8 กองทุนเด่น SSF RMF ประหยัดภาษี โอกาสผลตอบแทนสูง

8 กองทุนเด่น SSF/RMF หุ้นสหรัฐฯ-จีน ประหยัดภาษี มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง ใครที่ต้องซื้อกองทุน SSF/RMF เพื่อประหยัดภาษี แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะซื้อกองไหนดี โค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ เหลือเวลาให้ตัดสินใจไม่เยอะแล้ว สำหรับคนที่อยากเติบโตไปกับเทรนด์การลงทุนในต่างประเทศ ต้องมีกองทุนสหรัฐฯ กับจีน 2 มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก ติดพอร์ตกองทุนลดหย่อนภาษีไว้แล้วละครับ ทำไมต้องมีกองทุนหุ้น 2 ประเทศนี้ติดพอร์ต และมีกองทุน SSF/RMF กองไหนบ้างจาก บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่น่าสนใจ ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลยครับ เพิ่มเติม >> https://scbam.info/3GgKQ2U พิเศษ!! รับหน่วยลงทุน SCBSFF มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท เมื่อลงทุนในช่วง 18 ต.ค. 64 – 30 ธ.ค. 64 (ยกเว้นกองทุนประเภทตราสารหนี้) เงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนด ผลการดำเนินงานในอดีต ไม่ได้ยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน SSFและ RMF กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของกองทุน “สหรัฐฯ” เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยตัวเลข GDP 20.94 ล้านล้าน USD (พ.ศ. 2563) แถมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ทำจุดสูงสุดต่อเนื่องสวนวิกฤติ COVID-19 ต่างจากตลาดหุ้นไทยที่แทบจะไม่ไปไหน หลังจากทำจุดสูงสุดราว 1,800 จุด แล้วย่อลงมา ก็แทบจะไม่เคยโงหัวขึ้นไปตรงนั้นอีกเลย “จีน” เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก และถูกคาดการณ์ว่าจะแซงสหรัฐฯ ขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งอีกไม่นาน เพราะก่อน COVID-19 เศรษฐกิจจีนโตด้วยตัวเลข GDP ถึงปีละ 7-8% จนก้าวมาเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกอย่างที่เห็น บวกกับการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะการขนส่งทางราง จึงทำให้เศรษฐกิจจีนโตอย่างก้าวกระโดด โค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ เหลือเวลาให้คิดเยอะไม่ได้แล้ว หากต้องซื้อกองทุน SSF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี เลือกลงทุนในประเทศผู้นำอย่างสหรัฐฯ กับจีนได้เลย สำหรับกองทุน SSF จาก บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) มีอยู่ทั้งหมด 5 กองทุน แบ่งเป็นกองทุน SSF หุ้นสหรัฐฯ 4 กองทุน มีครบทุกดัชนีฯ ได้แก่ SCBDJI (SSF), SCBS&P500-SSF และ SCBNDQ (SSF) หรือใครอยากเติบโตเหนือดัชนี ก็มีกองทุนแบบ active ให้เลือกเช่นกัน นั่นคือ SCBUSA(SSF) และกองทุน SSF หุ้นจีนอีก 1 กองทุน คือ SCBCHA-SSF ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ส่วนกองทุน RMF จาก บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) มีอยู่ทั้งหมด 3 กองทุน แบ่งเป็นกองทุน RMF หุ้นสหรัฐฯ 1 กองทุน และกองทุน RMF หุ้นจีนอีก 2 กองทุน โดยมีกองทุน SCBRMMLCA เสริมเข้ามา ที่ลงทุนหุ้นจีนในทุกตลาด ไม่เฉพาะ A-Shares เท่านั้น จากเงื่อนไขการลงทุน SSF/RMF ที่ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี (ในการลงทุน RMF สำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป) และอย่างน้อย 10 ปี (ในการลงทุน SSF) นั่นหมายความว่าเป็นการลงทุนระยะยาว ดังนั้น เราสามารถประยุกต์ใช้เทคนิคการจัดพอร์ตของผู้จัดการกองทุนที่เรียกว่า Core-Satellite Portfolio โดยเน้นการลงทุนในส่วน Core Portfolio เป็นหลัก อาจจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 80-90% หรือลงทุนทั้งหมดใน Core Portfolio ก็ได้ ส่วน Core Portfolio เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว จึงควรเน้นกองทุนแบบ Passive Fund หรือ Index Fund ที่พยายามให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ให้ได้มากที่สุด สำหรับโค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ มีกองทุน SSF หุ้นสหรัฐฯ-จีน แบบ Passive Fund จาก บลจ.ไทยพาณิชย์ มีให้เลือกถึง 4 กองทุนด้วยกัน คือ SCBDJI(SSF), SCBS&P500-SSF, SCBNDQ(SSF) และ SCBCHA-SSF ส่วนกองทุน RMF หุ้นสหรัฐฯ-จีน แบบ Passive Fund มีให้เลือก 2 กองทุน คือ SCBRMS&P500 กับ SCBRMCHA แต่ถ้าใครชอบความหวือหวา เห็นโอกาสในการลงทุนในกองทุนแบบ Active Fund หรือเมกะเทรนด์ เช่น ปัจจุบันกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มเฮลแคร์ ที่กำลังมาแรง เป็นต้น หรือการคัดหุ้นพื้นฐานดีที่มีแนวโน้มเติบโตสูง (Growth Stocks) ก็สามารถลงทุนได้เช่นกัน ในส่วน Satellite Portfolio เพียงแต่ต้องพิจารณาให้ดีว่าเทรนด์นั้นมายาวจริงหรือไม่ เพราะการลงทุนกองทุน SSF/RMF เป็นการลงทุนระยะยาว อย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป บลจ.ไทยพาณิชย์ ก็มีกองทุน SSF/RMF หุ้นสหรัฐฯ-จีน แบบ Active Fund ให้เลือกลงทุนเช่นกัน คือ SCBUSA(SSF) กับ SCBRMMLCA พิเศษ!! รับหน่วยลงทุน SCBSFF มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท เมื่อลงทุนในช่วง 18 ต.ค. 64 – 30 ธ.ค. 64 (ยกเว้นกองทุนประเภทตราสารหนี้)

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  07 ธันวาคม 2564

ลงทุนกองทุน SSF/RMF อย่างไรให้ปัง?

การลงทุนในกองทุนรวม SSF และ RMF หากไม่วางแผนให้ดี ก็มีสิทธิ์เสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี และยังอาจขาดทุน จากการตัดสินใจลงทุนผิดจังหวะอีกด้วย วันนี้ Lumpsum จึงจะพาทุกคนไปรู้จัก SSF/RMF กองทุนที่เป็นตัวช่วยในการวางแผนภาษี ลงทุน SSF/RMF อย่างไรดี? เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว ยังได้ผลตอบแทนคุ้มกับความเสี่ยง กองทุนรวมเพื่อการออม หรือ SSF ย่อมาจากคำว่า “Super Savings Fund” เป็นกองทุนน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้เมื่อต้นปี 2563 สำหรับการลงทุนระยะยาว เป็นตัวช่วยในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่มาแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาวหรือ LTF ที่หมดอายุไปเมื่อปี 2562 โดยจะลดหย่อนแบบปีต่อปี ซื้อปีไหน ก็ลดหย่อนปีนั้น ในช่วงปี 2563-2567 กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF RMF ย่อมาจากคำว่า “Retirement Mutual Fund” เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอายุ มีลักษณะจะคล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทเอกชน และกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ โดยเมื่อต้นปี 63 ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีมากขึ้น ด้วยการปรับสัดส่วนในการลดหย่อนภาษีเพิ่ม จากเดิมที่ 15% เป็นไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท และนับรวมกองทุนอื่น ๆ ในวงเงินด้วย อีกทั้งยกเลิกกำหนดจำนวนขั้นตํ่าในการลงทุนจากเดิม 5,000 บาท เป็นเท่าไรก็ได้ โดยไม่ระงับการซื้อเกิน 1 ปีติดต่อกันเช่นเดิม เราสามารถวางแผนการออมเพื่ออนาคตและลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณอายุ ควบคู่ไปกับสิทธิลดหย่อนภาษี ด้วยการลงทุนในกองทุนรวม SSF/RMF กองทุนรวม SSF/RMF เป็นกองทุนรวมที่มีผลประโยชน์ทางอ้อม คือ “สิทธิลดหย่อนภาษี” ซึ่งเป็นผลประโยชน์เพิ่มเติมที่ต่างออกไปจากกองทุนรวมทั่วไป แม้จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีที่เป็นผลประโยชน์เพิ่มเติม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเงื่อนไขบางอย่าง ดังนี้ SSF ต้องถือครองนานถึง 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อกองทุน โดยห้ามขายเด็ดขาด หากขายก่อนกำหนดจะต้องคืนสิทธิลดหย่อนภาษีทั้งหมด RMF สามารถขายคืนได้ตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน หากผิดเงื่อนไขจะต้องคืนสิทธิลดหย่อนภาษีทั้งหมดเช่นกัน การจัดพอร์ตแบบ Core-satellite portfolio หากจะให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็ให้นึกถึง “ระบบสุริยจักรวาล” ที่มีดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลาง มีดาวเคราะห์โคจรเป็นบริวาร โดย Core portfolio (ส่วนหลัก) เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่คอยสร้างและสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว และมี Satellite portfolio (ส่วนเสริม) เป็นดาวเคราะห์โคจรอยู่รอบ ๆ คอยสร้างโอกาสทำกำไรในระยะกลาง-สั้น ดังนั้น Core-satellite portfolio เป็นกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่น มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว และแสวงหาโอกาสทำกำไรในระยะกลาง-สั้น จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับการลงทุนในทุกสภาวะตลาด การจัดพอร์ตแบบ Core-satellite portfolio เป็นการแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการลงทุนส่วนหลัก (Core portfolio) ที่เงินลงทุนส่วนใหญ่ราว 60% – 70% จะอยู่ในส่วนนี้ เพื่อให้เงินลงทุนมีมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนในระยะยาว กับส่วนที่สองเป็นการลงทุนส่วนเสริม (Satellite portfolio) ที่เงินลงทุนอีก 30% – 40% จะอยู่ในส่วนนี้ เพื่อโอกาสในการทำกำไรส่วนเพิ่มในระยะกลาง-สั้น จะซื้อกองทุนรวม SSF/RMF กองไหนดี? ต้องดูจากวัตถุประสงค์และระยะเวลาในการลงทุน เช่น หากมีเป้าหมายจะลงทุนประมาณ 10 ปี แน่นอนว่าตามเงื่อนไขการลงทุน หากเลือกลงทุน SSF ย่อมดีกว่าแน่นอน เพราะมีระยะเวลาที่ต้องถือครองเพียง 10 ปี (ใช้เวลาลงทุนน้อยกว่า RMF ในกรณีคนที่อายุน้อยกว่า 45 ปี) แต่ถ้าวัตถุประสงค์คือการลงทุนระยะยาวสำหรับการเกษียณ RMF ก็จะเป็นคำตอบ เนื่องจากสามารถขายคืนได้ตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน จากเงื่อนไขการลงทุน SSF/RMF จะเห็นว่าต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี (ในการลงทุน RMF สำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป) และอย่างน้อย 10 ปี (ในการลงทุน SSF) นั่นหมายความว่าเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งแทบจะไม่มีใครสามารถเอาชนะตลาดได้ในการลงทุนระยะยาว ดังนั้น เราสามารถประยุกต์ใช้เทคนิคการจัดพอร์ตของผู้จัดการกองทุนที่เรียกว่า Core-Satellite Portfolio โดยเน้นการลงทุนในส่วน Core Portfolio เป็นหลัก อาจจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 80-90% หรือลงทุนทั้งหมดใน Core Portfolio ก็ได้ ส่วน Core Portfolio เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว ซึ่งการลงทุนระยะยาวที่แทบจะไม่มีใครสามารถเอาชนะตลาดได้ จึงควรเน้นกองทุนแบบ Passive Fund หรือ Index Fund ที่พยายามให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าใครชอบความหวือหวา เห็นโอกาสในการลงทุนในกองทุนแบบ Active Fund หรือเมกะเทรนด์ เช่นปัจจุบันที่กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มฮลธ์แคร์ ที่กำลังมาแรง เป็นต้น ก็สามารถลงทุนได้เช่นกัน ในส่วน Satellite Portfolio เพียงแต่ต้องพิจารณาให้ดีว่าเทรนด์นั้นมายาวจริงหรือไม่ เพราะการลงทุนกองทุน SSF/RMF เป็นการลงทุนระยะยาว อย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป สรุป กองทุน SSF/RMF เป็นกองทุนที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี (แต่แลกกับการลงทุนระยะยาว) ประยุกต์ใช้ Core-Satellite Portfolio จัดพอร์ตและเลือกกองทุน SSF/RMF ควรเน้น Index Fund เพราะเป็นการลงทุนระยะยาว พอร์ตกองทุน SSF/RMF จะได้ปัง!!

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  03 พฤศจิกายน 2564

RMF กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ได้กำไรแถมลดภาษีได้

ใครที่ไม่มีวินัยในการออม แต่ลึกๆ ก็อยากจะเริ่มต้นจริงจังเสียที อ่านมาก็เยอะแล้ว ยังไม่รู้จะเริ่มต้นหรือตัดสินใจอย่างไรดี บทความนี้มีคำตอบค่ะ เชื่อว่าหลายๆคนต้องการหาผลิตภัณฑ์การลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี พร้อมกับอยากเก็บเงินออมเพื่อวัยเกษียณ แต่ขาดอยู่อย่างเดียวคือวินัยในการออม ที่สำคัญไม่รู้จะเลือกลงทุนอะไรดี เพราะปัจจุบันสินทรัพย์การลงทุนต่างๆ มีมากมาย และน่าสนใจทั้งนั้น หากคุณเป็นเช่นนั้น “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF” ตอบโจทย์คุณ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) คืออะไร? กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ Retirement Mutual Fund : RMF คือกองทุนที่ ส่งเสริมการออมในระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ และมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ หุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ โดยมีทั้งสินทรัพย์ในประเทศ และต่างประเทศ พูดง่ายๆว่ามีความคล้ายกับกองทุนรวมทั่วไปต่างกันตรงที่กองทุนรวมทั่วไป ไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้นั้นเอง กองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% RMF สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ ซึ่งสามารถซื้อรวม กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ประกันชีวิตแบบบำนาญ รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท เงื่อนไขคือต้องซื้อ RMF ติดต่อกันไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง ลงทุนขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ในแต่ละปี หรือ 5,000 บาท โดยต้องลงทุนต่อเนื่องจนถึงอายุ 55 ปี และมีปีที่ลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี จึงสามารถขายคืนได้ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเก็บเงินออมระยะยาว เพื่อวัยเกษียณ สำหรับการซื้อ RMF อย่างที่บอกไปว่าเหมาะกับคนที่ต้องการซื้อเพื่อลดหย่อนภาษี และต้องการเก็บเงินออมในระยะยาวเพื่อวัยเกษียณและต้องมีวินัยการออมอย่างสม่ำเสมอถึงจะได้สิทธิ์ตามเงื่อนไขกองทุน โดยเฉพาะบุคคลที่ทำงานประจำ แม้จะมีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว แต่ก็อยากมีตัวเสริมอีกช่องทาง เพื่อการเกษียณและลดหย่อนภาษี ก็สามารถซื้อเพิ่มได้ แม้ว่าการซื้อกองทุน RMF อาจใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน แต่ให้เราคิดว่าการลงทุนในครั้งนี้เพื่อวัยเกษียณที่สบาย ระยะเวลาจะไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการออมเลย ดังนั้น ทุกคนควรจะเริ่มต้นการออมกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อวันที่ดีในอนาคต ดังสุภาษิตไทยที่ว่า “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” เราสามารถเริ่มต้นการออมง่ายๆ ด้วยแอปพลิเคชันที่จะช่วยแนะนำการลงทุน การออมดีๆ เริ่ดๆ ได้ที่ Lumpsum ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ Lumpsum ได้แล้วที่นี่iOSAndroid

  แตง ชุติมา


  17 ตุลาคม 2562

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม