5 แหล่งรายได้เสริม เป็นพนักงานประจำก็ทำได้

ในยุคปัจจุบันการมีรายได้จากงานประจำเพียงอย่างเดียวนั้น มีความเสี่ยงสูงมาก เห็นได้จากการถูกเลิกจ้างหลังจากโดนพิษโควิด หรือการมีรายได้ไม่พอใช้กับค่าครองชีพในปัจจุบัน ไหนจะค่าบ้าน ค่ารถ มีกินเดือนชนเดือนก็คือเก่งมากแล้ว การมีรายได้หลายช่องทางจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะลดความเสี่ยงจากการขาดรายได้แล้ว ยังเป็นตัวช่วยสะสมความมั่งคั่งให้เร็วขึ้น 5 แหล่งรายได้ ที่เราสามารถสร้างได้แม้เรายังทำงานประจำอยู่ หรือพึ่งเริ่มต้นทำงานเป็น First Jobber ก็ทำได้เช่นกัน 1.สร้างพอร์ตหุ้น หรือ กองทุนรวม -> เงินปันผล ในระหว่างที่ทำงานประจำเราก็ค่อยๆศึกษาและเริ่มสร้างพอร์ตหุ้น หรือกองทุนรวมเป็นของตัวเอง เพื่อให้มี “เงินปันผล” เป็นรายได้ทางที่ 2 ต่อจากงานประจำ 2.ทำ Affiliate -> ค่าคอมมิชชั่น ในระหว่างที่ทำงานประจำเราก็ค่อย ๆ เริ่มศึกษาเรื่องการทำนายหน้า Affiliate ทำคอนเทนต์ให้คนสนใจ และเข้ามาซื้อสินค้าและรับ “ค่าคอมมิชชั่น” เป็นรายได้ทางที่ 3 3.ธุรกิจ -> กำไร ในระหว่างที่ทำงานประจำเราก็ค่อย ๆ สร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ แล้วค่อยต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตมากขึ้น เพื่อให้มี “กำไร” เป็นรายได้ทางที่ 4 4.เขียนหนังสือหรือสร้างงานที่มีลิขสิทธิ์ -> ค่าลิขสิทธิ์ ในระหว่างที่ทำงานประจำเราก็ค่อยๆ สร้างงานเขียนหรืองานที่มีลิขสิทธิ์เก็บกินเพื่อให้มี “ค่าลิขสิทธิ์” เป็นรายได้ทางที่ 5 5.เงินฝากจากรายได้ทั้งหมด -> ดอกเบี้ย และในระหว่างที่เราสร้างรายได้จากช่องทางต่างๆข้างต้น เราก็ออมเงินจาก เงินปันผล ค่าเช่า กำไรจากธุรกิจ และค่าลิขสิทธิ์ เพื่อให้มี “ดอกเบี้ย” เป็นรายได้ทางที่ 6 ของเรา แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ มีแหล่งรายได้ให้กับตัวเราเองกี่ทางแล้ว ไม่ต้องเร่งรีบที่มีรายได้ทั้ง 5 ทางขนาดนั้น ค่อย ๆ เริ่มไปทีละแหล่ง และไม่หยุดเพิ่มแหล่งรายได้ เท่านี้ “อิสรภาพทางการเงิน” ของเราคงอยู่ไม่ไกลแน่นอน

  ธนากร นวมรัตน์


  27 กุมภาพันธ์ 2567

ก็มันอดไม่ได้ เทคนิคแก้นิสัย ของคนเก็บเงินไม่อยู่

เชื่อหลายๆคนรู้ดี ว่าการเก็บเงินบ้างจะช่วยสร้างทางเลือกให้คุณในอนาคตได้มากขึ้น ตั้งแต่ช่วยป้องกันปัญหาเงินขาดมือ เรื่องฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด ได้ทำตามฝันที่อยากทำ ไปจนถึงเรื่องการเกษียณที่อาจจะดูยาวนานแต่ยังไงเราก็ต้องแก่แน่ แต่มันก็ติดอยู่นิดนึง ที่การต้องมาอดทนเก็บเงินเพื่อไปใช้ในอนาคต หรือคำคุ้นหูที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่เด็ก อย่าง "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" เนี่ยมันให้ความสุขน้อยกว่าการที่เราได้เงินมาปุ๊บกินวันนี้และสุขเลยนี่สิ ซึ่งนั่นมันก็ไม่ผิดนะครับ แต่มันจะมีทางเลือกอื่นอีกไหมนะ ที่ช่วยให้คุณสุขไปกับการใช้เงินในทุกช่วงของชีวิต วันนี้ผมเลยอยากชวนทุกคนมาหาเทคนิคเพื่อให้เราลองปรับนิสัยเล็กๆ เพื่อการเงินของตัวเราเองกัน 1. เริ่มให้สนุก เวลาที่เราอยากเริ่มทำอะไร หลายคนอาจจะเป็นคล้ายๆผม คือเรามักมองแต่เป้าใหญ่ๆ ภาพความฝันที่สมบูรณ์แบบ อยากมีเงินเก็บ 1ล้าน 10ล้าน ซึ่งมันเป็นเป้าหมายที่ดีนะครับ และจะดีมากถ้าเราไปถึง แต่เมื่อเราไม่มีแรงใจมากพอ ไฟในการทำตามเป้าหมายมันก็มักจะมอดดับไปไวเหลือเกิน หลายๆเป้าหมายที่เราตั้งกันไว้ หลายครั้งก็เลยไม่สำเร็จ ดังนั้น ผมคิดว่าถ้าคุณอยากลองเก็บเงินสักก้อนดู ยังไม่ต้องไปไกลแบบนั้น ลองตั้งเป้าเล็กๆ เพื่อท้าทายตัวเอง และลองตั้งจากสิ่งที่คุณอยากได้ เช่น อยากได้กระเป๋าใบใหม่สักใบ นาฬิกาเรือนใหม่สักเรือน ซึ่งปกติแล้ว เราอาจจะเลือกใช้วิธีรูดก่อนค่อยมาจ่าย ลองท้าทายตัวเองด้วยการเก็บก่อนแล้วเอามาซื้อดูครับ ผมเชื่อว่าหลายคนพอเห็นเงินจำนวนนั้นที่มันเป็นเงินของเราจริงๆแล้ว คุณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ แต่ถ้าไม่ ก็ซื้อ!เลยครับ อย่างน้อยคุณก็ได้นิสัยการออมกลับมาบ้างแล้ว 2. มองตัวเองให้ชัดขึ้นอีกนิด เคยเป็นไหมครับ เวลาเราอยากได้ของอะไรมากๆ เรามักจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเราจ่ายไหว ? นั่นมันเป็นเพราะของชิ้นนั้นมันมีแรงจูงใจมากพอที่จะทำให้คุณพยายามมากขึ้น เพื่อที่จะได้มันมา ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ คุณสามารถเอามาใช้กับเรื่องการเงินของคุณได้ทั้งชีวิตเลย ความฝันที่อยากเป็น ความจำเป็นที่ต้องทำ…. ที่วันนี้เราอาจให้ความสำคัญน้อยไป ฮึดไม่พอ แรงจูงใจไม่มี เพราะจริงๆแล้วหลายเรื่องภาพมันอยู่แค่ในหัวของเรา และเมื่อวันๆเรามีเรื่องต้องคิดเยอะแยะมากมาย แน่นอนว่า บางช่วงเวลาเราก็ลืม ! ดังนั้น ลองเขียนภาพในหัวออกมา ว่าคุณอยากทำอะไร ต้องทำอะไร มันจะทำให้คุณรู้สึกจริงจังมากขึ้น ดูสำคัญมากขึ้น และแน่นอนว่ามันจะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น 3. ไม่เห็น ไม่มี ไม่จ่าย หลายคนคงรู้ดีว่าสิ่งที่ยากที่สุดของคนอย่างเราๆ คือการควบคุมตัวเอง มันคงยากถ้าคุณอยากลดน้ำหนัก แล้วในห้องมีขนมวางอยู่เต็มไปหมด แต่มันจะง่ายกว่าถ้าคุณสร้างสิ่งแวดล้อมใหม่ โดยการเอาขนมออกไปจากห้องให้หมด เรื่องเงินผมว่าก็คล้ายกันเลย หรืออาจจะหนักกว่าด้วยซ้ำจากนิสัยพื้นฐานของเราทุกคน ที่ความอยากไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งมันนำมาสู่ความสามารถในการขยับรายจ่าย ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ถ้าคุณอยากลองแก้นิสัยเก็บเงินไม่อยู่ คงต้องใช้วิธีเดียวกับการเอาขนมออกไปจากห้อง นั่นคือการสร้างสิ่งแวดล้อมใหม่ เอาเงินออกไปก่อนที่มันจะถึงมือคุณ โดยจะบังคับตัดอัตโนมัติใส่กองทุนก็ได้ ฝากประจำก็ได้ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ได้ ซึ่งผมหวังว่ามันช่วยคุณได้ ถ้า ไม่เห็น = ไม่มี / ไม่มี = ไม่จ่ายมากเกินไปกว่าความจำเป็น หวังว่าทั้ง 3 เทคนิคเล็กๆนี้ อาจจะช่วยให้คุณได้เริ่ม ได้มุมมองและได้ลองทำตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้นะครับ เริ่มต้นวางแผนวันนี้เพื่อสุขภาพการเงินที่ดี คลิกเลยที่นี่ หรือ line: @lumpsumofficial

  เทส ธนสิทธิ์


  12 ตุลาคม 2566

5 ข้อที่บอกว่าคุณยังไม่พร้อมเป็นหนี้

ตั้งแต่มีโควิดมาเมื่อต้นปีก่อน สิ่งที่เจอบ่อยจากคนรู้จักหรือคนรอบกายที่ได้รับผลกระทบและขาดสภาพคล่องอย่างหนักคือ "มีที่ไหนให้กู้เงินบ้างไหม ?" โอ้วเป็นแนวทางแก้ปัญหาที่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าใดนัก เพราะสภาพคล่องแย่อยู่แล้ว แต่อยากสร้างหนี้เพิ่ม แล้วจะเอาอะไรไปใช้เขา บางรายคิดเพียงว่า เอามาหมุนก่อนแล้วค่อยว่ากัน ... ผมคงเคยเล่าเรื่องนี้แนบไปกับเรื่องอื่น ๆ พอควรแล้ว แต่ยังไม่เคยเขียนถึงประเด็นการตรวจความพร้อมก่อนสร้างนี้ จึงอยากนำมาแชร์ให้ได้อ่านกัน คือถ้าคุณยังมีพฤติกรรมแบบนี้ แนะนำหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้เพิ่มโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นกับดักแห่งการแบกหนี้ในที่สุด ประกอบด้วย 1.รายได้ไม่พอรายจ่าย : ประเมินเลยว่าแต่ละเดือนมีภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เทียบกับรายได้ที่เข้ามาสัมพันธ์กันหรือไม่ หากไม่ให้หยุดคิดสร้างหนี้เพิ่ม เพราะมันจะเป็นภาระเพิ่มแน่นอน ผมเคยมาแล้ว เช่น เงินเดือน 20,000 บาท แต่ภาระต่อเดือน 25,000 บาท แล้วดันไปหาหนี้มาหมุนเพิ่ม สุดท้ายระบบพัง ข้อนี้รวมถึงรายได้ต่อเดือนไม่เพียงพอต่อการเก็บออมด้วยนะ ก็ไม่ควรสร้างหนี้ เช่น รายได้ 20,000 บาท รายจ่าย 20,000 บาท ไม่มีเก็บออมเพื่ออนาคตหรือฉุกเฉิน แม้จะยังไม่ถึงกับติดลบ แต่หากไปสร้างหนี้เพิ่ม จะทำให้ภาระเพิ่ม ติดลบแน่นอน... =============================== 2.ยืมเงินคนอื่นทุกเดือน : เงินเดือนออกไม่ถึง 10 วันหมดแล้ว ที่เหลือหยิบยืมชาวบ้านมาหมุนใช้เดือนต่อเดือน สิ้นเดือนคืนนี้ วนลูปไม่รู้จบ แบบนี้ก็ไม่ควรสร้างหนี้ เพราะหนี้มีดอกเบี้ยและภาระผูกพันพันธ์ ฉิบหายแน่หากไปเพิ่มภาระจากการกู้ โดยเฉพาะนอกระบบ ... =============================== 3.มีหนี้แต่จ่ายขั้นต่ำทุกเดือน : อันนี้คือกลุ่มที่มีบัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคล แล้วคิดอยากจะสร้างหนี้เพิ่ม เช่น บ้านหรือรถหรืออื่นๆ เลิกเถอะครับแนวคิดที่ว่าเป็นหนี้แต่มีของเป็นชิ้นเป็นอัน ดีกว่าไร้หนี้แต่ไม่มีอะไรเลย มันผิด !!! ใช่ครับคุณมีของเพิ่มขึ้น แต่ก็แลกกับภาระต่อเดือนเช่นกัน ขนาดหนี้ที่มียังจ่ายขั้นต่ำ แล้วเพิ่มหนี้ใหม่มาอีก เมื่อไหร่จะจบสิ้น มีอะไรฉุกเฉินขึ้นมา บรรลัยแน่นอน... =============================== 4.ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน : ข้อนี้สำคัญ แม้จะมีศักยภาพการก่อหนี้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น เหมือนโควิดที่ใครจะรู้ว่ามันจะเกิดและลากยาวขนาดนี้ หากไม่มีเงินสำรอง แล้วไปสร้างหนี้อีก เวลาฉุกเฉินขึ้นมา จะชักหน้าไม่ถึงหลังเอานะครับ... =============================== 5.ไม่มีการวางแผนการเงิน : อันนี้ร้ายแรงมาก เพราะหากทุกวันนี้ยังใช้จ่ายแบบไม่รู้ที่มาที่ไป อยากทำไรทำ ประเมินไม่ได้ว่า วันนี้พรุ่งนี้จะมีเงินเท่าไหร่ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ให้เลิกความคิดสร้างหนี้เลย เพราะมันจะพะรุงพังจนกลายเป็นปัญหาไปในที่สุด... =============================== ลองเช็คดูได้เลยครับ หากมี 1 ใน 5 ข้อนี้ อย่าริสร้างหนี้เลย เพราะมันจะเป็นโทษมากกว่าประโยนชน์ หนี้ที่ดีคือหนี้ที่สร้างรายได้ หักลบกับต้นทุนดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายแล้ว ต้องเหลือเป็นสภาพคล่องให้เรา แต่หากสร้างหนี้เพื่อเป็นหนี้และภาระ อย่าเลยครับ ด้วยความปราถนาดี... หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  17 ธันวาคม 2564

ลงทุนวันละร้อย นานแค่ไหนจะมีเงิน ล้าน? ?

ลงทุนวันละ “ร้อย” นานแค่ไหนจะมีเงิน “ล้าน” ? อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อยอย่าคอยวาสนาไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน 3 ข้อความข้างต้นก็ยังทรงคุณค่าเสมอ เงินน้อย ลงทุนวันละ "ร้อย" ก็โตเป็นเงิน "ล้าน" ได้แต่จะต้องลงทุนอย่างไร และใช้เวลานานแค่ไหนเราไปหาคำตอบพร้อมกันเลยดีกว่าครับ เงิน “ร้อย” ลงทุนอะไรได้บ้าง? 3 รูปแบบการลงทุนที่เงินร้อยเดียวก็สามารถลงทุนได้ 1. เงินฝาก ที่ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว จริง ๆ แล้วเงินฝากคือการลงทุนรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่ว่ามีความเสี่ยงต่ำมาก ซึ่งนั่นแลกมากับผลต่ำแทนที่ต่ำเช่นกัน (ปัจจุบันเงินฝากออมทรัพย์ให้อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% ต่อปี) แต่ก็มีข้อดีอีกอย่างที่มีสภาพคล่องสูงมาก (เทียบเท่าเงินสด) 2. กองทุนรวมหุ้น ปัจจุบันหลายกองทุนรวมขยับเพดานขั้นต่ำในการซื้อขายกองทุนรวมเหลือแค่ 1 บาท เท่านั้น ต่างจากอดีตที่ขั้นต่ำมักจะอยู่ที่ 500 หรือ 1,000 บาท จึงทำให้เข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นง่ายยิ่งขึ้น 3. ออมทอง ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ สำหรับหลายคนนอกจากจะมีมูลค่าทางการเงินแล้ง ยังมีมุลค่าทางจิตใจอีกด้วย แต่การจะซื้อทองคำจริงแน่นอนว่าเงินร้อยใช้ซื้อทองคำไม่ได้ จึงมีรูปแบบการลงทุนที่เรียกว่า “ออมทอง” เพื่อตอบโจทย์การลงทุนทองคำในลัษณะของการเก็บเล็กผสมน้อยเพื่อให้ได้ทองคำจริง ซึ่งล่าสุดแค่ร้อยเดียวก็เริ่มออมทองได้แล้ว ลงทุนวันละร้อย นานแค่ไหนจะมีเงินล้าน? 1. เงินฝาก ด้วยผลตอบแทนที่ต่ำมาก (0.25% ต่อปี) จึงใช้เวลานานถึง 26 ปีครึ่ง จึงจะมีเงินครบล้าน 2. กองทุนรวมหุ้น หากจัดพอร์ตการลงทุนให้ดี การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นมีโอกาสให้ผลตอบแทน 10% ต่อ ปี ถ้าลงทุนวันละร้อย จะใช้เวลา 13 ปี 2 เดือน เงินจะครบล้าน (น้อยกว่าฝากออมทรัพย์ถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว) 3. ออมทอง หากอิงผลตอบแทนโดยระยะยาวโดยเฉลี่ยจากราคาทองคำโลก การลงทุนทองคำให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย 3.2% ต่อปี* ถ้าออมทองวันละร้อย จะใช้เวลาเกือบ 20 ปี จึงจะครบล้าน (*ข้อมูลจาก https://www.visualcapitalist.com/historical-returns-by.../) ดังนั้น พอจะได้คำตอบกันแล้วนะครับ ว่าควรเลือกการลงทุนรูปแบบไหนดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีความรู้ก่อนลงทุน พึงระลึกไว้เสมอว่า “ไม่รู้ ไม่ลงทุน” ลงทุนวันละร้อย ควรมีรายได้เท่าไหร่?มาตรฐานทั่วไป ควรนำเงิน 20% ของรายได้ไปลงทุนดังนั้น จะลงทุนวันละร้อย ควรมีรายได้ขั้นต่ำวันละ 500 บาทขึ้นไปครับ คนที่มีรายได้ต่อวันมากหรือน้อยกว่า 500 บาท ต้องทำอย่างไร? กลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่าวันละ 500 บาท แน่นอนว่าเราจะสามารถแบ่งเงินมาลงทุนได้น้อยกว่าวันละ 100 บาท ดังนั้น แบ่งมาลงทุนได้วันละเท่าไหร่ ให้เก็บสะสมเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน แล้วค่อยนำไปลงทุนก็ได้ครับ ส่วนคนที่รายได้มากกว่าวันละ 500 บาทคนกลุ่มนี้ยิ่งดี ยิ่งได้เปรียบ เพราะจะสามารถลงทุนได้มากกว่าวันละ 100 บาท จึงมีโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายเงินล้านได้เร็วอยิ่งขึ้น “อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา” ไม่ว่าจะยุคไหนหรือปีไหนก็ใช้ได้เสมอครับเงินน้อย ลงทุนวันละร้อยก็มีเงินล้านได้ เพราะเวลานอกจากจะช่วยสะสมความมั่งคั่ง ยังช่วยลดความเสี่ยงอีกด้วย เพียงแต่ต้องศึกษา รู้และเข้าใจวิธีการลงทุนลงทุนด้วยสัดส่วนที่เหมาะสมกับรายได้ (20% ของรายได้) หรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับฐานรายได้หรือฐานะการเงินส่วนบุคค เพียงเท่านี้ สุขภาพการเงินของคุณจะดีขึ้นแน่นอน และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของ “อิสรภาพทางการเงิน” =============================== สนใจโฆษณาติดต่อ : Tel: 081-773-6258 (จอย) Email: [email protected]

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  16 ธันวาคม 2564

7 เครื่องมือสร้าง Passive Income แบบไม่ต้องใช้เงิน

ใครกำลังมองหารายได้แหล่งที่ 2 3 4 5 มาทางนี้จ้า หลังจากที่แอดมินคิดจริงจังว่ารายได้ทางเดียวมันไม่พอ และอาจจะเสี่ยงเกินไปถ้าเจอวิกฤติ ก็เลยลองหาข้อมูลดูว่าถ้าเราอยากมีรายได้เพิ่มจากเงินเดือนประจำ มันมีทางไหนได้บ้าง . โอ้ววว เหมือนออกมาจากกะลา เพราะมันมีช่องทางเยอะแยะมากค่ะ อยู่ที่ว่าแบบไหนที่เหมาะ ที่คลิกกับเรา . วันนี้เลยคัดมาเป็นไอเดียให้เพื่อน ๆ 7 อย่างด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ต้องลงทุนมาก แต่ต้องลงแรงมากในช่วงเริ่มต้น . แล้วทำไมถึงบอกว่าเป็น 7 เครื่องมือสร้าง Passive Income ในเมื่อเรายังต้องลงแรงอยู่ ก็เพราะว่าเราต้องลงแรงในช่วงแรก หลังจากนั้นสิ่งที่เราทำ ถ้ามันมีคุณค่ามากพอ มันจะสร้างรายได้ให้เราได้ตลอดเวลา ใครที่อยากลองสำรวจตัวเองว่ามีโอกาสสร้างรายได้ทางอื่นได้ยังไง แนะนำให้ฟัง podcast นี้นะคะ https://bit.ly/3q9ZSyh หรือจะอ่านหนังสือ Money 101 ที่แอดมินเคยสรุปไว้ในโพสต์นี้ค่ะ https://bit.ly/3nEscqX มาดูกันค่ะว่าทั้ง 7 เครื่องมีอะไรบ้าง 1. เป็น Youtuber ในยุคนี้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของช่องได้แบบง่าย ๆ และเริ่มต้นได้แบบฟรี ๆ แค่เปิดบัญชี YOUTUBE ทำคลิปวีดีโอ และใส่ความคิดสร้างสรรค์ หรือสิ่งที่คิดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ผู้อื่นได้ลงไป ก็สามารถสร้างรายได้จาก YOUTUBE ADSENSE หรือ ได้สปอนเซอร์ในรูปแบบผู้สนับสนุนรายการ การทำ YOUTUBE ในเบื้องต้นอาจจะเป็น Active Income เพราะเราต้องลงแรงทำอย่างต่อเนื่อง แต่หากคลิปไหนที่ติดตลาดแล้ว คลิปนั้นจะกลายเป็น Passive Income ทันที เพราะเมื่อมียอดคนดูเพิ่มมากขึ้น เราก็จะได้เงินส่วนแบ่งจากคลิปนั้นเรื่อย ๆ 2. เขียน e-book การเขียนหนังสือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุน แค่ใช้เวลาวันละ 1-2 ชั่วโมง เขียนสิ่งที่เรารู้และคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เรียบเรียงในแบบฉบับของเราเอง แล้วเซฟเป็น PDF หรือจะเป็น Audio Book ก็ได้ จากนั้นสามารถนำไปวางขายตามเว็บไซต์ที่ให้บริการ เช่น Meb หรือ Ookbee เป็นต้น รายได้จะมาจากส่วนแบ่งเมื่อมีคนสนใจซื้อ e-book ของเรา 3. ขาย Digital Product ของตัวเอง มีมากมายหลายอย่างที่ทำได้แบบไม่ต้องลงเงิน แต่ต้องลงแรง เช่น การทำ Sticker Line , ทำ Template ที่ดีไซน์แบบพร้อมใช้งาน เช่น เมนูอาหาร หรือ Banner สำหรับการโปรโมทสินค้าบนโลกโซเชียล เป็นต้น โดยสามารถนำไปวางขายได้ที่ www.creativemarket.com , https://graphicriver.net/ 4. ขายคอร์สออนไลน์ คอร์สเรียนออนไลน์ เป็นการสร้างสินค้าจากเนื้อหาสาระความรู้ในสิ่งที่เรามี เช่น สอนภาษาอังกฤษอย่างง่าย สอนงานดีไซน์ สอนการใช้เครื่องมือคอมพิวเตอร์เบื้องต้น สอนทำอาหาร สอนเล่นกีตาร์ เป็นต้น เนื้อหาในคอร์สจะนำเสนอเป็นรูปแบบวิดีโอ เรียงลำดับเป็นบทเรียนทีละบทสั้น ๆ เพื่อให้คนที่ซื้อไปเข้าใจง่าย โดยสามารถขายได้ 2 วิธีคือ ขายบน Platform สำเร็จรูป เช่น www.skillane.com , https://edumall.co.th/ และการสร้างเว็บไซต์เพื่อรองรับการขายคอร์สออนไลน์เอง 5. เขียน Blog เพื่อติดโฆษณา Google Adsense ในปัจจุบันชีวิตของเราส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์ และการเสิร์ช google ดังนั้นการทำ Blog ที่มีเนื้อหาน่าสนใจจนทำให้มีผู้อ่านและผู้ติดตาม ก็จะสามารถหารายได้จากการติดโฆษณา Google Adsense ได้ ซึ่งเกิดจากการนำ Code โฆษณาของ Google มาติดใน Blog ของเรา โดยเราสามารถเลือกประเภทโฆษณาให้เหมาะกับ Content เมื่อมีคนคลิกโฆษณานั้น เราก็จะได้ส่วนแบ่งค่าตอบแทนจาก Google หรืออาจได้สปอนเซอร์ในรูปแบบแบรนเนอร์ หรือผู้สนับสนุนรายการ เป็นต้น 6. ทำ Affiliate Marketting เป็นการขายสินค้าโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพียงแค่สมัครทำ Affiliate กับเว็บไซต์ที่ให้บริการ เช่น Amazon หรือ Lazada จากนั้นเลือกสินค้าที่เราต้องการทำไปโปรโมท แล้ว copy ลิ้งสำหรับโปรโมทสินค้าไปวางใน Blog หรือ Facebook ของเรา เมื่อมีคนกด link และสั่งซื้อสินค้า เราก็จะได้ค่าคอมมิชชั่น ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามประเภทของสินค้า 7. ขายสินค้าออนไลน์แบบ Drop Shipping เป็นอีกหนึ่งวิธีขายสินค้าแบบไม่ต้องลงทุน เพียงสร้างเว็บไซต์หรือใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปที่มีทั้งแบบฟรี และเสียค่าบริการรายปี จากนั้นนำภาพและรายละเอียดสินค้าจากผู้ให้บริการ Dropship มาลงในเว็บไซต์ของเรา เมื่อมีคำสั่งซื้อของลูกค้า เราก็สั่งซื้อกับผู้ให้บริการ Dropship พร้อมระบุให้จัดส่งในนามของร้านเรา ก็จะมีรายได้จากส่วนต่างราคาที่เราสามารถกำหนดได้แบบอิสระ แต่วิธีนี้อาจมีคู่แข่งมาก อาจต้องศึกษาการทำตลาดและทำ SEO เพื่อให้สินค้าของเราเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด

  เก๋เก๋ ดาริน ปริญญากุล


  21 มกราคม 2564

จัดเต็ม! 88 อาชีพ ใครๆก็ทำได้

บางครั้งก็ไม่ต้องไปมองอะไรล้ำลึก เทคโนโลยีจ๋า บ้าคลั่งสกิลใหม่ แค่การเอาตัวรอดไปวันๆ นี่ก็เหนื่อยแล้ว ในสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ การมองหาอะไรบางอย่างที่มันสามารถหยิบจับมาทำได้ โดยที่ไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ หรือพัฒนาสกิลนานเกินไป เอาแค่พอเลี้ยงชีพตน ปลดหนี้ได้ ก่อนจะไปว่ากันถึงรวย รวย รวย และนี่อาจจะเป็นทางเลือก ในยามที่คนไทย… โหยหาหนทางรอด “แบบเร่งด่วน” ในวิกฤตของชีวิต ที่สุดแล้วคนเรา มันก็อาจจะต้อง “Back to Basic” นะ วันนี้เราจึงขอเสนอ 88 อาชีพ ที่ใครๆก็ทำได้ 1.นวดแผนไทย ลงเรียนคอร์สสั้นๆ แล้วหากินได้เลย เช่าห้องเล็กๆ หรือลองเริ่มจากบริการนวดตามบ้าน เพิ่มสกิลใหม่ในเวลาสั้นๆ สำคัญที่สุด “มีใจรัก” 2.ร้านซูชิ ลงคอร์สสั้นๆ มีสอนมากมาย เสร็จแล้วลองเลย หรือค้นในโลกอินเทอร์เน็ตแล้วลองทำเอง เปิดพรีออร์เดอร์ในเฟซบุ๊ก งานนี้เพิ่มสกิลใหม่ในเวลาสั้นๆ 3.รับดูเพจเฟซบุ๊ก หากชอบโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นชีวิตจิตใจ และมีประสบการณ์ในการทำเพจ ก็มองหาการ รับงานดูแลเพจไปเลยค่ะ ใช้สกิลเดิมที่มีมาทำเงิน 4.ร้านตกแต่งเล็บ / เพนท์เล็บ ลงเรียนคอร์สสั้นๆ แล้วลุยเลย อาจเริ่มจากในตลาดนัดโต้รุ่ง หาโต๊ะตัวเล็กๆ สักตัว สะสมลูกค้าประจำ สำคัญที่บริการประทับใจ พอลูกค้าเยอะขึ้นคอยขยับขยายเป็นเช่าห้อง 5.ร้านขายถุงเท้า อันนี้ไม้ต้องใช้สกิลอะไรยากเย็น มีทุนสักหน่อย ก็เหมาถุงเท้ามาขายได้ หาทำเลดีๆ หน่อย ลุยแลย 6.ขายเฉาก๊วย หาทำเลตามสถานีบริการน้ำมัน หรือจะตามตรอก ซอกซอย หรือในซุปเปอร์สโตร์ เฉาก๊วยหากไม่อยากเริ่มต้นคิดค้นเอง ลงทุนเอง ก็ลองมองหาแฟรนไชส์แทน 7.นักรีวิวสินค้า ใช้ดีแล้วบอกต่อ แทนที่จะบอกต่อฟรีๆ เอาความสามารถที่มีคิดเงินเป็นชิ้นๆ ไปแต่กว่าจะสร้างชื่อเสียงและมีผู้ติดตามมันใช้เวลา ดังนั้น ทางลัดคือ ใช้การรีวิวในรูปแบบของตัวอักษร เขียนรีวิวขึ้นมาสักสองสามรายการ แล้วเสนองานตามเว็บ ตามกลุ่มต่างๆ 8.ก๋วยเตี๋ยวไก่ นึกอะไรไม่ออก ไม่กะเพราไก่ ก็ก๋วยเตี๋ยวไก่ เมนูไก่ๆ ก็ยังเป็นที่นิยมของคนไทย มีคนขายเยอะก็จริง แต่ว่าสูตรความอร่อยก็แตกต่าง 9.เขียนบทความขาย อันนี้ไม่มีอะไรมากแค่ ททท. ทำ ทัน ที ลองเขียนแล้วนำไปขายตามกลุ่ม หรือไม่ก็สมัครเป็นนักเขียนอิสระตามผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ 10.บริการรถรับจ้างไถนา-เกี่ยวข้าว รักการเกษตร และพอมีเงินทุน ปักหลักหากินที่ ตจว. ด้วยการดาวน์รถไถนา รถเกี่ยวข้าว รับจ้างชาวนาทั้งในและนอกหมู่บ้าน 11.ขายสินค้าโอท็อป จังหวัดไหน มีสินค้าอะไรเด็ด รวบรวมมา แล้วเปิดเพจขายออนไลน์ซะเลย หรือนึกไม่ออกจริงๆ ถามที่บ้านใครทำสินค้าอะไรเก่งๆ แล้วไม่เคยโปรโมทเลย งานนี้หน้าที่เรานี่ล่ะ ที่จะยกระดับสินค้าของที่บ้านสู่โลกที่ไร้รอยต่อ 12.ขายหมูปิ้ง สำคัญคือทำเล เช่น หน้าโรงเรียน หน้าออฟฟิศ คนชุกชุมมากๆ งานนี้แลกกับการตื่นเช้ากว่าชาวบ้าน ที่สำคัญขายแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง ถ้าขยันหน่อยเวลาที่เหลืออีกมากมาย หาอย่างอื่นทำเพิ่มได้อีก 13.ส้มตำรถเข็น อาชีพนี้โคตรจะ Basic จริงๆ ขนาดคนเขียน ยังอยากจะทำในบางโมเมนต์ เพราะอะไรเหรอ เพราะคนขายกี่เจ้าๆ ก็ทำรสชาติไม่ถูกปาก ฮ่าๆ ส้มตำเป็นอาชีพที่ลงทุนน้อย ทำง่าย เรียนรู้ไม่นาน 14.ขนมจีนน้ำยา ลงทุนไม่มาก ไม่ต้องอบรมเป็นเดือนๆ เผลอๆ ทุกคนทำเป็น มีฝีมืออยู่แล้ว ลองคิดดูว่า ขนมจีน 1 กิโลกรัม ขายได้ตั้งกี่จาน ส่วนผักที่ใช้นั้นก็ถัวเฉลี่ยกับคนกิน บางคนกินมาก บางคนกินน้อย 15.ขายกาแฟโบราณ ไหนๆ คนก็ขายกันมากมาย เราจะขายอีกสักรายมันจะเป็นไรไป ลงทุนต่ำ เรียนรู้ก็ไม่นาน ได้สูตรก็ลุยเลย สำคัญคือเรื่องความสะอาด บวกรสชาติอร่อย 16.ช่างซ่อมจักรยานยนต์ อันนี้ลงแค่แรง ไม่ต้องลงเงิน เป็นลูกจ้างก่อน พอเก่งแล้ว ลานายจ้างดีๆ ออกมาแบบสวยๆ (เขาจะได้สนับสนุน) ค่อยไปเปิดร้านของตัวเอง ปูทางสู่เถ้าแก่คนแรกของตระกูล 17.ขายโจ๊ก ขายดิบขายดี ไม่ต่างอะไรกับหมูปิ้ง แต่ต้องใส่หัวใจลงไป ในการต้มข้าว และหมักหมูให้อร่อย หาทำเลดีๆ หน้าออฟฟิศ หน้าโรงเรียน 18.ขายปาท่องโก๋ มาคู่กันกับข้อ 17. ถ้าขยันก็ทำสองอย่างคู่กันไปเลย ทำไม่เป็นใช่มั๊ย เปิดสูตรจากโลกออนไลน์ แล้ว ลองทำ ลองปรับ เพราะสูตรที่มันอร่อย ต้นตำรับ อาจจะต้องแลกด้วยราคาสูง ลองเริ่มเองก็ไม่เลวนะ 19.โรตีบางคนขายดิบขายดี เป็นโรตีเงินล้านไปแล้ว เหมือนเดิมเปิดสูตรจาก Google และขอฝากเน้นย้ำเรื่องความสะอาด เพราะเราใช้มือในการนวดแป้ง เดี๋ยวลูกค้าจะยี้เอาได้ 20.ขายเสียง ขายเสียงในที่นี้ไม่ใช่เป็นนักร้อง แต่หมายถึง เอาความรู้ที่เรามีถ่ายทอดออกมาเหมือนรายการวิทยุ แต่สมัยนี้เขาเรียกการที่เราเผยแพร่เสียงลงไปบนโลกออนไลน์ว่า Podcast ถ้ามีฐานผู้ฟังเยอะๆ ก็สามารถต่อยอดไปขายโฆษณาได้ 21.ขายผักสด รับจากเจ้าใหญ่มาก่อน แยกย่อยขายมัดเล็กๆ ในตลาด เคยเจอแม่ค้าทำมาเป็นสิบๆ ปี กลับไปเจออีกทีคุณแม่ก็ยังขายผักสด แถมตอนหลังต้องเอาลูกสาวมาช่วยขาย ขยายกิจการแผงผักใหญ่โต 22.เพาะเห็ด จะเห็ดขอนขาว เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้า ใช้พื้นที่ไม่มาก หากมีที่ดินว่างๆ ลองปรับภูมิทัศน์เป็นโรงเห็ด ที่สำคัญเห็ดไม่ต้องรอนานเหมือนมะม่วง มะนาว ไม่กี่เดือนรู้แล้วจะขาดทุน หรือกำไร 23.หมอดู จะดูลายมือ ดูไพ่ยิบซี วันเดือนปีเกิด ฯลฯ มีชื่อเสียงก็คิดราคาแพง ยังไม่ดังก็คิดสัก 99 บาท หาเสื่อสักผืน ทำเลร่มรื่น นิสิตนักศึกษานี่ชอบนัก คนอกหักก็ชอบแวะ สะสมชั่วโมงบิน ระหว่างนี้อย่าลืมเปิดช่องยูทูบของตัวเองไปด้วย มีผู้ติดตามให้เยอะ ก็สามารถรับรายได้อีกทางเช่นกัน 24.เทรนเนอร์ส่วนตัว มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการออกกำลังกาย ยิ่งจบมาตรงสายอย่างวิทยาศาสตร์การกีฬายิ่งดี หรือจะหลักสูตรอื่นที่เกี่ยวข้อง หาเงินได้แบบรายชั่วโมงเลยล่ะ 25.รับแต่งหน้า ไม่ต้องรอให้เก่งระดับ “นัทนิสา” ที่มีดราม่าแกงเขียวหวาน 250 แต่ถ้ามั่นใจสกิลเดิมที่มี แต่งตัวเองสวยนะ...อืม เพื่อนก็น่าจะสวยน่ะ ลองเลยเริ่มจากคนที่เราสั่งได้ ขอได้ แล้วอย่าลืมขอค่าสะบัดฝีแปรง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้เราพัฒนาฝีมือต่อไป 26.ให้เช่าเครื่องเสียง มีอยู่แล้ว ใช้งานอยู่แล้ว เพราะเป็นคนรักเสียงดนตรี เอามันออกมาหาเงินได้ เหนื่อยหน่อยที่ต้องเคลื่อนย้าย แต่ได้เงินดีนะ ราคาคิดตามความแรงของเครื่องเสียง กับสัมพันธภาพของคนในหมู่บ้าน 27.ขายเสื้อผ้า-รองเท้ามือสอง ค้นหาแหล่งเหมาเสื้อผ้ามือสอง แล้วมองหาทำเลที่จะขาย อ้อ เดี๋ยวนี้ขายออนไลน์กันไปเลย เปิดเพจในเฟซบุ๊ก เอามือถือถ่ายภาพให้สวยๆ หน่อย แล้วชวนเพื่อนมาอุดหนุน 28.ขายแกงเห็ดสด นอกจากปลูกเห็ด ก็เห็นจะมี แกงเห็ดด้วยนะที่ “ขายดี” มีรถเข็น 1 คัน เตาแก๊ส เครื่องปรุงไม่กี่อย่าง เห็ดสารพัดชนิด ต้มกันสดๆ ขายในตลาดนัดยามเย็น 29.ขายไส้กรอกแหนม อันนี้ก็รถเข็นคันเล็ก ลงทุนไม่สูงเลย ขายแค่ไม่กี่ชั่วโมงตอนเย็น หาผัก หาพริกเป็นเครื่องเคียงนิดหน่อย ยิ่งทำอร่อย ขาประจำมาอีกแน่นอน เห็นไม้ละ 12 บาท 15 บาท นี่ทำเงินดีนักแล 30.ขายผลไม้รถเข็น แตงโม 1 ลูกตัดแยกชิ้นออกมาขาย 15-20 บาท ส้มโอ 1 ลูกแบ่งขายได้กี่แพ็ค? แค่คิดก็กำไรแล้ว ยัง ไม่รวมผลไม้ชนิดอื่นๆ อีก คนเดี๋ยวนี้เลือกความสบาย ขี้เกียจปอกผลไม้ ยืนรอ 2 นาทีได้จิ้มใส่ปาก ช่างเป็นอาชีพที่แก้ Pain Point เรื่อง “ขี้เกียจ” ของคนได้ดีจริงๆ 31.ปลูกหวาย ปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวได้ตลอดปี เป็นอาหาร เป็นของฝากถูกใจผู้ใหญ่ หากมีที่ดินเปล่า น่าลองสักไร่ ใช้เวลาปลูกนาน 1 ปี ก็เริ่มเก็บเกี่ยวได้ ยิ่งโตยิ่งแตกหน่อ ใครสนใจลองหาข้อมูลเพิ่ม อร่อยกว่าหน่อไม้อีก 32.รับทำการ์ด ทำการ์ดงานบวช งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ งานทอดกฐิน ถ้าพอมีฝีมือก็ลุยเลย หาเครื่องปรินต์มือสองมาใช้ก่อนก็ได้ เพื่อประหยัดงบในช่วงแรกเริ่มธุรกิจ 33.ขายข้าวมันไก่ นอกจาก ก๋วยเตี๋ยวไก่ ก็ยังมี “ข้าวมันไก่” ลงคอร์สเรียนรู้สูตรข้าวมันไก่ แล้วลงมือทำเลย ส่งตามออฟฟิศ เพราะเป็นอาหารที่ทานง่าย และอุปกรณ์ไม่เยอะ 34.เพาะต้นไม้ขาย สโลว์ไลฟ์กับการเพาะต้นไม้ก็ไม่เลวนะ ไม่ใช่แค่ทำตามอารมณ์สุนทรีอย่างเดียว แต่ขายได้ด้วย แหล่งต้นไม้มงคลมีมากมาย หาพันธุ์ที่ชอบ หากระถางที่ใช่ ปลูกสะสมไว้แล้วขายทางเฟซ หรือจะเพิ่มเป็นจัดสวนกระถาง ขายเป็นของฝาก ของที่ระลึกได้ 35.ร้อยสร้อยขาย กำไลหยก ก็น่าสนใจ หาเรื่องราวของสร้อยแต่ละเส้น เพิ่มความรู้เรื่องหินสีต่างๆ นำมาประยุกต์เป็นกำไลข้อมือ หรือสร้อยคอ เป็นแบบเฉพาะของลูกค้ารายคน 36.เป็นนายหน้าอสังหาฯ น่าจะเป็นอาชีพที่เปลี่ยนแปลงชีวิตได้เร็ว กับอาชีพตัวกลาง กินค่าคอมมิชชั่น ใครสนใจลองเข้าอบรมดู เผื่อจะเป็นอาชีพที่ถูกจริตกับตัวเอง 37.ทำขายตรง คล้ายๆ ข้อ 36. ตรงที่อยู่ตรงกลาง ระหว่างลูกค้ากับเจ้าของสินค้า ที่สำคัญลงทุนต่ำ แต่ต้องเลือกบริษัทที่ชื่อเสียงดี ถึงจะทำตลาดได้ง่าย 38.ขายประกัน อีกหนึ่งอาชีพเปลี่ยนชีวิต ตอนนี้มีหลายบริษัทพอๆ กับขายตรง เลือกบริษัทที่ใช่ แล้วลงมือทำจริงจัง 39.ร้อยมาลัยขาย เคยเห็นคนที่รักด้านนี้จริงๆ ตอนแรกทำเล่นๆ ทำไปทำมางานมันถูกใจลูกค้า เกิดการบอกต่อ ทำให้มีออร์เดอร์เข้ามาเรื่อยๆ จนกลายเป็นอาชีพหลัก ขายผ่านทางอินสตาแกรม เพราะต้องเน้นโชว์ภาพ 40.ปลูกดอกไม้ขาย ดาวเรือง ทิวลิป ลิลลี่ ว่านสี่ทิศ และไม้มงคลต่างๆ จากนั้น ก็ขายออนไลน์ซะเลย เพื่อให้ลูกค้าเห็นต้นเห็นดอก ก่อนสั่งซื้อ 41.ขายอาหารตามสั่ง ใครชอบทำกับข้าว ลองฝึกปรืออีกสักหน่อย เริ่มทำจากไม่กี่อย่างที่เป็นพื้นฐานก็ได้แล้ว คนสั่งก็หนีไม่พ้น ข้าวผัดสารพัดทอปปิ้ง ผัดกะเพรา ผัดพริก ผัดหมึก ต้มยำกุ้ง ราดหน้าหมี่ หรือเส้นใหญ่-เล็ก ก็วนอยู่แค่ไม่กี่อย่าง 42.ขายผลไม้สด มีรถกระบะสักคัน เหมาผลไม้จากตลาดไท เปิดท้ายขายผลไม้ไปเลยจ้า ..ใครยังนึกคำโฆษณาไม่ออกจะบอกให้ นี่จำมาอีกที “เงาะโรงเรียนหวานดี ร่อนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กะ-หรออออออออออออบ! สองกิโล ห้าาาา-สิบ! ซื้อเงาะไปนั่งแงะ-เงาะ เงาะ-สวยๆ เงาะ-สดๆ หวานดีพี่จ๋า หวานแล้วก็..ร่อนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กะ-หรอบบบบบบ 4 กิโลร้อยเดียว เงาะโรงเรียน เงาะจันทบุรี สองกิโล 50 ขาย 4 กิโลร้อย ต้อนรับเปิดฤดูกาล” 43.บริการรับจัดดอกไม้ ตราบใดที่คนยังไหว้พระ ไหว้เจ้า ดอกไม้ยังขายได้ตลอด งานบุญ งานรื่นเริง ยิ่งต้องการแบบจัดเต็ม บางทีใช้เป็นซุ้มๆ เลย อ้อ งานศพอีกนะ ตกแต่งเมรุ ถ้าจัดสวย ราคามิตรภาพ ขาประจำเพียบทุกเทศกาล 44.ขายโลงศพ อีกธุรกิจที่น่าจับตา แต่ว่าดวงคนขายก็อาจจะมีส่วนนะ โลงศพมีตั้งแต่รับมาจากจากโรงงาน กับมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง คือ ตราบใดที่มนุษย์หนีไม่พ้นความตาย ธุรกิจโลงศพก็ยังไปได้ 45.นักแปลอิสระ แปลภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น เกาหลี จีน ฯลฯ รับคอมมิชชั่น เน้นๆ เนื้อๆ ไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้แพลตฟอร์มไหน 46.เปิดท้ายขายของ ตามตลาดนัด หรือพื้นที่หน้าห้างสรรพสินค้า เริ่มเห็นเป็นตลาดเปิดท้ายแบบชิคๆ ใครมีไรมาขายก็นำมาเปิดท้ายขาย เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า 47.เซียงกง ขายอะไหล่ ชิ้นส่วนประกอบ และเครื่องยนต์สำหรับรถใช้แล้ว อาชีพนี้ทำดีๆ ถึงขั้นรวยพลิกหน้ามือเลยล่ะ แต่อาจจะใช้เงินทุนตั้งต้นมากกว่าหลายๆ อาชีพที่เล่ามา 48.ขายของชำ ซื้อของมาลง ขายเก็บเงินสด ทำดีๆ ก็รวยได้นะ เอาความรู้ที่มีเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียมาผสมผสานงานขาย หรือว่าจัดทำระบบงานหลังบ้านของสินค้าโดยใช้แพลตฟอร์มที่ได้มาตรฐาน และจัดโปรโมชั่น บ่อยๆ ก็ทำให้แตกต่างจากร้านค้าโชห่วยแบบเดิมๆ แล้ว 49.ขายลูกชิ้นทอด ไปไหนก็กินลูกชิ้นทอด จะไก่ หมู หมึก กุ้ง อาหารทานง่าย สำหรับคนไทย ที่ไม่ควรมองข้าม แถมทำได้ง่ายมากๆ ช่วงหยุดงานโควิด-19 เห็นหลายคนมาขายลูกชิ้นทอด 50.ขายข้าวไข่เจียว Basic สุดๆ แล้วในเรื่องของอาหารการกิน และความที่ Basic นี่แหละ ทำให้เวลามีข้าวไข่เจียวขายที่ไหนขาย ที่นั่นเรามักจะเห็นคิวย๊าวยาว 51.เปิดร้านนมสด วัยรุ่นจะชอบนั่งชิลๆ กัน หาทำเลย่านการศึกษา จัดร้านให้น่ารัก คูลๆ ลูกค้าจะได้ถ่ายรูปอัพเฟซโปรโมทให้ได้ด้วย 52.สัปเหร่อ ไม่น่าจะมีคนแย่งทำนะ เพราะแค่บอกสัปเหร่อเราก็กลัวแล้ว ยิ่งคนกลัวนี่แหละคือโอกาส หลายคนทำอาชีพนี้เป็น “สัปเหร่อไฮโซ” ไปแล้ว 53.หมอสูตร หมอสูตรคือชื่อเล่น “หมอสูตรขวัญ” คือชื่อเต็ม บางทีเรียกกันว่า พ่อพราหมณ์ มีตั้งแต่ หมอสูตรขวัญนาค สูตรขวัญแต่งงาน สูตรขวัญเด็กแรกเกิด ขึ้นบ้านใหม่ สูตรขวัญสะเดาะเคราะห์ สูตรขวัญงานเกษียณ ซึ่งหมอสูตรขวัญ จะเป็นผู้ดำเนินพิธีการให้ คล้ายๆ อาชีพพิธีกรดำเนินรายการนั่นเอง 54.พิธีกรงานแต่ง ใครเป็นพิธีกร มาหลายเวทีแล้ว น่าลองพิธีกรงานแต่งเหมือนกัน หากทำบ่อยก็หากินเป็นอาชีพหลักได้เลย เพราะความเชี่ยวชาญในขั้นตอนต่างๆ จะสูงขึ้นตามประสบการณ์ ทำให้ผู้ว่าจ้างไว้ใจใช้บริการ 55.ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จะขายทั้งที ต้องมีทั้งมือหนึ่งและมือสอง ซีพียู เมนบอร์ด การ์ดจอ แรม ฮาร์ดดิสก์ เคสเปล่า และ อุปกรณ์ไอที และอุปกรณ์เสริมต่างๆ มีทั้งหน้าร้าน และเว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ 56.ยูทูบเบอร์ ก็ไม่รู้ว่าจะดังเมื่อไหร่ แต่ไหนๆ ก็เป็นช่องทางฟรี เริ่มทำเสียแต่วันนี้ อย่างน้อยก็ได้สะสมฐานแฟนคลับ ไม่ต้องดังเท่า เก๋ไก๋สไลเดอร์ ก็ได้ ทำในแบบของเรา หาสไตล์ให้เจอ บางคนก็ดังไปทาง นักแคสเกม บางคนสอนแต่งหน้า รีวิวสินค้า ฯลฯ 57.นักพัฒนาแอป มีสกิลสายโปรแกรมเมอร์ ก็สร้างสรรค์แอปเปลี่ยนโลกกันไปเลย เดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชันเกิดขึ้นมากมาย ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่โอกาสก็ยังมีสำหรับคนที่ทำแอปแล้วสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าได้ 58.รับทำ SEO ถ้ายังทำไม่เป็น ก็เริ่มจากงานเขียนบทความแนว SEO ก็ได้ เขียนไปเขียนมาจะค่อยๆ เข้าใจ กระบวนการในการทำอันดับเว็บ บางทีไม่ต้องเก่งทุกอย่าง คนเขียน SEO เก่ง สามารถพาร์ทเนอร์กับคนที่เก่งเรื่องทำเว็บก็ได้ 59.รับสอนพิเศษ / ติวเตอร์ สอนที่บ้าน สอนที่โรงเรียน สอนที่ห้างสรรพสินค้า และเดี๋ยวนี้ยิ่งง่าย สอนผ่านออนไลน์ อาจจะทำเอง หรือสมัครใช้บริการแพลตฟอร์มติวเตอร์ออนไลน์ได้ 60.ขายข้าวเหนียว-หมูทอด เช้าๆ เวลารอรถ เห็นแม่ค้าขายข้าวเหนียวหมูทอด นับเงินรัวๆ วันหนึ่งๆ คงได้เงินสดไม่น้อย นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งอาชีพ ที่กำไร ขาดทุนมาแบบทันตา ไม่ต้องรอลุ้นนาน แถมลงทุนต่ำ 61.ขายอุปกรณ์การเกษตร หมูบ้านไหน จังหวัดไหนยังไม่มีอาจเป็นโอกาสให้เราได้ลงทุนก่อนใคร ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องเปลืองค่ารถราเข้าไปซื้ออุปกรณ์การเกษตรในเมือง 62.โรงขนมจีน ขายดิบ ขายดี จะมีกี่โรงขนมจีนก็ยังขายกันได้ และขายกันวันต่อวันเป็นเข่งๆ ลงทุนหนักแค่ครั้งแรกสำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ผลิตเส้นขนมจีน 63.บริการรับซัก-รีด ปักหลักตามคอนโด อพาร์ทเมนต์ เห็นมีเปิดกันหลายร้าน แต่ละร้านก็จะมีขาประจำ แม้ว่าเดี๋ยวนี้มีร้านสะดวกซักก็จริง แต่บางทีการมีคนมารับผ้าถึงหน้าบ้าน แล้วพับผ้ามาส่งถึงหน้าบ้าน มันก็ดูสะดวกสบายไปอีกแบบ 64.ทำการเกษตรอินทรีย์ ไหนๆ จะ Back to Basic เบื่อ กทม.แล้ว อยากกลับบ้านที่ต่างจังหวัดไปทำไร่ ทำนา ก็อาจจะลองพัฒนาโมเดลเป็นเกษตรอินทรีย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และได้ผลผลิตที่ดีกว่าการทำนาในรูปแบบเดิมๆ 65.ขับรถตู้รับ-ส่งนักเรียน มีทุนหน่อยลงทุนซื้อรถตู้ แล้วมาขับรับ-ส่งนักเรียน ได้เงินดีมากไม่ต่างอะไรกับเงินเดือน หากขับรถดี ใส่ใจดูแลเด็กๆ ในรถ ผู้ปกครองก็จะไว้ใจและใช้บริการไปยาวจนกว่าเด็กมันจะโต และย้ายโรงเรียนนั่นแหละ 66.เปิดร้านเช่าชุดไป ตปท. อะไรประหยัดได้ คนก็อยากประหยัด บางทีไม่ได้ไปต่างประเทศบ่อยๆ ก็จะหาเช่าชุด เช่าพร็อพตามร้านเช่าชุดมือสอง 67.เปิดร้านเช่าชุดไทย ชุดแฟนซี อันนี้เหมือนกับข้อ 66. เพียงแต่สินค้าก็เน้นหนักชุดไทย ชุดแฟนซี ถ้าจะให้ดีต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองด้วย มีเพจด้วย ขยันอัปเดตชุดใหม่ ให้รู้สึกว่า ร้านยังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่เป็นเพจแห้ง 68.ขับรถตู้ขึ้น-ลง กทม. คนต่างจังหวัดร่ำรวยกันเยอะ ชีวิตเปลี่ยนเลยจากทำไร่ทำนามาทำอาชีพอาชีพขับรถตู้ขึ้น-ลงกรุงเทพฯ มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงคือคนในหมู่บ้าน และละแวกใกล้เคียง รับ-ส่งถึงหน้าบ้าน 69.ขายอาหารใต้ อาหารใต้ก็จริง แต่ขายคนได้ทุกภาค เพราะมันอร่อยจริงๆ โดยเฉพาะพวกแกงไตปลา ผัดสะตอ แกงใบเหลียง หรือคั่วกลิ้ง กับผักสดกรอบๆ น้ำจิ้มอร่อยๆ ทานเช้าทานเย็นก็ยังได้ 70.ขายก๋วยจั๊บยวน เป็นอาหารที่ทานได้ง่ายๆ เหมือนก๋วยเตี๋ยว เครื่องปรุงไม่กี่อย่าง แต่ต้องคล่องแคล่วว่องไว เพราะทำแบบหม้อชนหม้อตามออร์เดอร์ 71.ขายปลาเผา/กุ้งเผา รถเข็น 1 คัน วางปลาเผาร้อนๆ จัดผักเป็นชุดๆ น้ำจิ้มให้แซบไปเลย รับรองอร่อยดีมีซื้อซ้ำ เพราะสมัยนี้คนคงไม่มีเวลาไปนั่งย่างปลา ย่างกุ้ง 72.เพาะพันธุ์​ปลาสวยงาม บางคนเลี้ยงปลาเสริมโชคลาภ เป็นสิริมงกลกับตัวเอง ซึ่งเห็นมีขายสารพัดปลาสวยงาม เช่น ปลาเทวดา ปลาปอมปาร์ดัว ปลาหางนกยูง ปลากัด ปลาหมอสี ปลาคาร์พ ปลาหมอแคระ ปลากระเบน ฯลฯ 73.รับจ้างทำงานนำเสนอ ใครเก่ง โปรแกรมพาวเวอร์พอยต์ ก็หากินได้ สกิลเดิมที่มีเอามาทำเงิน เพราะไม่ใช่ทุกคนจะใช้งานได้คล่อง พอถึงคราวต้องนำเสนองานลูกค้า อาจต้องมองหาคนมาช่วยทำงานนำเสนอให้ 74.ขายภาพถ่ายมือถือ เดี๋ยวนี้ใช้มือถือถ่ายภาพขายก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีกล้องขนาดใหญ่ สเปกสูงๆ ถ่ายรูปเล่นมาก็เยอะ ต้องลองหารายได้บ้าง ลองเลยมีหลายเว็บ เช่น Shutterstock iStockphoto Dreamstime และ Fotolia 75.ตัดต่อวิดีโอมือถือ​ เดี๋ยวนี้ใช้มือถือหาเงินได้ ตั้งใจจริงๆ ฝึกแค่สัปดาห์เดียวทำได้แล้ว และเมื่อทำต่อไปเรื่อยๆ จะเข้าขั้นทำเป็น ตัดต่อคิดตังค์ได้ต่อชิ้นงานหลักร้อยบาทขึ้นไป โปรแกรมมีสารพัด แต่ยอดฮิต ใช้ง่ายลอง Kinemaster 76.ขายของออนไลน์ ถ้าเล่นเฟซบุ๊กเป็น ก็ขายได้หมดทุกอย่างบนเฟซบุ๊ก ไม่ต้องอธิบายมากเลยข้อนี้ 77.ขายของหายาก ของหายาก ของสะสม ราคาก็จะสูงตามดีมานด์ เพราะของมันมีจำกัด เหล้าเก่า เหรียญ ธนบัตร สแตมป์ หนังสือ โทรทัศน์ กล้องถ่ายภาพ งานศิลปะ 78.พนักงาน ฟู้ดส์​เดลิเวอรี่ มีหลายเจ้าให้เลือก ทั้ง Grab Food /Line Man /Foodpanda /Get รับรองหลังโควิด-19 บูมแน่ๆ เผลอๆ มีเจ้าอื่นเกิดใหม่อีก โอกาสของพนักงานขับรถส่งอาหาร จึงมีเพิ่มขึ้น 79.รับจ้างสอนดนตรี ใครเก่งเครื่องดนตรีอะไร ก็หากินได้อีก ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ กลอง เปียโน ยันโปงลางสะออน 80.ขายอาหารคลีน เทรนด์รักสุขภาพมาแรงจริงๆ อาหารคลีน (Clean Food) หรือ อาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด ไม่หมักดอง ไม่รสจัด เหมาะยิ่งนักจับตลาดกลุ่มคนรักสุขภาพ 81.รับพิมพ์งาน เดี๋ยวนี้ง่ายมาก มีเทคโนโลยีช่วย แค่นำไฟล์เสียงลงคอมพิวเตอร์ ใช้โปรแกรมพิมพ์ให้เลย จากนั้นมาตามเก็บรายละเอียด สามารถรับงานพวกนี้มาทำได้ง่ายๆ ที่สำคัญคือ ความถูกต้องตรงตามต้นฉบับ 82.ขายเครป เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อยเลย มีพี่คนหนึ่งที่ขายอยู่หน้าออฟฟิศ มาตั้งร้านตอนบ่ายๆ ขายยันมืดค่ำไม่ได้หยุดหย่อน ชิ้นนึง 40- 50 ยังกะแจกฟรี นานแค่ไหนลูกค้าก็รอ และน่าจะทำเงินดีไม่น้อย เพราะเห็นขายของมาหลายอย่าง ตรงที่เก่า เวลาเดิม สุดท้ายมาลงตัวที่ขายเครป 83.ขายชาไข่มุก ซื้อง่าย ขายคล่อง มีแฟรนไชส์ให้เลือกหลากสไตล์ หลายราคา ไม่ต้องทำการตลาดเอง ย่นเวลาไปได้มาก 84.ขับวินมอเตอร์ไซด์ อันนี้คงไม่ต้องสาธยาย เดินๆ ไปถามปากซอยดู เงินดีแค่ไหน ทำไมถึงมาขับกันมากมายขนาดนี้ อย่าได้เข้าใจผิดว่าคงจะไม่มีอะไรทำแล้ว เปล่าเลย บางคนทำงานประจำ แต่หลังเลิกงานมากวาดเงินอีกรอบเย็นจากการขับวินมอเตอร์ไซด์ 85.ขายต้มซุปเปอร์ตีนไก่ ต้มซุปเปอร์และข้าวเปล่า เป็นอาหารทานง่ายอีกแล้ว อะไรที่แซบๆ คนไทยชอบทาน 86.รับจ้างนวดหน้า มีคอร์สสอนทั้งรัฐบาลเอกชน ถ้าใจรักก็น่าลอง เป็นอาชีพงานบริการที่ทำเงินได้ดีและลงทุนน้อยสามารถรับจ้างจากคนใกล้ตัว และทำแบบเดลิเวอรี ง่ายกว่าไปเรียนเสริมสวยแบบเต็มคอร์ส อันนั้น ต้องเก็บประสบการณ์นานกว่าจะได้เปิดร้านจริงๆ 87.ตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าตามหมูบ้าน และกินค่าคอมมิชชั่น จะยุคออนไลน์แค่ไหน เสน่ห์ของการเคาะประตูบ้านยังคงเป็นวิถีไทย การถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เสมือนญาติพี่น้อง มันให้ความประทับใจมากกว่าแค่โทรคุย หรือตอบแชท 88.ขายชิฟฟ่อนเค้ก สูตรเค้กชิฟฟ่อนฟรีๆ มีเยอะมาก ไม่ต้องอร่อยเหมือนย่านเทเวศร์ก็ได้ คนไม่ได้ตามไปซื้อที่นั่นตลอด ก็หวังว่าทั้ง 88 อาชีพนี้ น่าจะพอเป็นไอเดียได้บ้างไม่มากก็น้อย เศรษฐกิจแบบนี้ ใครประคองตัวได้ก็ถือว่าเก่งมากๆ แล้ว โควิด-19 อาจจะกระตุ้นเตือนเราให้ตระหนักมากขึ้นว่า ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ดังนั้น การมีรายได้หลักจากทางเดียว อาจจะเสี่ยงเกินไปในการใช้ชีวิต

  ชัชชญา ฮาเกิน


  01 พฤษภาคม 2563

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม