ผลตอบแทนสูงพร้อมประหยัดภาษี กับกองทุน SSF e-class

อีกไม่กี่เดือนก็จะสิ้นปีแล้ว มนุษย์เงินเดือนอย่างเราที่ต้องเสียภาษี มาวางแผนภาษีกันเถอะครับ วันนี้ LUMPSUM มีกองทุน SSF e-class ที่นอกจากจะช่วยสร้างวินัยการออมและการลงทุน ยังได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมอีกด้วย แต่ที่พิเศษไปกว่านั้น กองทุน SSF e-class ฟรี! ค่าธรรมเนียม ทำให้เรามีโอกาสได้ผลตอบแทนอย่างเต็มที่!!สามารถดูรายละเอียดกองทุน SSF e-class เพิ่มเติมได้ที่นี่ การลงทุนในกองทุนมีค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย การลงทุนในกองทุนมีค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) = (มูลค่าทรัพย์สินตามราคาตลาด + ผลตอบแทนสะสม และเงินสด) – ค่าใช้จ่ายและหนี้สินของกองทุนรวมค่าธรรมเนียมนับเป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมที่ถูกหักออกจาก NAV ตามสมการข้างต้น ฉะนั้น ค่าธรรมเนียมจึงเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกลงทุนในกองทุนรวม หากกองทุนไหนเก็บค่าธรรมเนียมสูงเกินไป ก็จะทำให้ NAV ของกองทุนปรับลดลง สุดท้ายแล้วผลตอบแทนที่จะได้รับก็จะน้อยลงตามไปด้วย ทำความรู้จักกองทุน SSF e-class ทำความรู้จักกองทุน SSF e-class กองทุน SSF e-class เป็นกองทุนที่มีจุดเด่นตรงที่ยกเว้นค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการซื้อ และค่าธรรมเนียมการขายคืน ค่าธรรมเนียมที่ไม่เรียกเก็บเหล่านี้ ทำให้เรามีโอกาสได้ผลตอบแทนจากการลงทุนเต็มที่ได้มากยิ่งขึ้น โดย SSF e-class มีกองทุนให้เลือกลงทุนครอบคลุมเกือบทุกประเภทสินทรัพย์มากกว่า 30 กองทุน และเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 1 บาทเท่านั้น ตัวอย่าง กองทุน SCBS&P500-SSF กับ SCBS&P500 (SSFE) ทั้งคู่ต่างเป็นกองทุน SSF ต่างกันเพียงแค่ SCBS&P500-SSF เป็นกองทุน SSF ทั่วไป ส่วน SCBS&P500 (SSFE) เป็นกองทุน SSF e-class ที่ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ จึงมีค่าธรรมเนียมถูกกว่าถึง 1% กองทุน SSF ซื้อได้เลยไม่ต้องรอปลายปี กองทุน SSF ซื้อได้เลยไม่ต้องรอปลายปี คนส่วนใหญ่จะรอซื้อกองทุน SSF ช่วงปลายปี เชื่อว่าหลายคนไม่ได้รอซื้อปลายปีเพราะจับจังหวะตลาด แต่ด้วยภาระหน้าที่การงานที่รัดตัว หรือไม่มีความรู้ ความชำนาญเรื่องการลงทุนมากพอ จึงเลือกที่จะลงทุนแค่ปีละครั้ง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยนะครับ เพราะการซื้อเพียงแค่ปีละครั้งตอนปลายปีเปรียบเสมือนการจับจังหวะตลาด ที่งานวิจัยพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "ไม่ใช่" ส่วนสำคัญที่ทำให้พอร์ตการลงทุนเติบโต แต่เป็น "การจัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation)" ต่างหาก ที่เป็นส่วนสำคัญมีผลต่อผลตอบแทนการลงทุนมากที่สุดกองทุน SSF e-class มีให้เลือกลงทุนครอบคลุมเกือบทุกประเภทสินทรัพย์มากกว่า 30 กองทุน จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการจัดพอร์ตกองทุน SSF เป็นอย่างยิ่ง เพราะหากว่ากันตามเงื่อนไขลดหย่อนภาษี เราจะต้องถือกองทุน SSF ถึง 10 ปี ถึงจะขายออกมาได้ดังนั้น ควรทยอยซื้อกองทุน SSF ด้วยการใช้กลยุทธ์ DCA อาจจะแบ่งเป็นรายไตรมาสหรือรายเดือนก็ได้ เช่น มีแผนว่าจะซื้อกองทุน SSF ให้ครบ 200,000 บาท (ตามเงื่อนไขลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินปีละ 200,000 บาท) อาจจะแบ่งซื้อเดือนละ 16,000-17,000 บาท หรือแบ่งซื้อไตรมาสละ 50,000 บาท เป็นต้น (สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับยอดที่ตั้งเป้าจะซื้อ SSF เพื่อลดหย่อนภาษีในแต่ละปี) กองทุน SSF e-class ที่น่าลงทุน กองทุน SSF e-class ที่น่าลงทุน ตลาดหุ้นเวียดนาม ว่าที่เสือเศรษฐกิจตัวใหม่แห่งเอเชีย• SCBVIET (SSFE) l กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นเวียดนาม (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)ลงทุนหุ้นเวียดนามที่มีศักยภาพเติบโตแบบ Active กลยุทธ์การลงทุนเป็นการจัดการพอร์ตแบบสมดุล จากการจัดสรรเงินลงทุนแบ่งเป็นสามส่วนในหุ้นรายตัว, ETF, Active Fund เพื่อหาผลตอบแทนในทุกสถานการณ์ในระยะยาว ตลาดหุ้นอเมริกา ผู้นำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก • SCBS&P500 (SSFE) l กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)เน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี S&P500 ซึ่งเป็นดัชนีที่มีมูลค่ามากที่สุดของสหรัฐ • SCBNDQ (SSFE) l กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้น ยูเอส เอ็นดีคิว (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)เน้นสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียง ดัชนี NASDAQ ของสหรัฐฯ ที่อัดแน่นด้วยหุ้นเทคโนโลยี ที่พร้อมเติบโตแบบไม่หยุดยั้ง ตลาดหุ้นจีน ว่าที่ประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจใหม่ของโลก • SCBASHARE (SSFE) l กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ แอคทีฟ (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)ลงทุนเชิงรุกในหุ้นจีน A-Shares ตอบรับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่แข็งแกร่ง และพร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกสามารถดูรายละเอียดกองทุน SSF e-class เพิ่มเติมได้ที่นี่กองทุน SSF e-class สามารถซื้อขายผ่านแอป SCBAM Fund Click ที่เดียวเท่านั้น!SCBAM Fund Click เป็นแอปพลิเคชันสำหรับจัดการกองทุนรวมของ บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่ครบครันตั้งแต่เช็คสถานะคำสั่งซื้อขาย ติดตามพอร์ตการลงทุน รวมถึงศึกษาข้อมูลของกองทุนรวมเพื่อประกอบการตัดสินใจ ใช้งานง่าย สะดวกสบายได้ทุกที่ทุกเวลา คำเตือน

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  05 กันยายน 2565

8 กองทุนเด่น SSF RMF ประหยัดภาษี โอกาสผลตอบแทนสูง

8 กองทุนเด่น SSF/RMF หุ้นสหรัฐฯ-จีน ประหยัดภาษี มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง ใครที่ต้องซื้อกองทุน SSF/RMF เพื่อประหยัดภาษี แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะซื้อกองไหนดี โค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ เหลือเวลาให้ตัดสินใจไม่เยอะแล้ว สำหรับคนที่อยากเติบโตไปกับเทรนด์การลงทุนในต่างประเทศ ต้องมีกองทุนสหรัฐฯ กับจีน 2 มหาอำนาจเศรษฐกิจโลก ติดพอร์ตกองทุนลดหย่อนภาษีไว้แล้วละครับ ทำไมต้องมีกองทุนหุ้น 2 ประเทศนี้ติดพอร์ต และมีกองทุน SSF/RMF กองไหนบ้างจาก บลจ.ไทยพาณิชย์ ที่น่าสนใจ ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลยครับ เพิ่มเติม >> https://scbam.info/3GgKQ2U พิเศษ!! รับหน่วยลงทุน SCBSFF มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท เมื่อลงทุนในช่วง 18 ต.ค. 64 – 30 ธ.ค. 64 (ยกเว้นกองทุนประเภทตราสารหนี้) เงื่อนไขตามที่บริษัทกำหนด ผลการดำเนินงานในอดีต ไม่ได้ยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน SSFและ RMF กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของกองทุน “สหรัฐฯ” เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยตัวเลข GDP 20.94 ล้านล้าน USD (พ.ศ. 2563) แถมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ทำจุดสูงสุดต่อเนื่องสวนวิกฤติ COVID-19 ต่างจากตลาดหุ้นไทยที่แทบจะไม่ไปไหน หลังจากทำจุดสูงสุดราว 1,800 จุด แล้วย่อลงมา ก็แทบจะไม่เคยโงหัวขึ้นไปตรงนั้นอีกเลย “จีน” เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก และถูกคาดการณ์ว่าจะแซงสหรัฐฯ ขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งอีกไม่นาน เพราะก่อน COVID-19 เศรษฐกิจจีนโตด้วยตัวเลข GDP ถึงปีละ 7-8% จนก้าวมาเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกอย่างที่เห็น บวกกับการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ โดยเฉพาะการขนส่งทางราง จึงทำให้เศรษฐกิจจีนโตอย่างก้าวกระโดด โค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ เหลือเวลาให้คิดเยอะไม่ได้แล้ว หากต้องซื้อกองทุน SSF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี เลือกลงทุนในประเทศผู้นำอย่างสหรัฐฯ กับจีนได้เลย สำหรับกองทุน SSF จาก บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) มีอยู่ทั้งหมด 5 กองทุน แบ่งเป็นกองทุน SSF หุ้นสหรัฐฯ 4 กองทุน มีครบทุกดัชนีฯ ได้แก่ SCBDJI (SSF), SCBS&P500-SSF และ SCBNDQ (SSF) หรือใครอยากเติบโตเหนือดัชนี ก็มีกองทุนแบบ active ให้เลือกเช่นกัน นั่นคือ SCBUSA(SSF) และกองทุน SSF หุ้นจีนอีก 1 กองทุน คือ SCBCHA-SSF ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ส่วนกองทุน RMF จาก บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) มีอยู่ทั้งหมด 3 กองทุน แบ่งเป็นกองทุน RMF หุ้นสหรัฐฯ 1 กองทุน และกองทุน RMF หุ้นจีนอีก 2 กองทุน โดยมีกองทุน SCBRMMLCA เสริมเข้ามา ที่ลงทุนหุ้นจีนในทุกตลาด ไม่เฉพาะ A-Shares เท่านั้น จากเงื่อนไขการลงทุน SSF/RMF ที่ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี (ในการลงทุน RMF สำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป) และอย่างน้อย 10 ปี (ในการลงทุน SSF) นั่นหมายความว่าเป็นการลงทุนระยะยาว ดังนั้น เราสามารถประยุกต์ใช้เทคนิคการจัดพอร์ตของผู้จัดการกองทุนที่เรียกว่า Core-Satellite Portfolio โดยเน้นการลงทุนในส่วน Core Portfolio เป็นหลัก อาจจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 80-90% หรือลงทุนทั้งหมดใน Core Portfolio ก็ได้ ส่วน Core Portfolio เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว จึงควรเน้นกองทุนแบบ Passive Fund หรือ Index Fund ที่พยายามให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ให้ได้มากที่สุด สำหรับโค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ มีกองทุน SSF หุ้นสหรัฐฯ-จีน แบบ Passive Fund จาก บลจ.ไทยพาณิชย์ มีให้เลือกถึง 4 กองทุนด้วยกัน คือ SCBDJI(SSF), SCBS&P500-SSF, SCBNDQ(SSF) และ SCBCHA-SSF ส่วนกองทุน RMF หุ้นสหรัฐฯ-จีน แบบ Passive Fund มีให้เลือก 2 กองทุน คือ SCBRMS&P500 กับ SCBRMCHA แต่ถ้าใครชอบความหวือหวา เห็นโอกาสในการลงทุนในกองทุนแบบ Active Fund หรือเมกะเทรนด์ เช่น ปัจจุบันกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มเฮลแคร์ ที่กำลังมาแรง เป็นต้น หรือการคัดหุ้นพื้นฐานดีที่มีแนวโน้มเติบโตสูง (Growth Stocks) ก็สามารถลงทุนได้เช่นกัน ในส่วน Satellite Portfolio เพียงแต่ต้องพิจารณาให้ดีว่าเทรนด์นั้นมายาวจริงหรือไม่ เพราะการลงทุนกองทุน SSF/RMF เป็นการลงทุนระยะยาว อย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป บลจ.ไทยพาณิชย์ ก็มีกองทุน SSF/RMF หุ้นสหรัฐฯ-จีน แบบ Active Fund ให้เลือกลงทุนเช่นกัน คือ SCBUSA(SSF) กับ SCBRMMLCA พิเศษ!! รับหน่วยลงทุน SCBSFF มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท เมื่อลงทุนในช่วง 18 ต.ค. 64 – 30 ธ.ค. 64 (ยกเว้นกองทุนประเภทตราสารหนี้)

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  07 ธันวาคม 2564

ลงทุนกองทุน SSF/RMF อย่างไรให้ปัง?

การลงทุนในกองทุนรวม SSF และ RMF หากไม่วางแผนให้ดี ก็มีสิทธิ์เสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี และยังอาจขาดทุน จากการตัดสินใจลงทุนผิดจังหวะอีกด้วย วันนี้ Lumpsum จึงจะพาทุกคนไปรู้จัก SSF/RMF กองทุนที่เป็นตัวช่วยในการวางแผนภาษี ลงทุน SSF/RMF อย่างไรดี? เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแล้ว ยังได้ผลตอบแทนคุ้มกับความเสี่ยง กองทุนรวมเพื่อการออม หรือ SSF ย่อมาจากคำว่า “Super Savings Fund” เป็นกองทุนน้องใหม่ที่เพิ่งเริ่มใช้เมื่อต้นปี 2563 สำหรับการลงทุนระยะยาว เป็นตัวช่วยในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่มาแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาวหรือ LTF ที่หมดอายุไปเมื่อปี 2562 โดยจะลดหย่อนแบบปีต่อปี ซื้อปีไหน ก็ลดหย่อนปีนั้น ในช่วงปี 2563-2567 กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF RMF ย่อมาจากคำว่า “Retirement Mutual Fund” เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการออมเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอายุ มีลักษณะจะคล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทเอกชน และกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ โดยเมื่อต้นปี 63 ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อให้นักลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีมากขึ้น ด้วยการปรับสัดส่วนในการลดหย่อนภาษีเพิ่ม จากเดิมที่ 15% เป็นไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท และนับรวมกองทุนอื่น ๆ ในวงเงินด้วย อีกทั้งยกเลิกกำหนดจำนวนขั้นตํ่าในการลงทุนจากเดิม 5,000 บาท เป็นเท่าไรก็ได้ โดยไม่ระงับการซื้อเกิน 1 ปีติดต่อกันเช่นเดิม เราสามารถวางแผนการออมเพื่ออนาคตและลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณอายุ ควบคู่ไปกับสิทธิลดหย่อนภาษี ด้วยการลงทุนในกองทุนรวม SSF/RMF กองทุนรวม SSF/RMF เป็นกองทุนรวมที่มีผลประโยชน์ทางอ้อม คือ “สิทธิลดหย่อนภาษี” ซึ่งเป็นผลประโยชน์เพิ่มเติมที่ต่างออกไปจากกองทุนรวมทั่วไป แม้จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีที่เป็นผลประโยชน์เพิ่มเติม แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเงื่อนไขบางอย่าง ดังนี้ SSF ต้องถือครองนานถึง 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อกองทุน โดยห้ามขายเด็ดขาด หากขายก่อนกำหนดจะต้องคืนสิทธิลดหย่อนภาษีทั้งหมด RMF สามารถขายคืนได้ตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน หากผิดเงื่อนไขจะต้องคืนสิทธิลดหย่อนภาษีทั้งหมดเช่นกัน การจัดพอร์ตแบบ Core-satellite portfolio หากจะให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็ให้นึกถึง “ระบบสุริยจักรวาล” ที่มีดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลาง มีดาวเคราะห์โคจรเป็นบริวาร โดย Core portfolio (ส่วนหลัก) เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่คอยสร้างและสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว และมี Satellite portfolio (ส่วนเสริม) เป็นดาวเคราะห์โคจรอยู่รอบ ๆ คอยสร้างโอกาสทำกำไรในระยะกลาง-สั้น ดังนั้น Core-satellite portfolio เป็นกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่น มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว และแสวงหาโอกาสทำกำไรในระยะกลาง-สั้น จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะกับการลงทุนในทุกสภาวะตลาด การจัดพอร์ตแบบ Core-satellite portfolio เป็นการแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการลงทุนส่วนหลัก (Core portfolio) ที่เงินลงทุนส่วนใหญ่ราว 60% – 70% จะอยู่ในส่วนนี้ เพื่อให้เงินลงทุนมีมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนในระยะยาว กับส่วนที่สองเป็นการลงทุนส่วนเสริม (Satellite portfolio) ที่เงินลงทุนอีก 30% – 40% จะอยู่ในส่วนนี้ เพื่อโอกาสในการทำกำไรส่วนเพิ่มในระยะกลาง-สั้น จะซื้อกองทุนรวม SSF/RMF กองไหนดี? ต้องดูจากวัตถุประสงค์และระยะเวลาในการลงทุน เช่น หากมีเป้าหมายจะลงทุนประมาณ 10 ปี แน่นอนว่าตามเงื่อนไขการลงทุน หากเลือกลงทุน SSF ย่อมดีกว่าแน่นอน เพราะมีระยะเวลาที่ต้องถือครองเพียง 10 ปี (ใช้เวลาลงทุนน้อยกว่า RMF ในกรณีคนที่อายุน้อยกว่า 45 ปี) แต่ถ้าวัตถุประสงค์คือการลงทุนระยะยาวสำหรับการเกษียณ RMF ก็จะเป็นคำตอบ เนื่องจากสามารถขายคืนได้ตอนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน จากเงื่อนไขการลงทุน SSF/RMF จะเห็นว่าต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี (ในการลงทุน RMF สำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป) และอย่างน้อย 10 ปี (ในการลงทุน SSF) นั่นหมายความว่าเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งแทบจะไม่มีใครสามารถเอาชนะตลาดได้ในการลงทุนระยะยาว ดังนั้น เราสามารถประยุกต์ใช้เทคนิคการจัดพอร์ตของผู้จัดการกองทุนที่เรียกว่า Core-Satellite Portfolio โดยเน้นการลงทุนในส่วน Core Portfolio เป็นหลัก อาจจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 80-90% หรือลงทุนทั้งหมดใน Core Portfolio ก็ได้ ส่วน Core Portfolio เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว ซึ่งการลงทุนระยะยาวที่แทบจะไม่มีใครสามารถเอาชนะตลาดได้ จึงควรเน้นกองทุนแบบ Passive Fund หรือ Index Fund ที่พยายามให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าใครชอบความหวือหวา เห็นโอกาสในการลงทุนในกองทุนแบบ Active Fund หรือเมกะเทรนด์ เช่นปัจจุบันที่กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มฮลธ์แคร์ ที่กำลังมาแรง เป็นต้น ก็สามารถลงทุนได้เช่นกัน ในส่วน Satellite Portfolio เพียงแต่ต้องพิจารณาให้ดีว่าเทรนด์นั้นมายาวจริงหรือไม่ เพราะการลงทุนกองทุน SSF/RMF เป็นการลงทุนระยะยาว อย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป สรุป กองทุน SSF/RMF เป็นกองทุนที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี (แต่แลกกับการลงทุนระยะยาว) ประยุกต์ใช้ Core-Satellite Portfolio จัดพอร์ตและเลือกกองทุน SSF/RMF ควรเน้น Index Fund เพราะเป็นการลงทุนระยะยาว พอร์ตกองทุน SSF/RMF จะได้ปัง!!

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  03 พฤศจิกายน 2564

กองทุน SSF ดีแค่ไหน ?

ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปสำหรับกองทุนประหยัดภาษีรูปแบบใหม่ที่มาแทน LTF ซึ่งจะหมดอายุสิ้นปีนี้ กองทุนใหม่มีชื่อเรียกสุดเท่ห์เป็นภาษาอังกฤษว่า Super Savings Fund ใช้ตัวย่อ SSF ชื่อภาษาไทยคือ กองทุนรวมเพื่อการออม SSF ลดความเหลื่อมล้ำของ LTF ได้ดี เพราะเอื้อประโยชน์ด้านภาษีกับผู้ที่มีรายได้ปานกลาง-น้อย ได้มากขึ้น ลองดูตัวอย่างจากตารางด้านล่าง เทียบกับกลุ่มผู้มีรายได้สูง จะเห็นได้ว่า SSF ประหยัดภาษีให้กับผู้มีรายได้ปานกลางมากขึ้น จาก LTF เดิมที่ถูกมองว่าผู้มีรายได้สูงจะได้ประโยชน์มากกว่า นั่นเท่ากับเป็นการกระตุ้นการออมให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานและต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีมากขึ้น เพราะมีเงื่อนไขการถือครองถึง 10 ปี นอกจากนี้การไม่จำกัดสินทรัพย์ลงทุน ทำให้ผู้ใช้สิทธิมีทางเลือกมากขึ้น เพราะแต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน จากเดิมที่ต้องลงในหุ้นไม่ต่ำกว่า 65% ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูง (แต่ผลตอบแทนก็สูงนะจ๊ะ) ฟังจากปากของรุ่นใหญ่วงการกองทุนอย่าง "วศิน วณิชย์วรนันต์" นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ช่วยย้ำว่า "การออมเพื่อการเกษียณของคนไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำและโครงสร้างของประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย อาจจะนำมาซึ่งความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในอนาคต การออมที่เพียงพอและการหาผลตอบแทนจากการออมผ่านการลงทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันการออมและการลงทุนอาจจะยังไม่มีประสิทธิผลที่เพียงพอและไม่ครอบคลุม กองทุน SSF จะเข้ามาช่วยในการขยายฐานให้เข้าถึงกลุ่มคนที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ตระหนักถึงการลงทุนในระยะยาว อีกทั้งกองทุนยังมีความยืดหยุ่นในแง่การลงทุนได้หลากหลายประเภทสินทรัพย์กว่า LTF เดิมที่เน้นลงทุนเฉพาะในหุ้นเพียงอย่างเดียว" โดยสรุปก็คือ SSF จัดว่าดี เอื้อประโยชน์ต่อผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมากขึ้น กระตุ้นการออมกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน เหมือนกับชื่อกองทุนที่ใช้คำว่า "Super Savings Fund" สิ่งที่หลายฝ่ายกังวล...น่าจะเป็นเรื่องตลาดหุ้นไทยมากกว่า เพราะการไม่บังคับให้ต้องลงทุนในหุ้น จะทำให้เงินใหม่ไหลเข้าตลาดหุ้นน้อยลง แต่สำหรับผู้ใช้กองทุนไม่ว่าจะเห็นแก่การลดภาษีหรือเพื่อการออม ล้วนได้ประโยชน์ทั้งสิ้น ------------ ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ Lumpsum ได้แล้ววันนี้ทั้ง 2 ระบบiOS Android

  หนึ่ง ศราพงค์


  19 ธันวาคม 2562

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม