รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ด้วยมาตรการช่วยลูกหนี้เฟส 2

ขอชื่นชม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อีกครั้ง กับการออก มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระยะ 2 ตอกย้ำน้ำใจว่าช่างเป็นห่วงเป็นใยลูกหนี้เหลือเกิน โดยเฉพาะรายย่อย สามารถตามอ่านรายละเอียดความช่วยเหลือต่าง ๆ ฉบับเต็มได้ที่: มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระยะที่ 2 ผมรู้สึก Wow ! ตรงที่พบว่า...มาตรการฯ เฟส 2 นี้ สร้างโอกาสทองให้กับลูกหนี้ "บัตรเครดิต" ได้น่าสนใจมาก ประหนึ่งนำเรือยักษ์ไททานิคขนถังออกซิเจนเต็มลำ มาต่อชีวิตลูกหนี้บัตรเครดิตที่มีอยู่ในระบบถึง 23 ล้านใบ ผมจะร่ายให้ฟังเป็นข้อ ๆ ว่ามีอะไรบ้าง และ เจ๋งตรงไหน 1. คงการผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% ถึงปี 64 2. ลดเพดานดอกเบี้ยเหลือ 16% ต่อปี จากเดิม 18% ต่อปี 3. เปลี่ยนหนี้คงค้างเป็นสินเชื่อระยะยาว (Term Loan) 4 ปี สองข้อแรกสนับสนุนกันและกันเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบาไปอีก ที่น่าสนใจคือข้อ 3 !!! การเปลี่ยนประเภทหนี้จากบัตรเครดิต เป็น สินเชื่อระยะยาว ก็เหมือนกับไปขอ "สินเชื่อบุคคล" มาปิด "บัตรเครดิต" นั่นแล เพราะเป็นที่รู้กันว่าแม้ดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะต่ำกว่าสินเชื่อบุคคล แต่มันคิดดอกเบี้ย 2 เด้ง ตามยอดคงค้าง และ วันที่คงค้าง พอมาตรการนี้ออกมา เท่ากับว่า เราสามารถ “รีไฟแนนซ์” บัตรเครดิตได้ในตัวเลย ไม่ต้องยุ่งยาก ไปขอสินเชื่อบุคคล มาปิดบัตร และก็... และก็... และก็... ที่สำคัญสุด ๆ คือ คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12% ต่อปี แม่เจ้า !!! ถูกกว่าดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลที่ล่าสุดปรับเหลือไม่เกิน 22% ต่อปี เกือบเท่าตัว ยังไม่หมด... โปรแกรมนี้ยังผ่อนยาวได้ถึง 48 เดือน หรือ 4 ปี แถมคำนวณดอกเบี้ยด้วยวิธีลดต้นลดดอกด้วย ยังนะ...ยังมีอีก ยังสามารถต่อรองดอกเบี้ยให้ต่ำกว่า 12% ได้ด้วยนะ หากผ่อนชำระไม่ถึง 48 งวด โดยสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ได้เลย "เฮ้ย ! แล้วแบบนี้จะจ่ายค่างวดมากกว่าขั้นต่ำ 5% หรือเปล่านะ" ผมเอะใจ จึงลองคำนวณดู เช่น มียอดหนี้คงค้าง 100,000 บาท แบบเดิมผ่อนขึ้นต่ำ 5% ดอกเบี้ย 16% ต่อปี ยอด 100,000 บาท จะต้องจ่ายเดือนละ 5,000 บาท ด้วยการคิดดอกเบี้ยแบบเดิม จะหมดหนี้ในงวดที่ 84 หรือ 7 ปี เสียดอกเบี้ยรวม 33,849 บาท แต่...หากเปลี่ยนเป็น Term Loan ผ่อน 48 งวด ดอกเบี้ย 12% ต่อปี จะตกเดือนละ 2,633 บาท ดอกเบี้ยรวม 26,402 บาท ถูกว่าเห็น ๆ ทั้งค่างวด, จำนวนงวด และ ดอกเบี้ยรวม เดือนไหนมีรายพิเศษเพิ่ม หรือ สภาพคล่องกลับมาปกติ โปะเลยครับพี่น้อง ยิ่งจะหมดเร็วขึ้นทุกสิ่งอย่าง ^^ ดีงามเหลือเกิน............ จะมีอะไรแจ๋วไปกว่านี้แล้วล่ะ ไม่รีบไปใช้สิทธิตอนนี้ จะทำตอนไหน โคตรของโคตรนาทีทองเลยแม่.... ลูกหนี้บัตรเครดิตทั้งหลายรีบไปติดต่อเจ้าหนี้ผู้ให้บริการบัตรเครดิตที่ใช้อยู่โลดดด เบื้องต้นหมดเขต 31 ธ.ค.นี้เท่านั้น อ้อลืมบอก มาตรการนี้สำหรับลูกหนี้ที่ยังไม่เป็น NPL ก่อน 1 มี.ค.63 เด้อ ส่วนคนที่เป็น NPL ไปแล้ว "คลีนิกแก้หนี้" รอช่วยคุณอยู่อย่างเต็มที่เช่นกัน Go Go Go ... ต้องการเงินก้อนปิดหนี้ฉุกเฉิน กู้ง่าย ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ดีลกับแบงก์โดยตรง คลิกเลย

  หนึ่ง ศราพงค์


  07 สิงหาคม 2563

จ่ายขั้นต่ำ VS รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต แบบไหนดี?

ถ้าพูดถึงการ “รีไฟแนนซ์” เราก็มักจะนึกถึงหนี้ก้อนใหญ่อย่างพวกหนี้กู้ซื้อบ้าน แต่รู้หรือไม่!! หนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดก็สามารถรีไฟแนนซ์ได้เช่นกัน การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตทำได้โดยการกู้สินเชื่อส่วนบุคคลมาปิดยอดหนี้บัตรเครดิต ธนาคารออมสินเป็นเจ้าแรก ยอมหั่นดอกเบี้ยเหลือ 8.5% นานถึง 4 ปี เพราะเจ้าอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะให้ดอกเบี้ยถูกเพียงแค่ปีแรกหรือไม่กี่เดือนเท่านั้น สุดท้ายการแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตก็จะคล้าย ๆ วนอยู่ในอ่าง ไม่จบไม่สิ้นซักที ธนาคารออมสินเปิดโครงการรีไฟแนนซ์ สำหรับลูกหนี้ชั้นดี มีประวัติการชำระหนี้ดีย้อนหลัง 12 เดือน และไม่มีประวัติการผ่อนชำระล่าช้ามากกว่า 30 วัน นั่นคือ ใครมีปัญหาเครดิตบูโรอยู่ เข้าร่วมโครงการนี้ไม่ได้ครับ ตารางประมาณการเงินงวดที่ต้องชำระต่อเดือน โครงการ รีไฟแนนซ์ (refinance) ลูกหนี้ดี สินเชื่อบัตรเครดิต จากตารางเป็นการคำนวณเบื้องต้นของยอดที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือนตามวงเงินสินเชื่อจากการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตกับธนาคารออมสิน จะยกวงเงินสินเชื่อ 100,000 บาท สำหรับผู้มีรายได้ประจำมาคำนวณนะครับ เพื่อเปรียบเทียบกับกรณีจ่ายขั้นต่ำ 10% และจ่ายขั้นต่ำ 5% ที่เป็นมาตรการชั่วคราวจากภาครัฐเพื่อลดผลกระทบจากภาวะวิกฤติ COVID-19 ยอดหนี้ 100,000 บาท หากจ่ายขั้นต่ำ 5% เท่ากันทุกงวด กับการรีไฟแนนซ์แบบ 24 เดือน แม้จะใช้เวลาจ่ายหนี้เท่ากันที่ 24 งวด แต่การรีไฟแนนซ์คิดเป็นดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดของหนี้ก้อนนี้เพียง 9,143 น้อยกว่าการจ่ายขั้นต่ำ 5% เท่ากันทุกงวดเป็นหมื่น แถมยอดจ่ายต่องวดก็ยังน้อยกว่าอีกราว 500 บาท ส่วนการจ่ายขั้นต่ำ 10% แม้จะจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดพอ ๆ กับการรีไฟแนนซ์ 24 เดือน และใช้เวลาน้อยกว่าเพียง 11 เดือน จนหนี้เป็นศูนย์ แต่ยอดจ่ายต่อเดือนสูงกว่า นั่นคือ หากเลือกรีไฟแนนซ์จะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ได้เงินกลับมาใช้จ่ายเพิ่มต่อเดือนอีกกว่าห้าพันบาท นอกจากนี้ แม้ว่าจะยืดเวลาจ่ายหนี้ออกไปเป็น 36 เดือน หรือ 48 เดือน จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดก็ยังน้อยกว่าการจ่ายขั้นต่ำ 5% เท่ากันทุกงวด “การรีไฟแนนซ์” ช่วยให้ภาระจ่ายหนี้ต่อเดือนต่ำลง สภาพคล่องเพิ่มขึ้น ยึดหนี้ให้ยาวขึ้น และกรณีจำนวนงวดจ่ายเท่ากัน การรีไฟแนนซ์มีภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างมาก ก็จากดอกเบี้ย 18% เหลือ 8.5% หนิเนอะ แต่ช้าแต่!! ขอย้ำนะครับ สำหรับลูกหนี้ชั้นดีเท่านั้น มีประวัติการชำระหนี้ดีย้อนหลัง 12 เดือน และไม่มีประวัติการผ่อนชำระล่าช้ามากกว่า 30 วัน เจอของดีจึงบอกต่อ ให้เราสู้และผ่านวิกฤติไปด้วยกันนะครับ ^^ อ้างอิง 1. https://www.gsb.or.th/ 2. https://www.moneyguru.co.th/ 3. http://www.thaiinterest.com/ หากคุณต้องการรวมหนี้ เพื่อแก้หนี้ สามารถยื่นสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อการแก้หนี้ได้ที่นี่ >> สมัคร คลิก

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  15 เมษายน 2563

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม