมันเพลง (ได้พอยิ้ม ๆ) จะว่าไปการการันตีของ "แชร์ลูกโซ่" มีจริงนะ คือให้ผลตอบแทนคุณก่อน 3-6 เดือนแรก เอาเงินจากไหนมาให้ ? ก็เงินคุณนั่นแหล่ะ ! ยังไง ? ก็ตอนแรกใส่เงินไปเท่าไหร่ล่ะ ? สมมติลงเงิน 1,000 บาท ให้ผลตอบแทนเดือนละ 300 บาท เขาก็ให้ผลตอบแทนคุณได้ตั้ง 3 เดือน บางที่ระดมเงินได้มากหน่อยก็ให้กำไรได้นาน เมื่อมีคนได้จริง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ... 3. การบอกต่อและให้คอมมิชชั่น พลังแห่งการบอกต่อนี่แหล่ะทำให้ "แชร์ลูกโซ่" ดูดเงินได้มาก บอกต่อไม่พอ หากชวนคนมาลงเงินด้วย ได้คอมมิชชั่นไปอีก รวยเองไม่พอ บอกเพื่อน ถ้าเพื่อนลงด้วย เราได้เงินเพิ่มด้วย และเพื่อนมาบอกปากต่อปากแบบนี้ เอาความน่าเชื่อถือไปเลย "ไอ่ตู้แม่งไปลงทุนคริปโตฯ อะไรนี่แหล่ะ ลงเงินเฉย ๆ กำไรบานเลย เอาบัญชีมาโชว์ด้วย กำไรทุกเดือน บางบัญชีเงินเข้าราย 5 วัน 7 วันด้วย โคตร Passive Income เหมือนที่อาจารย์เคยสอนเลย" ป๋อมเล่าให้เขียวฟัง "วันก่อนกูไปลงที่ไอ้ตู้บอก ได้เงินจริงนะ เนี่ยเงินเข้าแล้ว (พร้อมโชว์บัญชี) ... ถ้ามึงลงตามก็ได้เงินเพิ่มด้วย แถมถ้าเมิงไปชวนคนอื่นก็ได้เงินด้วยนะ" ป๋อมเล่าให้เขียวฟังอีกรอบ "ไอ่ป๋อมแม่งไปลงทุนคริปโตฯ อะไรนี่แหล่ะ ลงเงินเฉย ๆ กำไรบานเลย เอาบัญชีมาโชว์ด้วย เข้าจริง กูก็ลงไปแล้ว ได้เหมือนกัน..." เขียวชวนเพื่อนต่อ เข้าสูตรเลย แล้วทุกคนที่ไม่ได้ตระหนักคิดหรือมีความรู้ ก็จะลงเงินตาม ๆ กันเรียบ ไม่เคยศึกษาว่าสินทรัพย์ที่ลงเงินไปคืออะไร หลักการคิดวิธีการทำงานของแพ็คเกจเหล่านี้ รู้แค่เพียงกำไรเยอะ ผลตอบแทนสูงมาก แค่นี้พอ ไม่นานรวย ! “แชร์ลูกโซ่” ก็จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เงินมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะมีข่าวโครม ๆ หรือ มีคนมาเตือนว่าอาจจะเป็นแชร์ลูกโซ่ คนใกล้ตัวผมเลย ไปลงคริปโตฯ ผ่านเพื่อนชวน วิธีคือเอาเงินไปลงอย่างเดียว โชว์ให้ผมเห็นคา 2 ตาเลย เงินในบัญชีจากเงินต้น 200,000 บาท 3 เดือนผ่านไปเพิ่มเป็นกว่า 2 ล้านบาท กำไรกว่า 10 เท่า หรือกว่า 1,000% ผมช็อค ขอดูรายละเอียด... บัญชีเป็นชื่อฝรั่งในแอปพลิเคชันหนึ่ง "ทำไมไม่ใช่ชื่อพี่ล่ะ" ผมถาม "ชื่อคนลงทุนเป็นฝรั่ง เราแค่ลงเงิน" เขาตอบ "ได้ด้วยหรอ แล้วเขาซื้อคริปฯ โตตัวไหนบ้าง" ผมถามซ้ำ "หลายตัว แต่พอร์ตจะโชว์เป็นภาพรวม-ผลตอบแทน เหมือนกองทุนอะ" เขาตอบ "อยากขายเมื่อไหร่ ขายได้เลย เงินเข้าภายใน 3 วันเหมือนหุ้น" เขาย้ำ "ขายเลยสิ รวยแล้วเนี่ย เอากำไรออกมาก่อน" ผมแนะ "เฮ้ย ยังสิ ต้องทนรวยให้ได้ เหมือนเล่นหุ้นอะ อีกอย่างเงินก้อนนี้เงินเย็น เพิ่งได้โบนัสมาเมื่อต้นปี" เขาไม่สนผม "ผมว่ามันแปลก ๆ นา กำไรเยอะไป" ผมสงสัย "พี่...ก็ลงนะ เซียนเทรดหุ้นอะ ที่เขียนหนังสือ... เดี๋ยววีกหน้าเขามีคอร์สอบรมเรื่องนี้โดยเฉพาะ ลองไปฟังไหม ปกติคอร์สละ 50,000 บาทเลยนะ คนที่เสียเงินแล้วชวนเพื่อนฟรีได้ 1 ครั้ง" เขาชวน นี่คือการเข้าลูปรูปแบบ "แชร์ลูกโซ่" อีกข้อคือ... 4. มีคนดังมาร่วมวง พอไปถึงงานสัมมนาครับ... ในฐานะที่เป็นสื่อในวงการตลาดทุน ผมไม่รู้จักคุณคนนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบเซียนหุ้นหรือนักลงทุน แต่งตัวภูมิฐาน ดูดี หล่อ ขาว เกาหลี พร้อมโปสเตอร์ถ่ายรูปคู่กับหนังสือที่นางเขียน (มั้ง) อะ...ผมไม่เอะใจ เพราะคิดว่าคงเป็นเซียนคริปโตฯ มั้ง อาจจะไม่ได้ลงทุนตลาดทุนไทย จึงเข้าไปฟัง... ผมฟังนายคนนี้ไปร่วมชั่วโมงเกี่ยวกับการวิเคราะห์เศรษฐกิจโลก และการลงทุน ใช่ครับ เขาไม่ได้มั่ว ดูมีความรู้แหล่ะ จนเข้าเรื่องหลักการดำเนินชีวิต (ไลฟ์โค้ชก็มานะ) และแพ็คเกจการลงทุน ผมแทบหลุดหัวเราะออกมา... คือผมรู้ทันทีที่ขายแพ็คเกจ เพราะมันคือ "แชร์ลูกโซ่" ชัด ๆ ให้เอาเงินไปลงทุนอย่างเดียว การันตีกำไรขั้นต่ำ 1 เท่าใน 1 เดือน บอกมีทีมงานบริหารพอร์ตให้ พร้อมโชว์กราฟช่วง บิตคอยน์ (เงินดิจิทัลสกุลหนึ่ง) กำลังพีก มีรูปและรายชื่อผู้ที่ได้กำไรว่าได้คนละเท่าไหร่ โชว์บัญชีฝากถอน มีข้อแม้ ต้องฝากเงินลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท และ ห้ามถอน 6 เดือน ใช่ครับ ห้ามถอน 6 เดือน หากถอนจะเสียค่าธรรมเนียมและไม่ได้กำไรที่โชว์ในพอร์ต

  หนึ่ง ศราพงค์


  28 สิงหาคม 2563

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม