ธปท. ออก 6 หลักการคุม ดอกเบี้ย-ค่าบริการ-ค่าปรับ ลดการเอาเปรียบลูกค้า

ช่วงนี้แบงก์ชาติค่อนข้างจริงจังกับสถาบันการเงิน ก่อนหน้านี้ก็ออกมาย้ำหลักการ "4 ไม่" ที่ควรปฏิบัติ เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม ล่าสุดออก 6 หลักเกณฑ์ การปฏิบัติและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน เพื่อควบคุมการคิดค่าธรรมเนียมอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมโดยกำหนดเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (1 เม.ย.65) เป็นต้นไป ซึ่ง 6 หลักเกณฑ์การคุม ดอกเบี้ย-ค่าบริการ-ค่าปรับ ลดการเอาเปรียบลูกค้าประกอบด้วย... 1. ต้องสะท้อนต้นทุนจริงจากการให้บริการ และไม่เรียกเก็บซ้ำซ้อน โดยต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ อย่างเหมาะสม เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบ ไม่เรียกเก็บซ้ำซ้อน คำนึงถึงต้นทุนในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งไม่นำดอกเบี้ย ค่าบริการ เบี้ยปรับ และค่าใช้จ่ายตามที่ผู้ให้บริการได้สำรองจ่ายไป มารวมกับจำนวนหนี้ที่ค้างชำระเพื่อคิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับอีก 2. ต้องใช้ฐานในการคำนวณค่าบริการและเบี้ยปรับที่เหมาะสม โดยสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับปัจจัยที่ทำให้เกิดต้นทุน เช่น ค่าประเมินราคาหลักประกัน ต้องไม่กำหนดเป็นสัดส่วนร้อยละของวงเงินสินเชื่อ เนื่องจากปัจจัยหลักที่มีผลต่อต้นทุนมักขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการประเมินราคา ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามประเภท สถานที่ตั้ง และขนาดของหลักประกัน สำหรับเบี้ยปรับจากการไถ่ถอนสินเชื่อก่อนกำหนด ต้องคำนวณจากยอดเงินต้นคงเหลือ ณ วันที่ไถ่ถอนสินเชื่อ ไม่คำนวณจากจำนวนวงเงินตามสัญญา 3. ต้องคืนค่าบริการในส่วนที่ลูกค้าไม่ได้ใช้ ตามสัดส่วนของระยะเวลาที่ยังไม่ได้ใช้บริการ รวมถึงแจ้งเงื่อนไขและช่องทางการคืนค่าบริการให้ลูกค้าทราบอย่างชัดเจน 4. ต้องไม่ผลักภาระให้กับลูกค้าหรือไม่สร้างภาระจนเกินสมควร และคำนึงถึงความสามารถในการชำระของลูกค้า ผู้ให้บริการต้องไม่เรียกเก็บค่าบริการที่เกิดจากการดำเนินการตามปกติ และไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์เพิ่มเติมแก่ลูกค้า เช่น ไม่เรียกเก็บค่าประเมินราคาหลักประกันในกรณีทบทวนราคาหลักประกันเพื่อการจัดชั้น การกันสำรอง และ/หรือการบริหารความเสี่ยงของผู้ให้บริการเอง 5. ต้องเปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ อย่างชัดเจนโปร่งใส และเป็นปัจจุบัน เพื่อให้ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจการเลือกใช้บริการได้อย่างถูกต้อง 6. ต้องควบคุมดูแลและสื่อสารกับพันธมิตรทางธุรกิจที่ดำเนินการแทน ให้ทราบถึงเจตนารมณ์ของกรอบหลักการข้างต้น โดยผู้ให้บริการภายนอก (outsourcer) หรือตัวแทนทางการเงิน (agent) ต้องกำหนดอัตราค่าบริการที่จะเรียกเก็บกับลูกค้าอย่างเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบ ไม่ทำให้คุณภาพการให้บริการที่ลูกค้าได้รับด้อยลงหรือผลักภาระไปให้ลูกค้า และดูแลให้เปิดเผยข้อมูลค่าบริการต่าง ๆ ให้ลูกค้าทราบอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และชัดเจน ทั้งนี้ผู้ให้บริการที่เป็นสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ยังต้องถือปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับฝากเงิน การเรียกเก็บค่ารักษาบัญชีเงินฝาก รวมถึงการให้สินเชื่อหรือการให้กู้ยืมเงินเพื่อการอุปโภคบริโภค (consumer loan) และเพื่อการประกอบธุรกิจ (commercial loan) ด้วย แบงก์ชาติระบุว่า จะดูแลผู้ให้บริการถือปฏิบัติตามประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันช่วยประชาชนให้เข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินด้วยเงื่อนไขที่เหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งหากประชาชนได้รับบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งมาที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของแบงก์ชาติ โทร.1213 ได้ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. หรือส่งเรื่องร้องเรียนมาที่ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ตลอด 24 ชั่วโมง

  หนึ่ง ศราพงค์


  01 เมษายน 2565

แบงก์ชาติเปิดโปรกู้บ้านได้เต็ม 100%

ใครมีแผนจะซื้อบ้านช่วงนี้มีเฮแน่นอน เพราะล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศผ่อนคลายมาตรการ LTV (loan to value) สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาเป็น 100% ถึง สิ้นปี 2565 จากเดิมมีข้อกำหนดให้ธนาคารปล่อยกู้เพียง 70-90% เท่านั้น อธิบายง่าย ๆ คือ ตั้งแต่มีมาตรการ LVT เมื่อปี 62 เวลาเราไปขอสินเชื่อซื้อบ้าน ท่านจะกู้ได้ไม่เต็มมูลค่า เช่น บ้านราคา 1,000,000 บาท อาจจะกู้ได้ 700,000 - 900,000 บาท เท่านั้น ที่เหลือต้องวางเงินดาวน์ เกณฑ์นี้มีเพื่อควบคุมหนี้เสีย เท่ากับว่าตอนนี้จะกู้ซื้อบ้านไม่ต้องวางเงินดาวน์แล้ว หากธนาคารอนุมัติก็ได้วงเงินไปเต็ม ๆ 100% การผ่อนคลายมาตรการครั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโควิด และต้องการแรงกระตุ้นให้ฟื้นตัว โดยปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงในปัจจุบัน ไม่ได้มาจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย แต่เป็นหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า การผ่อนคลายเกณฑ์นี้มีผลตั้งแต่ 20 ต.ค.-31 ธ.ค.65 โดยใช้ได้กับผู้กู้ที่ทำสัญญากู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อ Top-up และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ ทั้งสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เอาล่ะ...ท่านไหนที่มีแผนจะซื้อบ้าน ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้วงเงินง่ายขึ้น แต่ย้ำนะครับ ต้องซื้อเมื่อพร้อมและจำเป็นเท่านั้น อย่าซื้อเพราะเห็นว่าปล่อยวงเงินง่าย แล้วค่อยว่ากัน แบบนี้ใช้ไม่ได้นา อาจจะเป็นภาระอันหนักหนาในอนาคตได้ สำหรับการเตรียมตัวและวางแผนการซื้อบ้าน รวมถึงทริกต่าง ๆ ในการผ่อนบ้านให้หมดเร็วขึ้น สามารถหาอ่านย้อนหลังได้ที่ www.lumpsum.in.th มีข้อมูลดี ๆ เพียบ !!! หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  29 ตุลาคม 2564

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม