เทคนิค ตั้งราคาขายบ้าน คอนโด ให้ได้ราคาคุ้มค่า

ปัญหาน่าเวียนหัวสำหรับคนที่กำลังจะขายต่อบ้านหรือคอนโดที่อาศัยอยู่คือ "ตั้งราคาเท่าไหร่ดี ?" เรื่องนี้เกิดขึ้นทั้งตัวผมเองที่เคยขายไปเมื่อ 2 ปีก่อน และคนรอบกายที่คอยมาปรึกษา ถือเป็นประเด็นที่น่าเอามาแชร์กัน เพราะอย่างที่รู้ คนซื้อก็อยากได้ถูก คนขายก็อยากได้ราคาคุ้มค่ากับต้นทุนที่เคยจ่ายไป ตัดตัวเลือกที่ให้บริษัทนายหน้าช่วยจัดการไปก่อนเลยนะครับ เพราะอันนั้นแบบง่าย ซึ่งใคร ๆ ก็น่าจะรู้ ที่จะเล่าคือเทคนิคตั้งราคาขายบ้าน-คอนโดแบบอยากขายเอง ไม่ต้องผ่านใคร ผมได้รวบรวมข้อมูลทั้งจากกูรูและประสบการณ์ส่วนตัว สรุปได้ออกมาเป็น 5 ข้อ ดังนี้ 1.สำรวจราคาตลาด : เช็คก่อนเลยว่าละแวกที่อยู่ใกล้เคียงกันเขาขายบ้าน-คอนโดกันเท่าไหร่ ในสภาพสินทรัพย์ที่ใกล้เคียงกันนะ อย่าไปตั้งโดดกว่าชาวบ้าน ขายยากแน่นอน 2.เช็คราคาประเมิน : ส่วนราชการจะมีเว็บไซต์กรมธนารักษ์สามารถเข้าไปเช็คราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นได้ หรือ ใช้การประเมินจากองค์กรอิสระ/สถาบันการเงิน อันนี้จะได้ราคาที่ค่อนข้างแม่นยำ แต่จะเสียค่าดำเนินการราวหลักพันบาท แต่ค่อนข้างชัวร์ 3.คำนวณต้นทุน : ตั้งแต่ซื้อมาผ่อนจ่ายรวมดอกเบี้ยไปเท่าไหร่, มีการซ่อมแซมอะไรบ้าง, เฟอร์นิเจอร์ (กรณีขายพ่วงด้วย) และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในกระบวนการซื้อขาย 4.หาจุดขาย : ลองคิดในมุมผู้ซื้อว่าทำไมเราต้องซื้อบ้านหลังนี้ มีจุดเด่นหรือจุดเปรียบเทียบอะไรบ้าง เช่น รีโนเวทอะไรไปแล้วบ้าง, พื้นที่ตรงนี้น้ำไม่ท่วม หรือ ไม่มีผีไม่มีประวัตินะ ฮ่า ๆ อะไรก็ว่ากันไป ตามแต่จะคิดออก เตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้ครบ เพราะเวลาคนมาดูจะได้โฆษณาเขาได้ อย่าสักแต่จะขายแต่ไม่มีอะไรนำเสนอคนซื้อ ถ้าเป็นเราก็คงไม่ซื้อถูกไหม 5.ตั้งราคาเผื่อต่อ : เมื่อเราได้ราคาประเมินแล้ว ก็บวกราคาที่เราต้องการ (อย่าเยอะนะ เพราะจะขายยาก) แล้วต้องไม่ลืมบวกราคาเผื่อต่อไปด้วย เช่น ราคาประเมิน 2,000,000 บาท แต่เราอยากได้สัก 2,300,000 บาท ก็ตั้งเผื่อไปสัก 10-15% เผื่อต่อรองจะได้ลดลงมาเหลือราคาที่เราต้องการ เหล่านี้เป็นเทคนิคที่พึงทำก่อนตั้งราคาขายบ้าน ที่ทั้งผมเองและคนที่ผมเคยให้คำปรึกษาใช้ได้ผลมาแล้ว และขายง่ายขึ้น แต่สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยคือ การโฆษณา โดยเฉพาะออนไลน์ ต้องมีการกระจายให้ได้มากที่สุด รูปภาพต้องดูดีและตรงปก คำบรรยายในการโฆษณาต้องอ่านง่าย เข้าใจง่าย อย่างน้อยดึงดูให้ผู้ซื้อมาหาเราให้ได้ก่อน ที่เหลือก็ใช้เทคนิคการเจรจาด้วยข้อมูลที่เตรียมไว้อย่างดี ถ้าคิดว่ากระบวนการเหล่านี้ยุ่งยากไป ติดต่อบริษัทนายหน้าให้ช่วยขาย ก็ขายได้ง่ายและไว เช่นกัน แต่จะเสียค่านายหน้า และอาจจะได้ราคาต่ำกว่าที่ต้องการ...

  หนึ่ง ศราพงค์


  30 ธันวาคม 2564

5 ข้อที่บอกว่าคุณยังไม่พร้อมเป็นหนี้

ตั้งแต่มีโควิดมาเมื่อต้นปีก่อน สิ่งที่เจอบ่อยจากคนรู้จักหรือคนรอบกายที่ได้รับผลกระทบและขาดสภาพคล่องอย่างหนักคือ "มีที่ไหนให้กู้เงินบ้างไหม ?" โอ้วเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าใดนัก เพราะสภาพคล่องแย่อยู่แล้ว แต่อยากสร้างหนี้เพิ่ม แล้วจะเอาอะไรไปใช้เขา บางรายคิดเพียงว่า เอามาหมุนก่อนแล้วค่อยว่ากัน ... ผมคงเคยเล่าเรื่องนี้แนบไปกับเรื่องอื่น ๆ พอควรแล้ว แต่ยังไม่เคยเขียนถึงประเด็นการตรวจความพร้อมก่อนสร้างนี้ จึงอยากนำมาแชร์ให้ได้อ่านกัน คือถ้าคุณยังมีพฤติกรรมแบบนี้ แนะนำหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้เพิ่มโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นกับดักแห่งการแบกหนี้ในที่สุด ประกอบด้วย 1.รายได้ไม่พอรายจ่าย : ประเมินเลยว่าแต่ละเดือนมีภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เทียบกับรายได้ที่เข้ามาสัมพันธ์กันหรือไม่ หากไม่ให้หยุดคิดสร้างหนี้เพิ่ม เพราะมันจะเป็นภาระเพิ่มแน่นอน ผมเคยมาแล้ว เช่น เงินเดือน 20,000 บาท แต่ภาระต่อเดือน 25,000 บาท แล้วดันไปหาหนี้มาหมุนเพิ่ม สุดท้ายระบบพัง ข้อนี้รวมถึงรายได้ต่อเดือนไม่เพียงพอต่อการเก็บออมด้วยนะ ก็ไม่ควรสร้างหนี้ เช่น รายได้ 20,000 บาท รายจ่าย 20,000 บาท ไม่มีเก็บออมเพื่ออนาคตหรือฉุกเฉิน แม้จะยังไม่ถึงกับติดลบ แต่หากไปสร้างหนี้เพิ่ม จะทำให้ภาระเพิ่ม ติดลบแน่นอน... =============================== 2.ยืมเงินคนอื่นทุกเดือน : เงินเดือนออกไม่ถึง 10 วันหมดแล้ว ที่เหลือหยิบยืมชาวบ้านมาหมุนใช้เดือนต่อเดือน สิ้นเดือนคืนนี้ วนลูปไม่รู้จบ แบบนี้ก็ไม่ควรสร้างหนี้ เพราะหนี้มีดอกเบี้ยและภาระผูกพันพันธ์ ฉิบหายแน่หากไปเพิ่มภาระจากการกู้ โดยเฉพาะนอกระบบ ... =============================== 3.มีหนี้แต่จ่ายขั้นต่ำทุกเดือน : อันนี้คือกลุ่มที่มีบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคล แล้วคิดอยากจะสร้างหนี้เพิ่ม เช่น บ้านหรือรถหรืออื่นๆ เลิกเถอะครับแนวคิดที่ว่าเป็นหนี้แต่มีของเป็นชิ้นเป็นอัน ดีกว่าไร้หนี้แต่ไม่มีอะไรเลย มันผิด !!! ใช่ครับคุณมีของเพิ่มขึ้น แต่ก็แลกกับภาระต่อเดือนเช่นกัน ขนาดหนี้ที่มียังจ่ายขั้นต่ำ แล้วเพิ่มหนี้ใหม่มาอีก เมื่อไหร่จะจบสิ้น มีอะไรฉุกเฉินขึ้นมา บรรลัยแน่นอน... =============================== 4.ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน : ข้อนี้สำคัญ แม้จะมีศักยภาพการก่อหนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เหมือนโควิดที่ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดและลากยาวขนาดนี้ หากไม่มีเงินสำรอง แล้วไปสร้างหนี้อีก เวลาฉุกเฉินขึ้นมา จะชักหน้าไม่ถึงหลังเอานะครับ... =============================== 5.ไม่มีการวางแผนการเงิน : อันนี้ร้ายแรงมาก เพราะหากทุกวันนี้ยังใช้จ่ายแบบไม่รู้ที่มาที่ไป อยากทำไรทำ ประเมินไม่ได้ว่า วันนี้พรุ่งนี้จะมีเงินเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ให้เลิกความคิดสร้างหนี้เลย เพราะมันจะพะรุงพังจนกลายเป็นปัญหาไปในที่สุด... =============================== ลองเช็คดูได้เลยครับ หากมี 1 ใน 5 ข้อนี้ อย่าริสร้างหนี้เลย เพราะมันจะเป็นโทษมากกว่าประโยนชน์ หนี้ที่ดีคือหนี้ที่สร้างรายได้ หักลบกับต้นทุนดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายแล้ว ต้องเหลือเป็นสภาพคล่องให้เรา แต่หากสร้างหนี้เพื่อเป็นหนี้และภาระ อย่าเลยครับ ด้วยความปราถนาดี... หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  17 ธันวาคม 2564

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม