"ทรัพย์สิน : หนี้สิน แยกไม่ออก = จน"

ฮั่นแน่ !!! ชื่อเรื่องดูเหมือนเครียดล่ะซี้ แต่ไม่หรอก... วันนี้ไม่มีอะไรมาก แค่อยากเล่าให้อ่านเกี่ยวกับความเชื่อ... ไม่ใช่ผีหรือสิ่งลี้ลับหรอก เพราะหัวเรื่องก็บอกชัดเจนอยู่แล้วเนอะ ก่อนเล่าคุณลองตอบคำถามตัวเองหน่อยดิ คุณว่า "ทรัพย์สิน" ของคุณมีอะไรบ้าง และคุณว่า "หนี้สิน" ของคุณมีอะไรบ้าง ให้เวลา 10 นาที ........................................... คิดออกยัง ? เดาว่า "ทรัพย์สิน" ของหลายท่านต้องเป็น"บ้าน-คอนโด""ยานพาหนะทุกชนิด""เครื่องประดับ (เพชร-ทอง-นาฬิกา)""มือถือ-แท็บเล็ต""เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน""เครื่องดนตรี"และอีกมากมายที่ดูมีคุณค่าและราคา ส่วน "หนี้สิน" ก็น่าจะเป็น..."หนี้ผ่อนบ้าน-คอนโด""หนี้ผ่อนรถยนต์-มอเตอร์ไซด์-จักรยาน""หนี้บัตรเครดิต-สินเชื่อส่วนบุคคล" "หนี้ยืมเงินเพื่อนหรือใครก็ตามที่ให้ท่านเอามาหมุนใช้ก่อน" ถ้าเป็นแบบข้างต้น คุณกำลังมีความเชื่อผิด ๆ อยู่นะจ๊ะผมเองก็เพิ่งรู้มาไม่นานนี้เหมือนกัน ฮ่า ๆ ข้อเท็จจริงคือ "ทรัพย์สิน" = สิ่งที่ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นหรืออย่างน้อยต้องไม่มีรายจ่ายส่วน "หนี้สิน" = สิ่งที่ทำให้รายจ่ายเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นการที่เรา ผ่อนบ้าน, ผ่อนรถ, ผ่อนมือถือ และอีกสารพัดผ่อนมันคือหนี้สินทั้งหมด !!!ไม่ต้องเถียงว่า "ได้อยู่" - "ได้ใช้" สิ่งเหล่านั้นนั่นมันคนละเรื่องกัน ไม่ได้ดุนะ...อย่าตกใจ ^^ เพราะสิ่งที่เราต้องผ่อนส่งในทุก ๆ เดือนมันคือรายจ่าย อะไรก็ตามที่มีรายจ่ายเขาไม่เรียก "ทรัพย์สิน"ใช่แหล่ะวันหนึ่งมันคงจะใช่เมื่อผ่อนหมดแต่ไม่ใช่วันนี้ย่ะ ... เหมือนหนังฝรั่งชอบพูด "Not Today." ความน่ากลัวของรายจ่ายจาก "หนี้สิน" คือมันคงที่แล้วแต่ว่าท่านเป็นหนี้อะไร ถ้า บ้าน-รถ ก็ยาวไปจ้า และมันคนละเรื่องกับรายจ่าย ค่าข้าว ค่าน้ำไฟ ค่าโทรศัพท์เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถประหยัดได้ ลดได้ ไม่ใช้ก็ได้ แต่รายจ่ายจาก "หนี้สิน" ยังไงก็ต้องจ่ายที่โหดร้ายคือมันมี "ดอกเบี้ย" เพราะเราไปกู้เขามา คิดดูนะหากวันหนึ่งรายได้ประจำเกิดมีปัญหาขึ้นมาเราอดข้าวได้นะ แต่เราไม่จ่ายหนี้ไม่ได้ ผลเสียตามมาเป็นโขยงเลย ผมเองนี่แหล่ะที่เชื่อผิด ๆ แบบนี้มาเป็น 10 ปี ลองไปอ่านเรื่อง "คำสารภาพจากคนแบกหนี้" มีช่วงหนึ่งเป็นราชาเงินผ่อน ผ่อนแม่มทุกอย่างผ่อนจนลืมไปว่า "เห้ย ไอ่เสือ รายจ่ายต่อเดือนเกินรายได้ไปไกลแล้ว" พอรู้ตัวว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง การเงินพังพินาศ ติดเครดิตบูโรบางช่วงกินมาม่าติดต่อกันถี่ ๆ จนเกือบจะได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ละ ฮ่า ๆ หายนะครับท่าน ถ้าแยกไม่ออก สุดท้ายต้องขาย "หนี้สิน" ที่เชื่อว่ามันเป็น "ทรัพย์สิน" ขายแบบขาดทุนด้วย เพราะร้อนเงิน เพื่อเอาเงินไปผ่อนบ้าน-รถ เพราะจำเป็นสุด ไม่งั้นโดนยึดแน่ นี่แหล่ะที่อยากเล่า...เพราะผมว่าสำคัญนะ เรื่องความเชื่อเนี่ยะต้องแยกให้ออก อย่าสร้างภาระเกินตัวไม่พร้อมอย่าซื้อ ไม่มีก็ไม่ตายหรอกบ้านเช่าเอาก็ได้ รถสาธารณะก็มี เออมันคงไม่สะดวกสบายแต่อย่าแลกกับการหมดอิสระภาพการเงินเลยโคตรทรมาน ..... แต่ไม่ใช่ว่า "หนี้สิน" จะไม่ดีเสมอไปนะคือถ้ากู้ซื้อมาแล้วต่อยอดสร้างรายได้ อันนี้ดีเช่นผ่อนซื้อบ้านมาเปิดร้านขายโน่นนี่นั่นผ่อนซื้อรถมาขับส่งของ-ส่งคนผ่อนซื้อเครื่องดนตรีไปรับจ้างทำการแสดงผ่อนซื้อมือถือ-แท็บเล็ตมาช่วยขายของออนไลน์ ลองทบทวนกันดูใหม่นะจ๊ะ "ทรัพย์สิน : หนี้สิน แยกไม่ออก = จน"เชื่อหมอเถอะ หมอโดนมาแล้วเต็ม ๆ ไปละ...ไว้หาเรื่องมาเล่าอีกรักษาสุขภาพกันด้วยเด้อทั้งฝุ่น-ทั้งไวรัส บ้าบอคอแตกอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด....เอ้อลืมบอก...ถ้าอยากรู้ว่าคนเราสามารถก่อหนี้ได้แค่ไหนลองไปอ่านอันนี้สิ...“เป็นหนี้เท่าไหร่ไม่เกินตัว” ไปจริงละ ฮ่า ๆ สวัสดีค้าบบบบบบบบ ^^ ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ Lumpsum ได้แล้วที่นี่iOSAndroid

  หนึ่ง ศราพงค์


  07 กุมภาพันธ์ 2563

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม