หาเงินด่วนทันใจด้วย "บ้านแลกเงิน"

หากท่านเป็นผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ปลอดภาระ เช่น บ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮ้าส์, ทาวน์โฮม, อาคารพาณิชย์, คอนโดมิเนียม หรือ ที่ดินว่างเปล่า (ไม่รกร้าง และอยู่ในชุมชนพักอาศัย) และต้องการเงินด่วน เงินก้อน แบบทันใจ วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนน้อย ผ่อนนาน "สินเชื่อบ้านแลกเงิน" ช่วยคุณได้ แอดหาข้อมูลสินเชื่อประเภทนี้จากทุกธนาคารพบว่า "สินเชื่อบ้านแลกเงิน" อนุมัติไวสุดเพียง 1 วันทำการเท่านั้น หากส่งเอกสารครบถ้วน... เหมาะสำหรับใครก็ตามที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนด่วน ไม่ว่าจะเป็น นำไปต่อยอดลงทุน, ใช้เพื่อการศึกษาทั้งตนเองและบุตรหลาน, ใช้รักษาพยาบาล, ต่อเติมซ่อมแซมบ้าน หรือแม้กระทั่งนำไปรีไฟแนนซ์สินเชื่ออื่น ๆ ที่ดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อปรับโครงสร้างหนี้และเพิ่มสภาพคล่อง วงเงินสูงสุดที่ได้ข้อมูลมาคือ 50 ล้านบาท!!! เลยทีเดียว แถมผ่อนได้นานถึง 30 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำเพียง 4.xx % เท่านั้น กู้ร่วมได้สูงสุดถึง 4 คน และบางแบงก์ยังฟรีค่าประเมิน-ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่าท่านที่ต้องการเงินด่วน ช่องทางนี้ถือว่าสุดคุ้ม... อย่างที่เคยเล่าไว้ว่าสินเชื่อที่อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า "บ้านแลกเงิน" มีเพียง "สินเชื่อซื้อบ้านเท่านั้น" แต่สินเชื่อซื้อบ้านวัตถุประสงค์เพื่อซื้อบ้าน ไม่ได้มีเงินก้อนให้แต่อย่างใด กลับกัน "สินเชื่อบ้านแลกเงิน" จะได้เงินก้อนแบบเต็ม ๆ ล่าสุด Lumpsum ของเรามีบริการให้ข้อมูล "สินเชื่อบ้านแลกเงิน" พร้อมยื่นขอทีเดียวได้ถึง 6 แบงก์เลยนะจะบอกให้ สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก แจกฟรี! ไฟล์ตารางผ่อนบ้าน ใช้วางแผนผ่อนบ้านให้หมดไวๆกัน ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่ แอดไลน์เพื่อสอบถามเพิ่มเติม หรือเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร และคอนเทนต์ดีๆจากเราได้ที่นี่ >> ID: @lumpsumofficial หรือลิงค์นี้ >> คลิกเลย บทความที่เกี่ยวข้อง มัดรวมอัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขของสินเชื่อบ้านแลกเงิน หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  18 พฤศจิกายน 2565

ชี้ช่องสินเชื่อเงินก้อน สำหรับอาชีพอิสระ

ทุกวันนี้คนทำอาชีพอิสระกันเยอะนะครับ เรียกให้ทันสมัยหน่อยก็กลุ่ม "ฟรีแลนซ์" นั่นแหล่ะ... นับรวมทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น รับจ้างทั่วไป, ไรเดอร์, ขายของออนไลน์ ยัน เปิดกิจการเองหรือทำธุรกิจส่วนตัว "ฟรีแลนซ์" เป็นรูปแบบการทำงานหารายได้ประเภทหนึ่ง ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ "มนุษย์เงินเดือน" หนึ่งในปัญหาสำคัญของกลุ่ม "ฟรีแลนซ์" คือ การขอสินเชื่อ ยิ่งหากไม่มีการเดินบัญชีสม่ำเสมอ, มีรายได้ไม่แน่นอน (บางเดือนมาก-บางเดือนน้อย) เวลาไปขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินมักยากลำบากกว่า กลุ่ม "มนุษย์เงินเดือน" ที่มีรายการทางบัญชีที่แน่นอน และมีหลักฐานยืนยันการทำงาน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ จากคนใกล้ตัวเลย สมาชิกในวงดนตรีของผมเอง รายได้ต่อเดือนระดับ 60,000 - 100,000 บาท แต่เนื่องจากรับค่าจ้างเป็นเงินสด และไม่ได้ทำการเดินบัญชี จะขอหนังสือรับรองก็ยาก เพราะเล่นหลายงานหลายคนจ้าง พอเวลามีความจำเป็นต้องใช้สินเชื่อเงินก้อน เช่น ซื้อรถ, หรือจ่ายค่าเทอมลูก มักไม่ได้รับอนุมัติจากสถาบันการเงิน หรืออีกรายขายของออนไลน์ เงินสะพัดระดับ 100,000 - 200,000 บาท ต่อเดือน แต่ต้องการกู้เงินมารีโนเวทบ้านหรือขยายธุรกิจเพิ่ม ก็ไม่ผ่าน เพราะรายการเงินเข้าไม่สม่ำเสมอ แม้ยอดคงเหลือจะสูงก็ตาม นี่เป็นปัญหาสำคัญ พอสุดท้ายจำเป็นต้องใช้เงินก้อนจริง ๆ จึงไปพึ่งพาการกู้เงินนอกระบบ ซึ่งดอกเบี้ยโหดมากแบบลากเลือดดดดด ที่น่าสนใจคือคนเหล่านี้มีบ้านปลอดภาระในมือ แต่ไม่สามารถขอสินเชื่อได้ เพราะธนาคารไม่มีหลักฐานที่มาของรายได้อย่างสม่ำเสมอและชัดเจน วันนี้ที่จะมาแชร์คือมันมีวิธีการอยู่นะครับสำหรับ "ฟรีแลนซ์" ทั้งหลายในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ สำหรับท่านที่มีสินทรัพย์เป็นบ้านปลอดภาระ ผมแนะนำกลุ่มสินเชื่อ "บ้านแลกเงิน" เพราะอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าประเภทอื่นทั้งหมด...(ท่านที่ไม่มีบ้านเป็นสินทรัพย์ก็อาจจะพิจารณาสินเชื่อประเภทอื่น เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล) ซึ่งกระบวนการเตรียมตัวที่จะแนะนำตอนนี้ใช้ได้กับสินเชื่อในระบบทั้งหมด 1.ปรับการเดินบัญชีเงินฝากใหม่ : แยกประเภทออกมาเลยได้ยิ่งดี พยายามนำเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอในมูลค่าใกล้เคียงกันอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป เพราะกลุ่ม "ฟรีแลนซ์" จะมีรายได้เข้ามาไม่สม่ำเสมอทั้งความถี่และมูลค่าเช่น วันนี้ขายของได้ 5,000 บาท พรุ่งนี้ 10,000 บาท และมะรืน 2,000 บาท หากยื่นไปทั้งแบบนั้นสถาบันการเงินจะแยกแยะได้ยาก เราต้องปรับการรวบรวมเงินเพื่อไปเข้าบัญชีใหม่ แบบกำหนดช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นรายสัปดาห์, สองสัปดาห์ หรือ รายเดือน โดยให้ประเมินรายได้เฉลี่ยต่อเดือนหรือต่อสัปดาห์ให้ดี เมื่อครบกำหนดแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละเดือน ก็นำเงินเข้าไปในบัญชีรายได้ สะสมไทม์ไลน์รายได้ไปเรื่อย ๆ การทำแบบนี้เมื่อไปขอสินเชื่อเราจะสามารถชี้แจงกับสถาบันการเงินได้ว่าแต่ละเดือนเรามีรายได้เท่าไหร่จากอะไรบ้าง และแสดงบัญชีรายได้ที่แยกไว้ประกอบเป็นหลักฐาน ซึ่งจะง่ายต่อการพิจารณาของสถาบันการเงิน 2.ธุรกิจส่วนตัวต้องทำบัญชี : กลุ่มนี้จะง่าย เพราะเป็นเจ้าของกิจการ แต่ต้องทำบัญชีรายรับ-จ่ายอย่างมีระบบแบบสม่ำเสมอ เวลายื่นขอสินเชื่อสถาบันการเงินจะพิจารณาได้ง่ายขึ้น 3.เตรียมหลักฐานยืนยันรายได้ให้พร้อม : อันนี้ต้องทำทั้ง "ฟรีแลนซ์" กลุ่มรับจ้าง และ เจ้าของธุรกิจส่วนตัวเลย จดบันทึกและทำรายการแสดงที่มาของรายได้ให้ชัดเจน งานบริการควรมีหลักฐานการจ้างงาน หรืองานขายของก็ต้องมีหลักฐานการขาย เก็บไว้ให้ครบถ้วนเพื่อนำมาประกอบกับหลักฐานทางบัญชีรายได้ หากทำครบทุกขั้นตอนดังนี้โอกาสขอสินเชื่อผ่านมีมากกว่า 80% ครับ เก็บสถิติจากคนใกล้ตัวที่แนะนำไป ส่วนใหญ่จะได้รับการอนุมัติ เพราะสิ่งที่สถาบันการเงินต้องการคือหลักฐานแสดงรายได้ที่ชัดเจนโดยละเอียด แต่หากไม่เคยทำมาก่อนอาจจะต้องใช้เวลาสร้าง Track Record ทางบัญชีอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป อีกประการ "สินเชื่อบ้านแลกเงิน" มีหลักทรัพย์ค้ำประกันคือบ้านปลอดภาระของเรานั่นเอง ดังนั้นหากหลักฐานข้างต้นครบ โอกาสฉลุยมีสูง แต่ขอย้ำแบบเดิมทุกครั้ง การขอสินเชื่อไม่ว่าจะประเภทไหนก็ตาม ต้องนำไปใช้ต่อยอดในสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น อย่าใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะเป็นหนี้ต้องใช้เสมอ... อ้อ หากท่านต้องการหาผู้ช่วยในการยื่นขอสินเชื่อ "บ้านแลกเงิน" แบบยื่นทีเดียวได้หลาย ๆ สถาบันการเงิน ให้ Lumpsum ช่วยสิครับ คลิก แจกฟรี! ไฟล์ตารางผ่อนบ้าน ใช้วางแผนผ่อนบ้านให้หมดไวๆกัน >> ดาวน์โหลดไฟล์ที่นี่ แอดไลน์เพื่อสอบถามเพิ่มเติม หรือเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร และคอนเทนต์ดีๆจากเราได้ที่นี่ >> ID: @lumpsumofficial หรือลิงค์นี้ คลิกเลย หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  04 พฤศจิกายน 2565

ส่องเงื่อนไข บ้านแลกเงิน ที่ผ่อนน้อย ผ่อนนาน

ผมได้เล่าถึงเรื่อง "บ้านแลกเงิน" มาหลายตอนแล้ว ตั้งแต่ความหมาย, จุดเด่น, ประโยชน์ ยันวิธีการขอสินเชื่อ ... สามารถหาอ่านย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ Lumpsum.in.th ตอนนี้จึงอยากจะมารีวิวสินเชื่อ "บ้านแลกเงิน" โดยจากการหาข้อมูลพบว่ามี 4 ธนาคารที่มีเงื่อนไขน่าสนใจเลยทีเดียว ประกอบด้วย 1.สินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคช : หากทำประกัน MRTA จะฟรีค่าจดจำนอง-ค่าประเมินหลักทรัพย์ และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดเพียง 4.30% และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีอยู่ที่ 5.11% สูงสุดอยู่ที่เฉลี่ย 3 ปีแรก 8.95% ขึ้นอยู่กับวงเงินอนุมัติ โดยหากวงเงินอนุมัติสูงอัตราดอกเบี้ยจะต่ำลงเป็นขั้นบันได โดยกำหนดวงเงินสินเชื่ออนุมัติตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป วงเงินกู้สูงสุด 85% ของราคาประเมิน และกู้ได้สูงสุด 30 ปี ส่วนคุณสมบัติที่ระบุไว้คือ ผู้กู้ต้องมีอายุ 20 - 65 ปี มีอายุงานตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ทั้งกลุ่มที่เป็นพนักงานประจำและประกอบธุรกิจส่วนตัว 2.สินเชื่ออเนกประสงค์ ซีไอเอ็มบี ไทย : หากทำประกัน MRTA อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่เพียง 4.44% และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีอยู่ที่ 5.12% กู้ได้สูงสุด 10 ล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขอนุมัติวงเงินไม่เกิน 80% ของราคาประเมิน ผ่อนนานสูงสุด 20 ปี สำหรับคุณสมบัติ ผู้กู้ต้องมีอายุ 21-62 ปี มีรายได้ขั้นต่ำ 30,000 บาทต่อเดือน และแบ่งตามอายุงานดังนี้... A : 6 เดือนขึ้นไป สำหรับพนักงานประจำ / ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ และผ่านการทดลองงาน ณ ที่ทำงานปัจจุบัน โดยสามารถนับ อายุงานต่อเนื่องได้ หากมีเอกสารยืนยันหรือสามารถตรวจสอบกับที่ทำงานเดิมได้ B : 1 ปีขึ้นไป สำหรับพนักงานสัญญาจ้างของหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทที่น่าเชื่อถือเฉพาะพนักงานที่ไม่ได้ใช้แรงงานเป็นหลัก (หรือ พนักงาน white collar) ในระดับบริหารตั้งแต่ระดับผู้จัดการ/หัวหน้างานขึ้นไปโดยต้องมีเอกสารยืนยันการทำงาน C : 2 ปีขึ้นไป สำหรับผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว / เจ้าของกิจการโดย จะต้องมีการจดทะเบียนการค้า หรือ มีหลักฐานการประกอบ ธุรกิจที่ออก จากหน่วยงานราชการหรือองค์กรธุรกิจที่น่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้ โดยมีระยะเวลาการดำเนินธุรกิจตรงตามหลักเกณฑ์ 3.สินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารเกียรตินาคิน : หากทำประกัน MRTA จะฟรีค่าจดจำนอง-ค่าประเมินหลักทรัพย์ และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดเพียง 4.90% และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีอยู่ที่ 5.3% วงเงินอนุมัติขั้นต่ำ 500,000 บาท - 10 ล้านบาท แถมอนุมัติไวเพียง 3 วันทำการ (หากเอกสารครบ) สามารถกู้รวมได้ถึง 4 คน (ครอบครัวเดียวกัน) ด้านคุณสมบัติ ระบุไว้ว่า หากผู้กู้เป็นพนักงานประจำต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป อายุงานไม่ต่ำกว่า 1 ปี รายได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท/เดือน และไม่มีประวัติค้างชำระหรือถูกดำเนินคดีทั้งแพ่ง/อาญา ฝั่งเจ้าของธุรกิจต้องมีอายุ 25 ปีขึ้นไป ทำธุรกิจมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี รายได้ไม่ต่ำกว่า 25,000 บาทต่อเดือน และไม่มีประวัติค้างชำระหรือถูกดำเนินคดีทั้งแพ่ง/อาญา รวมถึงไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไร้ความสามารถ 4.สินเชื่อบ้านแลกเงินธนาคารไทยเครดิต : จุดเด่น คือ ผู้ที่มีรายได้ประจำหรืออาชีพอิสระ อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก สุด ๆ อยู่ที่ MRR-3.35% ต่อปี (ต้องทำประกัน MRTA) ส่วนเจ้าของกิจการจะอยู่ที่ MRR+1.19% ต่อปี โดยให้วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท และผ่อนได้นานถึง 30 ปี ขณะที่หากหลักประกันอยู่ในพื้นที่ที่ธนาคารกำหนดไว้สามารถกู้ได้ 100% แต่หากเป็นที่อื่น ๆ จะกู้ได้ไม่เกิน 90% ของราคาประเมิน ขณะที่คุณสมบัติระบุว่า ผู้กู้ต้องมีอายุ 20 - 65 ปี มีรายได้ประจำหรือรายรับสุทธิไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท อายุงาน 2 ปีขึ้นไป, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย-ถูกห้ามทำธุรกรรมตามกฎหมาย-ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ นี่คือ 4 สินเชื่อ "บ้านแลกเงิน" ที่ผมคิดว่าข้อเสนอน่าสนใจมาก ๆ สำหรับท่านที่ต้องการใช้เงินก้อน และหากท่านสนใจสินเชื่อของธนาคารไหน แนะนำให้ไปติดต่อเพื่อขอรายละเอียดแบบเต็ม ๆ อีกครั้ง เพราะอาจจะมีเงื่อนไขเชิงลึกที่ไม่ได้เปิดเผยในสาธารณะ สนใจสมัครสินเชื่อบ้านแลกเงิน คลิกที่นี่ ที่สำคัญ หากมีเวลาควรศึกษาข้อมูลสินเชื่อประเภทนี้ให้ครบทุกธนาคาร เผื่อจะเจออันที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของท่านมากที่สุด แต่หากมีเวลาไม่มากนัก Lumpsum ขออาสาเป็นผู้ช่วยในเบื้องต้นก็แล้วกันนะครับ เผื่อนำไปต่อยอดได้ แอดไลน์เพื่อสอบถามเพิ่มเติม หรือเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสาร และคอนเทนต์ดีๆจากเราได้ที่นี่ >> ID: @lumpsumofficial หรือลิงค์นี้ คลิกเลย หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  07 ตุลาคม 2565

ขายฝากบ้าน จำนองบ้าน VS บ้านแลกเงิน แบบไหนคุ้มสุด?

เวลาต้องการสินเชื่อเงินสดสักก้อนใหญ่ ๆ การ "เอาบ้านไปเข้าธนาคาร" มักเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ที่นึกถึงเสมอ ทีนี้รู้หรือไม่ว่า "เอาบ้านไปเข้าธนาคาร" มีตัวเลือกสำหรับดำเนินการถึง 3 รูปแบบ ดังนี้ 1. ขายฝาก เป็นการทำนิติกรรมในรูปแบบของการขายทรัพย์สิน ทั้งที่เป็นทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน โดยการทำสัญญาเอกสารขายฝากที่ดิน และมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่ตกลงกัน ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีที่ขายฝากและได้ส่งมอบทรัพย์สินแก่ผู้รับซื้อฝาก วิธีนี้คู่สัญญาจะต้องนำสัญญาขายฝากไปจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินที่มีเขตอำนาจด้วย การขายฝากจึงจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ซึ่งหากผู้ขายฝากไม่ได้ไถ่ทรัพย์สินคืนตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่ตกลงกันดังกล่าว ผู้ขายฝากจะหมดสิทธิไถ่ทรัพย์สินคืน โดยผู้รับซื้อฝากไม่ต้องไปใช้สิทธิฟ้องบังคับตามสัญญาขายฝากอีก 2. จำนอง เป็นการทำนิติกรรมของการนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกันการชำระหนื้ โดยจะต้องนำสัญญาจำนองไปจดทะเบียนด้วย ซึ่งในกรณีทรัพย์สินที่จำนองเป็นอสังหาริมทรัพย์ ให้จดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดินที่มีเขตอำนาจ และในกรณีสังหาริมทรัพย์ ให้จดทะเบียน ณ สำนักทะเบียน ซึ่งรับผิดชอบงานจดทะเบียนสังหาริมทรัพย์ชนิดนั้น ๆ ทั้งนี้ ผู้จำนองไม่จำเป็นต้องส่งมอบทรัพย์สินที่จำนองและยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่จำนอง จึงมีสิทธิใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่จำนองต่อไปได้ แต่หากมีการผิดนัดชำระหนี้ที่มีการจำนองเป็นประกันแล้ว ผู้รับจำนองมีสิทธิฟ้องบังคับชำระหนี้และบังคับคดีกับทรัพย์สินที่จำนองได้ตามกฎหมาย นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้จำนองได้จำนองทรัพย์สินเพื่อประกันการชำระหนี้ของตนเอง และมีข้อตกลงว่าจะชำระหนี้จนครบถ้วนหากบังคับจำนองแล้วได้เงินไม่เพียงพอ ผู้จำนองมีหน้าที่ต้องชำระเงินเพิ่มเติมให้แ ก่ผู้รับจำนองจนกว่าจะครบถ้วนต่อไป แม้จะถูกบังคับคดีเอากับทรัพย์สินที่จำนองแล้วก็ตาม 3. บ้านแลกเงิน นิติกรรมที่ใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ โดยหากได้รับการอนุมัติ ต้องมีการโอนสินทรัพย์เป็นของผู้ให้กู้ก่อน หลังชำระเงินคืนตามเงื่อนไขแล้วถึงจะโอนกลับมาเป็นของผู้กู้ จุดแตกต่างของสินเชื่อ 3 ประเภทนี้คือ วงเงินที่จะได้รับ โดย "บ้านแลกเงิน" จะได้วงเงินสูงสุดเฉลี่ย 80% ของราคาประเมิน รองลงมาคือการขายฝากที่ประมาณ 40-70% ของราคาประเมิน และสุดท้ายคือ "การจำนอง" จะอยู่ที่ 10-30% ของราคาประเมิน เพราะการจำนองไม่ต้องส่งมอบทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ให้ผู้รับจำนอง จึงได้วงเงินน้อยสุด ต่างจากการขายฝากและ "บ้านแลกเงิน" ที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ ทีนี้ถามว่าหากต้องการเงินสักก้อน แล้วมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ จะเลือกแบบไหนดี ? ท่านผู้กู้ต้องศึกษาให้รอบคอบว่าจะนำเงินไปใช้ต่อยอดหรือทำประโยชน์อะไร เช่น หากต้องการใช้เงินก้อนใหญ่ ผ่อนยาว ๆ ก็ต้องเลือก "บ้านแลกเงิน" แต่หากอยากได้เร็วและวงเงินไม่ต้องสูงมาก ขายฝาก กับ จำนอง จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และเท่าที่หาข้อมูลมา ถ้าในยุคนี้ "บ้านแลกเงิน" จะคุ้มสุด เพราะธนาคารมีโปรโมชั่นมากมาย โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำกว่าอีก 2 ประเภท ดังนั้นก่อนทำการยื่นขอสินเชื่อ ผู้กู้ต้องพิจารณาถึงทางเลือกต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับตัวเอง ที่สำคัญต้องนำเงินไปใช้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์ เพราะหากนำไปใช้ผิดที่ผิดทางผิดวัตถุประสงค์ กู้แบบไหนก็พร้อมจะฉิบหายได้ทั้งสิ้น ด้วยความปรารถนาดี.... สำหรับผู้ที่สนใจสินเชื่อบ้านแลกเงิน สามารถดูรายละเอียด สินเชื่อบ้านแลกเงิน เพิ่มเติม คลิกที่นี่ หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  29 กันยายน 2565

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม