6 ปัจจัยสำคัญเลือกซื้อประกันชีวิตให้มีแต่คำว่าคุ้ม

“ตอนนี้อายุ 25 ปี อยากทำประกันชีวิตให้ตัวเองซัก 1 กรมธรรม์ ประกันชีวิตแบบไหนดีที่สุดครับ ช่วยแนะนำหน่อยครับ” ประกันชีวิตเป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยบริหารความเสี่ยง จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ พูดง่ายๆ ก็คือ การทำประกันชีวิตเป็นการถ่ายโอนความเสี่ยงที่มีไปให้บริษัทประกันช่วยดูแล ถึงแม้จะไม่สามารถชดเชยความสูญเสียได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดทอนผลกระทบจากความสูญเสียได้บางส่วน การวางแผนซื้อประกันชีวิตที่มีประสิทธิภาพ นอกจากจะพิจารณาจากเบี้ยประกันชีวิตที่สอดคล้องกับสภาวะการเงินแล้ว การพิจารณารายละเอียดปลีกย่อยที่ครอบคลุมในหลายๆ ปัจจัยก็เป็นเรื่องสำคัญที่คนอยากทำประกันชีวิตไม่ควรมองข้าม ปัจจัยสำคัญเลือกซื้อประกันชีวิตให้มีแต่คำว่าคุ้ม 1.เข้าใจความแตกต่างของประกันชีวิตแต่ละประเภท สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ใช้เกณฑ์ในการแบ่งประเภทของประกันชีวิตไว้ 2 แบบ ดังนี้ ประกันชีวิตแบบทั่วไปมี 4 ประเภท ได้แก่ 1) ชั่วระยะเวลา (Term Life Insurance) 2) ตลอดชีพ (Whole Life Insurance) 3) สะสมทรัพย์ (Endowment/Saving Insurance) 4) เงินได้ประจํา/แบบบํานาญ (Annuity Insurance) ประกันชีวิตแบบพิเศษมี 2 ประเภท ได้แก่ 1) ควบการลงทุน (Investment-linked life insurance) 2) เฉพาะผู้สูงอายุ ประกันชีวิตทั้ง 6 ประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ในการบริหารความเสี่ยงที่ที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนการตัดสินใจซื้อประกันทุกครั้งจึงควรศึกรายละเอียดของประกันชีวิตแต่ละประเภทให้ดีเสียก่อน เพื่อผลประโยชน์อันสูงสุดของตัวเราเอง อ่านบทความ ประกันชีวิตมีกี่ประเภท และประเภทไหนที่ใช่เรา 2.เลือกทุนประกันชีวิตที่เหมาะสม การวางแผนการซื้อประกันชีวิตนอกจากต้องเข้าใจความแตกต่างของประกันชีวิตแต่ละประเภทแล้ว ปัจจัยด้านทุนประกันเองก็สำคัญไม่แพ้กัน การเลือกทุนประกันที่ดีจะต้องมีวงเงินการคุ้มครองที่เพียงพอ ต่อความเสี่ยงทางการเงินของเรา ไม่ว่าจะเป็น ภาระทางการเงินที่อาจจะตกไปถึงคนข้างหลัง หรือ ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เรามีความมั่นใจว่า ไ ม่ว่าในสถานการณ์ไหน ชีวิตก็จะดำเนินต่อไปแบบไม่สะดุด ยกตัวอย่างเช่น เรามีหนี้สินเชื่อบ้านอยู่ 1 ล้านบาท การเลือกทุน เลือกกำหนดทุนประกันก็ควรจะให้เพียงพอต่อภาระหนี้สินที่มี เพื่อให้ผู้รับผลประโยชน์จากการทำประกันชีวิตของเรานั้น สามารถปลดภาระหนี้สินที่ตกทอดไปถึงพวกเขาได้ 3.ระบุความต้องการ และความแตกต่างให้ชัดเจน ความต้องการ เป้าหมาย และความเสี่ยงของคนเรามีความแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ และวิถีการดำเนินชีวิต การเลือกซื้อประกันชีวิตจึงควรเลือกแบบประกันให้ตอบโจทย์กับความต้องการ และสอดคล้องกับความแตกต่างของแต่ละบุคคล ยกตัวอย่างเช่น นาย ล่ำซำ เป็นพนักงานบริษัทเอกชน มีรายได้อยู่ในระดับกลางๆ ต้องการสร้างมรดกเป็นเงินจำนวนก้อนหนึ่งไว้ให้กับคนที่รักในยามที่เขาจากไป “ดังนั้นประกันชีวิตที่น่าจะเหมาะกับเขาคือ”ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ “เนื่องจากแบบดังกล่าว เน้นความคุ้มครองชีวิตที่สูง มีมูลค่าเงินสด และเบี้ยประกันไม่สูงมากนัก” 4.สำรวจความพร้อมในการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต เราวางแผนจ่ายเบี้ยประกันดีหรือยัง? ถึงแม้ว่าเราจะได้เจอกับแบบประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตอบโจทย์ กับความต้องการของเราทุกประการ แต่ถ้าเราฝืนจ่ายเบี้ยประกันเกินกำลังของตัวเองอาจทำให้แบบประกันปังๆ กลายเป็นพังได้ ดังนั้นนอกจากจะมองหาแบบประกันที่ตรงใจแล้ว เบี้ยประกันก็ควรอยู่ในเกณฑ์ที่เราจ่ายไหวด้วย หรืออ้างอิงตามคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการเงินส่วนบุคคล ที่ระบุว่าเบี้ยประกันภัยต่อปีในระดับแนะนำนั้น อาจจะอยู่ที่ราว ๆ 10% ของรายได้ต่อปี 5.ทำความรู้จักบริษัทประกันให้มากขึ้น หาข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงเพื่อความมั่นใจ ปัจจัยด้านความมั่นคงของบริษัทประกันชีวิตมักเป็นปัจจัยที่เรามักหลงลืมหรือไม่ค่อยคำนึงถึง แต่รู้หรือไม่? ความมั่นคงของบริษัทประกันนั้นจะช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความปลอดภัยในการทำประกันชีวิต เช่น เราสามารถศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินของบริษัทประกันภัย ได้จากรายงานอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) หรือจากงบการเงินของบริษัทประกันภัย ทั้งที่เผยแพร่โดยสำนักงาน คปภ. หรือจากบริษัทประกันภัยโดยตรง เพราะยิ่งบริษัทประกันมีความมั่นคงมากเท่าไหร่ ความพร้อมในการให้บริการด้านการประกันภัย อาทิเช่น การจ่ายค่าสินไหมทดแทน ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น 6.ศึกษาข้อยกเว้นและเงื่อนไข การเลือกซื้อแบบประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต หรือประกันใดๆ ก็ตาม เรามักย้ำเตือนอยู่เสมอว่าควรอ่านรายละเอียดความคุ้มครอง และข้อยกเว้น หรือเงื่อนไขต่างๆ ให้ดี เพราะหากพลาดไปแม้แต่จุดเดียว อาจทำให้เราพลาดสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองจากประกันไปเลยก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผู้เอาประกันฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับจากวันทำสัญญา หรือวันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้ายบริษัทประกันชีวิตจะยกเว้นการจ่ายเงินเอาประกัน ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ทันที เพราะผิดเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในสัญญาประกันภัย สรุป การเลือกซื้อประกันชีวิตให้มีประสิทธิภาพควรพิจารณาจาก 6 ปัจจัยด้วยกัน ซึ่ง ประกอบไปด้วยปัจจัยด้านความเข้าใจความแตกต่างของประกันชีวิตแต่ละประเภท ปัจจัยด้านการเลือกทุนประกันชีวิตที่เหมาะสมทุน ปัจจัยด้านความต้องการ และความแตกต่างเฉพาะบุคคล ปัจจัยด้านความพร้อมในการจ่ายเบี้ยประกัน ปัจจัยด้านข้อมูลของบริษัทประกัน และสุดท้ายปัจจัยด้านรายละเอียดของข้อยกเว้น และเงื่อนไขของแบบประกันชีวิต หากรู้คำตอบแล้วว่าตัวเรานั้นเหมาะสมกับประกันชีวิตแบบไหน ก็อย่าลืมแวะเข้ามาเลือกซื้อประกันชีวิตผ่าน Lumpsum.in.th ที่นี่เรามีแบบประกันชีวิตให้เลือกซื้อมากมาย ทั้งตอบโจทย์ และครอบคลุมทุกความต้องการ แหล่งที่มา: https://noon.in.th/blog/6-point-select-the-right-life-insurance/

  Lumpsum วางแผนการเงิน


  26 ตุลาคม 2564

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม