ลงทุนทองคำออนไลน์ มองหา efinGold

มีเงิน 1,000 เดียว ก็เป็นเจ้าของทองคำได้แล้ว ผ่าน efinGold ทองคำ เป็นสินทรัพย์ที่ใครหลายๆ คนให้การยอมรับ เห็นได้จากคุณพ่อ คุณแม่ และคุณปู่คุณย่า ที่จะชอบสะสมทองเอาไว้ ทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ เพราะนอกจากจะมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปีแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องประดับในการออกงานต่างๆ ได้ด้วย แต่หลายคนก็มองว่าการซื้อทองเป็นสิ่งที่ยาก เพราะทองคำในปัจจุบันมีราคาแพง พอกำลังจะใกล้เก็บเงินซื้อได้ ราคาทองก็พุ่งสูงขึ้นไปอีก ทำให้เก็บเงินซื้อไม่ได้สักที จนล้มเลิกความพยายามไป แต่ช้าก่อนนนนนนนนนน ตอนนี้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของทองคำได้แล้ว แค่ใช้เงินขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ด้วยการทยอยลงทุนหรือออมทองผ่าน efinGold ที่ให้เราเริ่มต้นซื้อขายทองผ่านระบบออนไลน์ ไม่ต้องไปหน้าร้านให้เสียเวลา สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเสียค่าธรรมเนียม เพียงครั้งละ 0.05% คิดค่าธรรมเนียมที่ 0.05% โดยค่าธรรมเนียมขั้นต่ำอยู่ที่ 15 บาท/1 บาททอง พิเศษเฉพาะโพสต์นี้ เพื่อนๆ ชาว Lumpsum ที่สมัครผ่านโพสต์นี้ ฟรีค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย 3 เดือนเต็มๆ โดยต้องสมัครสมาชิกผ่านลิงก์นี้เท่านั้น เพื่อรับสิทธิ์ซื้อขายฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม 3 เดือน คลิกที่นี่ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา มีขึ้นมีลง โดยส่วนมากจะผันผวนสวนทางกับตลาดหุ้น ถ้าตลาดหุ้นดิ่งลง ทองคำก็จะพุ่งสูงขึ้นเห็นได้จากปี 2565 ที่ราคาทองพุ่งขึ้นจากบาทละ 28,000 จนไปแตะ 32,100 ในระยะเวลาอันสั้นจากสถานการณ์วิกฤตรัสเซียและยูเครน ทองคำจึงเป็นสินทรัพย์ที่ปกป้องความเสี่ยงได้อย่างดีเยี่ยมแถมผลตอบแทนของทองคำย้อนหลัง 10 ปีล่าสุดก็เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.43% ต่อปี (สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากตั้งเยอะ) ถือไว้ยังไงก็ไม่ขาดทุน ข้อดีของทองคำก็ยังไม่หมดแค่นี้ ยังมีอีกหลายอย่างดังนี้ 1. สามารถชนะเงินเฟ้อได้ ข้อเสียอันใหญ่หลวงของการถือเงินสดไว้เฉยๆ คือการที่เราจะโดนเงินเฟ้อกัดกินไปในทุกๆ ปี เฉลี่ยปีละ 3% เห็นได้จากก๋วยเตี๋ยวที่เมื่อหลายปีก่อน ราคาเพียงชามละ 25 บาท แต่ในปัจจุบันราคาสูงถึง 40-50 บาทแล้ว กลับกันทองคำนั้นมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย 4.43% ต่อปี สามารถชนะเงินเฟ้อที่ 3% ได้สบายๆ 2. ให้ผลตอบแทนสูงกว่าฝากเงินกับธนาคาร การฝากธนาคารเราจะได้ดอกเบี้ยประมาณ 0.5 % เท่านั้น เทียบไม่ติดกับเงินเฟ้อเลย ซื้อทองมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าเห็นๆ 3. มีสภาพคล่องสูง บางสินทรัพย์อย่าง บ้าน รถ ที่ดิน ต้องใช้ระยะเวลานานในการซื้อขาย แต่ทองคำเราสามารถ ไปเปลี่ยนเป็นเงินได้ตลอดเวลา 4. เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยง ในช่วงที่ทั่วโลกอยู่ในภาวะวิกฤติที่มีความผันผวนสูง ตลาดหุ้นตก ทองคำจะเป็นหลุมหลบภัยชั้นดีเลย 5. เป็นสินทรัพย์ปลอดภาษี ทองคำแท่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภาษีเพราะเป็นการซื้อ-ขายสินทรัพย์ส่วนตัวของผู้ซื้อ-ขาย จึงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เห็นข้อดีของทองกันมาเยอะ อยากซื้อทองเป็นของตัวเองแล้วใช่ม้าาาาาาาาาา ปัจจุบันเราสามารถลงทุนทองและซื้อทองได้ 2 ช่องทาง 1. ซื้อที่หน้าร้าน ข้อดี คือ - ได้เห็นทองจริงๆ สามารถนำกลับมาเชยชมได้เลย - ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย แต่จะเสียค่ากำเหน็จแทนสำหรับทองรูปพรรณ โดยราคาค่ากำเหน็จจะอยู่ที่บาทละประมาณ 600-1,200 บาท ส่วนทองแท่งจะเสียค่าบล็อคอยู่ที่บาทละ 150 บาท 2. ซื้อผ่านออนไลน์ ข้อดีคือ - สามารถทยอยซื้อได้ โดยไม่ต้องใช้เงินก้อน - ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวทองหายระหว่างทาง - ซื้อง่าย ขายคล่องได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง - ซื้อได้ผ่านระบบออนไลน์ไม่ต้องไปไกลถึงหน้าร้าน*** ข้อดีของการซื้อผ่านระบบออนไลน์เยอะขนาดนี้ต้องจัดแล้วไหมมมม ถ้าใครที่กำลังลังเลว่าจะลงทุนทองผ่านระบบออนไลน์ดีไหมต้องมาลองลงทุนทองออนไลน์ผ่าน efinGold เลย เพราะมีดีมากกว่าการซื้อหน้าร้านเป็นไหนๆ พิเศษ สำหรับชาว Lumpsum จากปกติที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมทุกครั้งในการซื้อขาย 0.05%แต่เพื่อชาว Lumpsum ทาง efinGold ให้ฟรีค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย 3 เดือนเต็ม หลังจากสมัครสมาชิก เทรดกันให้กระจาย ซื้อขายกันให้กระหน่ำไปเลยยยยยยยยยยย !!!สมัครสมาชิก eFin Gold ได้เลยผ่านลิงก์นี้ ขั้นตอนการกดรับสิทธิ์ซื้อขายฟรี 3 เดือน ในหัวข้อสุดท้ายของการสมัครสมาชิก จะมีคำถามว่า“คุณรู้จัก efinGold ได้อย่างไร”ให้เรากดเลือกที่มาจาก Lumpsum แล้วกด“ยืนยัน”เท่านี้ทุกคนก็จะได้รับสิทธิ์ซื้อขายทองคำฟรี 3 เดือนเต็ม แบบไม่เสียค่าธรรมเนียมแล้ววว สมัครง่าย ทำได้เลยเพียง 3 ขั้นตอน สมัครฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย 1.กรอกข้อมูล/ส่งเอกสาร 2.รอตรวจสอบ/อนุมัติ 3.เริ่มลงทุนได้เลยยยยย

  ธนากร นวมรัตน์


  04 กรกฎาคม 2566

เทคนิคการลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่

เทคนิคการลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่ 1. การซื้อขายทองคำจริง ข้อควรรู้ การลงทุนแบบซื้อขายทองคำจริงทองคำแท่งกับทองรูปพรรณ แม้จะนับเป็นทอง “1 บาท” เท่ากัน แต่น้ำหนักจริงไม่เท่ากัน โดยทองคำแท่ง 1 บาท หนัก 15.244 กรัม ส่วนทองรูปพรรณ 1 บาท จะมีน้ำหนักน้อยกว่าที่ 15.16 กรัม นั่นทำให้ทองคำทั้งสองแบบที่ความบริสุทธิ์เท่ากันมีราคาต่อ 1 บาท ไม่เท่ากันไปด้วยการลงทุนในทองคำรูปพรรณสามารถเลือกซื้อได้ตามน้ำหนักและลวดลายที่ต้องการได้เลย แบะสามารถนำมาใส่เป็นเครื่องประดับได้ แต่มีข้อเสียคือค่ากำเหน็จ (ค่าแรงในการทำทอง) จึงทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะถูกหรือแพงขึ้นอยุ่กับร้านและความยากง่ายของการทำลวดลาย อีกทั้งยังสึกกร่อนได้ หากนำไปขายคืนมักจะถูกหักค่าเสื่อมประมาณ 5% ดังนั้น ทองรูปพรรณจึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการใส่ประดับเพื่อความสวยงาม เก็บเป็นสินทรัพย์ระยะยาว หรือเป็นมรดกตกทอด มากกว่าการลงทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นการลงทุนในทองคำแท่งจะกำหนดซื้อขายขั้นต่ำและอาจมีค่าบล็อกบ้างเล็กน้อย แต่ไม่มีค่ากำเหน็จ ราคาขายจึงถูกกว่าทองคำรูปพรรณ ขณะที่ราคาขายคืนจะมีส่วนต่าง 100 บาท ต่อ 1 บาททองคำ เมื่อเทียบกับราคาที่ซื้อมา ดังนั้น การลงทุนในทองคำแท่งจึงเป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในทองคำอย่างจริงจัง โดยทองคำแท่งที่ลงทุนโดยทั่วไปมี 2 ประเภท คือ ความบริสุทธิ์ 96.5% และ 99.99% สำหรับประเทศไทยจะนิยมลงทุนในประเภทแรกมากกว่า และนิยมซื้อขายกันในขนาดตั้งแต่ 5 บาท, 10 บาท, 20 บาท และ 50 บาทส่วนการออมทองก็นับเป็นหนึ่งในรูปแบบการลงทุนทองคำจริงเช่นกัน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้เลยครับ ออมทองดีไหม ออมทองดีจริงหรือ? 2. กองทุนรวมทองคำ (Gold Fund) กองทุนรวมทองคำ เป็นกองทุนรวมที่นำเงินของกองทุนไปลงทุนในทองคำ เปรียบเสมือนลงทุนในทองคำแท่งทางอ้อมผ่านกองทุนหลักในต่างประเทศ โดยจะนำเงินไปลงทุนในทองคำแท่ง 99.99% หรือ 99.50% อีกทอดหนึ่ง การเคลื่อนไหวของมูลค่าหน่วยลงทุนจึงอิงกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลกแต่การที่กองทุนนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นความเสี่ยงเพิ่มเติมจากความเสี่ยงของกองทุนรวมทองคำที่ระดับ 8 ซึ่งสูงกว่าหุ้นที่อยู่ระดับ 6ทองคำที่มุมหนึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกมุมก็มีความเสี่ยงจากราคาที่ผันผวนสูง ดังนั้น ถ้าจะลงทุนกองทุนรวมทองคำ ก็ต้องศึกษาและเข้าใจอย่างละเอียด แต่ก็มีข้อดีตรงที่จำนวนเงินขั้นต่ำในการลงทุน ที่ใช้เงินไม่มาก แค่ 500 หรือ 1,000 บาทก็ลงทุนได้แล้ว 3. Gold Future Gold Futures รูปแบบการลงทุนที่ยากและซับซ้อน เพราะเป็นรูปแบบหนึ่งของตราสารอนุพันธ์ ยากในวิธีการลงทุนที่ค่อนข้างซับซ้อนกว่า 2 รูปแบบแรก เราสามารถทำกำไรได้ทั้งราคาทองขาขึ้นและขาลง ถ้าคาดว่าทองจะขึ้นก็เลือก Call แต่ถ้าคาดว่าทองจะลงก็เลือก PutCall คือสัญญาว่าเราจะซื้อ สมมติคิดว่าราคาทองจะขึ้น เราก็ Call ไว้ หากราคาทองขึ้นจริงเราก็จะซื้อได้ในราคาที่ Call ไว้ซึ่งต่ำกว่าราคาทองจริงบนกระดาน ก็จะได้กำไร แต่ถ้าคิดว่าราคาทองจะลง ก็เลือก Put คือสัญญาว่าเราจะขาย ถ้าราคาทองลงจริงเราก็จะขายได้ในราคาที่ Put ไว้ ซึ่งสูงกว่าราคาทองจริง ก็จะได้กำไร แต่ถ้าผิดทางก็ขาดทุนGold Futures ซื้อขายได้ผ่านระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(TFEX) โดยมี บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ประกันการชำระราคาจากการซื้อขาย และมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงานของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและบริษัทสมาชิก โดยตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปิดซื้อขาย Gold Futures 2 ประเภท ได้แก่ 50 Baht Gold Futures เปิดซื้อขาย เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 และ 10 Baht Gold Futures เปิดซื้อขาย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553แม้ Gold Futures จะใช้เงินทุนน้อย เพราะเป็นการซื้อขายแบบบัญชีมาร์จิ้น ที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินทั้งจำนวนในการซื้อขาย ลงทุนวางเงินประกันแค่ 1 ใน 10 ของมูลค่าสัญญา ยามได้กำไรก็จะได้ในอัตราส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับเงินลงทุน แต่ยามขาดทุนก็เป็นอัตราส่วนสูงเช่นกัน จึงไม่เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำใน Futures หรือการซื้อขายล่วงหน้า เงินประกันหรือ Margin มีไว้สำหรับเป็นเงินมัดจำ หรือหลักประกัน ที่วางไว้เพื่อให้ได้มาของสิทธิที่จะซื้อ (Call) หรือ จะขายสินค้า (Put) ในวันข้างหน้า โดยการจ่ายเงิน-รับเงินสำหรับการซื้อขายสินค้าจริง จะเกิดขึ้นเมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าครบกำหนดส่งมอบแล้วเท่านั้น จากทั้งหมด 3 รูปแบบหลักของการลงทุนในทองคำ สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มต้นจากการลงทุนทำคำจริง นอกจากการซื้อขายทองคำรูปพรรณหรือทองคำแท่ง ยังมี "ออมทอง" ที่ใช้เงินทุนน้อย สามารถทยอยซื้อสะสมได้ และกองทุนรวมทองคำที่ช่วยลดความเสี่ยงรวมของพอร์ต สร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้ แม้ในระยะยาวการลงทุนในทองคำจะให้ผลตอบแทนไม่สูงนัก (เพียง 3.2% ต่อปี) แต่ด้วยเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และราคาที่มักจะเคลื่อนไหวผกผันกับราคาหุ้น จึงเหมาะกับการนำมาใช้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงของพอร์ต

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  18 มกราคม 2565

ลงทุนทองคำ เทรดทองคำ ผ่านช่องทางไหนดี?

ปี 2563 นี้ ต้องยกให้เป็นปีของการลงทุน "ทอง" เพราะเมื่อเกิดวิกฤต ราคาทองมักพุ่งสูงขึ้น วิกฤตโควิด-19 จึงทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี แล้วถ้าหากสนใจการลงทุนทองคำ เราจะสามารถลงทุนผ่านช่องทางไหนได้บ้าง ซึ่งทุกวันนี้สามารถลงทุนทองคำได้หลากหลายช่องทาง สามารถเทรดทองออนไลน์ได้เลยง่ายๆ และแต่ละช่องทางจะมีจุดเด่น-จุดด้อยอย่างไร วันนี้ Lumpsum มีคำตอบมาฝากค่ะ 1. ทองคำแท่ง ช่องทางแรกที่เบสิคที่สุด ก็คือการลงทุนในทองคำแท่ง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน ซื้อมาขายไป จบ! การซื้อขั้นต่ำคือ 0.50 บาททองคำ จุดด้อยก็คือ ต้องซื้อขายตามเวลาเปิด-ปิดของร้านทอง ราคาทอง ถูกกำหนดโดยสมาคมค้าทองคำ 2. กองทุนทองคำ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนทอง โดยไม่ต้องซื้อทองมาเก็บไว้เอง ไม่ต้องกังวลเรื่องความรู้ในการลงทุน เพราะมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแล สามารถลงทุนขั้นต่ำด้วยเงินเพียง 1,000 บาท แต่ข้อเสียคือ เวลาซื้อขายค่อนข้างจำกัด มีค่าธรรมเนียมในการซื้อขายและรับฝาก ไม่สามารถเลือกราคาซื้อหรือขายได้ โดยราคาจะเป็นไปตาม NAV ณ สิ้นวัน ลักษณะเดียวกับการซื้อกองทุนทั่วไป ไม่สามารถแลกเป็นทองจริงได้ 3. Gold Future ถือว่าเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างซับซ้อน การซื้อขายเป็นไปตามคาดการณ์ที่มีต่อราคาทองคำ เป็นเครื่องมือใช้ทำกำไรทั้งในภาวะราคาทองขาขึ้นและขาลง บางคนใช้เป็นการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน ช่วงเวลาการซื้อขายยาวนานกว่า 2 วิธีแรก คือตั้งแต่เวลา 09.45-03.00 น. สามารถตั้งเงื่อนไขซื้อหรือขายล่วงหน้าได้ นอกจากความเสี่ยงและความซับซ้อนแล้ว Gold Future ต้องใช้เงินซื้อขั้นต่ำ 10 บาททองคำ โดยราคาจะสูงกว่าราคาของสมาคม มีค่าธรรมเนียม 100 บาทต่อ 1 สัญญา และมีวันหมดอายุทุก ๆ 3 เดือน นั่นหมายถึงว่าจะไม่มีการส่งมอบทองคำจริง 4. efingold สุดท้ายคือการลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งวันนี้มีน้องใหม่มาแนะนำนั่นคือ efingold ที่สามารถส่งคำสั่งซื้อ -ขายออนไลน์ ผ่าน www.efingold.com ได้ทุกวันตลอดเวลา 24 ชั่วโมง สามารถตั้งเงื่อนไขในการส่งคำสั่งซื้อ-ขายล่วงหน้าได้ มีโอกาสซื้อได้ในราคาต่ำกว่าสมาคมค้าทองคำ และขายได้ในราคาสูงกว่าสมาคมฯ เริ่มต้นซื้อขายทองคำได้ตั้งแต่ 0.01 บาททองคำ เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1,000 บาท เมื่อซื้อสะสมทองถึง 10 บาท รับทองจริงได้ ที่ร้านทองโซวเซ้งเฮง เยาวราช ที่เด็ดกว่าทุกเจ้าคือ สามารถใช้สกุลเงิน USDT เงินดอลล่าร์เทคโนโลยี blockchain มาใช้ซื้อทองได้ อนาคตจะสามารถใช้สินทรัพย์ดิจิตอลอื่นๆ ได้เพิ่มขึ้น efingold ยังอยู่ภายใต้กลุ่ม efin ผู้นำการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการลงทุนมายาวนาน 19 ปีอีกด้วย การลงทุนทองคำผ่านช่องทางออนไลน์ ยังมีให้เลือกอีกหลายเจ้า รายละเอียดที่นี่....

  เก๋เก๋ ดาริน ปริญญากุล


  08 ตุลาคม 2563

ลงทุนทองคำ รูปแบบไหนดีนะ?

...ในวันที่เพื่อนสาวจะเอาจริงกับการลงทุนทองคำ จึงต้องบอกวิธีการลงทุนลองทำว่าลงทุนอย่างไรได้บ้าง เพื่อนสาว : นี่เธอ จะบอกชั้นได้ยัง ว่าลงทุนทองคำยังไงได้บ้าง น้องโน่ : จะเอาจริงอะ? เพื่อนสาว : ชั้นเป็นเพื่อนเล่นเธอเหรอ น้องโน่ : จ้ะๆๆๆ แต่ก่อนชั้นจะบอกรูปแบบการลงทุนทองคำ เธอจะย้ำเธออีกครั้งนะ กับคำเตือนที่ชั้นเคยบอกไว้ตั้งแต่คราวก่อนว่าการลงทุนทองคำมีความเสี่ยงสูงมาก สูงกว่าหุ้นอีก เพื่อนสาว : โอเค คนสวยรับทราบ และเข้าใจอย่างถี่ถ้วนแล้วค่า น้องโน่ : ให้มันจริง ถ้าเจ๊งอย่ามาบ่นสี่บ่นแปดกับชั้นละ ไม่ปลอบแต่จะซ้ำแน่นอนจ้ะ เพื่อน : ค่า น้องโน่ : การลงทุนทองคำมี 3 รูปแบบหลัก แบบแรกคือการซื้อทองคำจริง ไม่ว่าจะเป็นทองแท่งหรือทองรูปพรรณ นอกจากการซื้อผ่านหน้าร้านหรือออนไลน์แล้ว การออมทองก็นับอยู่ในรูปแบบนี้เหมือนกัน (ออมทอง) เพื่อนสาว : แบบแรกนี้ไม่ต้องอธิบายเยอะ พอรู้อยู่แล้วจ้ะ ข้ามไปแบบที่สองเลย น้องโน่ : แบบที่สองคือ กองทุนรวมทองคำ เป็นกองทุนรวมที่นำเงินของกองทุนไปลงทุนในทองคำเปรียบเสมือนลงทุนในทองคำแท่งทางอ้อมผ่านกองทุนหลักในต่างประเทศ โดยจะนำเงินไปลงทุนในทองคำแท่ง 99.99% หรือ 99.50% อีกทอดหนึ่ง การเคลื่อนไหวของมูลค่าหน่วยลงทุนจึงอิงกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลก เพื่อนสาว : แบบนี้ก็พอเข้าใจอยู่บ้าง น้องโน่ : แต่กองทุนนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนด้วยนะ เพิ่มเติมจากความเสี่ยงของกองทุนรวมทองคำที่ระดับ 8 ซึ่งสูงกว่าหุ้นที่อยู่ระดับ 6 เพื่อนสาว : กองทุนรวมทองคำที่เสี่ยงสูงกว่าหุ้นอยู่แล้ว ยังมีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอีกเหรอ คุณพระช่วย!! น้องโน่ : ใช่แล้ว ทองคำที่มุมหนึ่งถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกมุมก็มีความเสี่ยงจากราคาที่ผันผวนสูง ดังนั้น ถ้าเธอจะลงทุนกองทุนรวมทองคำ ก็ต้องศึกษาและเข้าใจอย่างละเอียดก่อนดีกว่า ชั้นเตือนแล้วนะ!! เพื่อนสาว : จ้า น้องโน่ : แต่ก็มีข้อดีตรงที่จำนวนเงินขั้นต่ำในการลงทุน ที่ใช้เงินไม่มาก แค่ 500 หรือ 1000 บาทก็ลงทุนได้แล้ว เพื่อน : จ้า น้องโน่ : มาที่รูปแบบสุดท้าย คือ Gold Futures สำหรับชั้นแล้วรูปแบบนี้ยากสุด เพราะมันคือรูปแบบหนึ่งของตราสารอนุพันธ์ เพื่อนสาว : ยากยังไงอะ น้องโน่ : ยากในวิธีการลงทุนที่ค่อยข้างซับซ้อนกว่า 2 รูปแบบแรก เราสามารถทำกำไรได้ทั้งราคาทองขาขึ้นและขาลง ถ้าคาดว่าทองจะขึ้นก็เลือก Call แต่ถ้าคาดว่าทองจะลงก็เลือก Put เพื่อนสาว : Call กับ Put นี่คืออะไรอีกอะเธอ น้องโน่ : Call คือสัญญาว่าเราจะซื้อ สมมติคิดว่าราคาทองจะขึ้น เธอก็ Call ไว้ หากราคาทองขึ้นจริงเธอก็ซื้อได้ในราคาที่ Call ไว้ซึ่งต่ำกว่าราคาทองจริงบนกระดาน ก็จะได้กำไร แต่ถ้าคิดว่าราคาทองจะลง ก็เลือก Put คือสัญญาว่าเราจะขาย ถ้าราคาทองลงจริงเราก็จะขายได้ในราคาที่ Put ไว้ ซึ่งสูงกว่าราคาทองจริง ก็จะได้กำไร แต่ถ้าผิดทางก็ขาดทุน เพื่อนสาว : พอเข้าใจบ้าง แต่ก็ยากอย่างที่เธอบอก น้องโน่ : โดยปกติราคาทองคำมักจะเคลื่อนไหวผกผัน หรือไม่ไปในทางเดียวกับราคาหุ้น จึงถูกนำมาใช้ในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต เพื่อนสาว : อ่อ เข้าใจละ แล้วซื้อขายได้ที่ไหนอะ น้องโน่ : ซื้อขายได้ผ่านระบบซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า(TFEX) โดยมี บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ประกันการชำระราคาจากการซื้อขาย และมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินงานของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและบริษัทสมาชิก โดยตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปิดซื้อขาย Gold Futures 2 ประเภท ได้แก่ 50 Baht Gold Futures เปิดซื้อขาย เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 และ 10 Baht Gold Futures เปิดซื้อขาย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553 เพื่อนสาว : คล้ายการซื้อขายหุ้นเนอะ น้องโน่ : จะว่าแบบนั้นก็ได้ เกือบลืม แม้ Gold Futures จะใช้เงินทุนน้อย เพราะเป็นการซื้อขายแบบบัญชีมาร์จิ้น ที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินทั้งจำนวนในการซื้อขาย ลงทุนวางเงินประกันแค่ 1 ใน 10 ของมูลค่าสัญญา ยามได้กำไรก็จะได้ในอัตราส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับเงินลงทุน แต่ยามขาดทุนก็เป็นอัตราส่วนสูงเช่นกัน จึงไม่เหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ เพื่อนสาว : บัญชีมาร์จิ้นอะไรของเธออีก เยอะแยะไปหมด งงแล้วเนี่ย น้องโน่ : ใน Futures หรือการซื้อขายล่วงหน้า เงินประกันหรือ Margin มีไว้สำหรับเป็นเงินมัดจำ หรือหลักประกัน ที่วางไว้เพื่อให้ได้มาของสิทธิที่จะซื้อ (Call) หรือ จะขายสินค้า (Put) ในวันข้างหน้า โดยการจ่ายเงิน-รับเงินสำหรับการซื้อขายสินค้าจริง จะเกิดขึ้นเมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าครบกำหนดส่งมอบแล้วเท่านั้น เพื่อนสาว : คือการวางเงินประกันเพื่อให้ได้สิทธิ์ ชั้นเข้าใจถูกใช่มะ น้องโน่ : ใช่จ้า เก่งสมฉายาสวยใสไม่ไร้สมองจริง ๆ เพื่อนสาว : ทำไมรู้สึกเหมือนโดนด่า น้องโน่ : เธอคิดไปเอง 55+ เข้าเรื่อง ๆ การจ่ายเงิน-รับเงินสำหรับการซื้อขายสินค้าจริง จะเกิดขึ้นเมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าครบกำหนดส่งมอบแล้วเท่านั้น เธอเห็นตรงนี้ใช่มั้ย นั่นคือ Gold Futures มีอายุจำกัด แตกต่างจากหุ้นและทองคำจริงที่ไม่มีวันหมดอายุ เพียงแต่ Gold Futures ไม่มีการส่งมองทองจริง เป็นเพียงการอ้างอิงราคาทอง ดังนั้น หากถือ Gold Futures ไปจนครบอายุสัญญา ก็จะมีการปิดสถานะของสัญญาอัตโนมัติ โดยเราจะได้กำไรขาดทุนจากส่วนต่างของราคาที่ซื้อขายตอนต้น และราคา ณ วันที่สัญญาหมดอายุ เพื่อนสาว : ยอมจ้า ยากจริง ชั้นควรเริ่มจากแบบแรกกับแบบที่สองดีกว่าเนอะ น้องโน่ : ช่ายแว้ว ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปทีละสเต็ปดีกว่า ไม่ต้องรีบหรอก เงินทองมันหายาก เข้าใจจริง ๆ ค่อยลงทุนก็ไม่สายหรอก เพื่อนสาว : เนอะ สรุป • การลงทุนทองคำมี 3 รูปแบบหลัก คือ การซื้อทองจริง กองทุนรวม และ Gold Futures • ออมทองเป็นหนึ่งในการลงทุนแบบซื้อทองจริง • การลงทุนทองคำมีความเสี่ยงระดับ 8 มากกว่าหุ้นที่ระดับ 6 • กองทุนรวมทองคำ นอกจากความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ยังมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน • Gold Futures เป็นรูปแบบการลงทุนที่มีความซับซ้อน • ราคาทองคำมักผกผันกับราคาหุ้น จึงถูกนำมาเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยง

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  19 สิงหาคม 2563

ลงทุน "ทองคำ" ดีมั้ยนะ?

ในวันที่เพื่อนสาวตื่นเต้นกับราคาทองบาทละสามหมื่น เพื่อนสาว : นี่เธอทำไมทองมันพุ่งเอา ๆ บาทละสามหมื่นแล้ววววว น้องโน่ : อย่าบอกนะว่าอยากลงทุนทองคำ เพื่อนสาว : ดีออก รู้ทันชั้นตลอด น้องโน่ : หึหึ แล้วเธอรู้รึเปล่าว่าล่าสุดราคามันร่วงลงมาแล้ว แถมร่วงแรงด้วยนะ เพื่อนสาว : รู้จ้า ก็ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำร้อนแรงมาก ราคาทองโลกทุบสถิติ ทำจุดสูงสุดที่ 2,075.14 เหรียญ/ออนซ์ ส่วนราคาทองคำไทยก็ทะลุบาทละสามหมื่น แต่ล่าสุดดิ่งหนัก ทองโลกร่วงเกือบ 100 เหรียญ ส่วนทองไทยก็ร่วงลงมาบาทละกว่าพันบาท ทีแรกว่าจะเข้าไปแล้ว แต่พอเห็นมันลงหนักถึงมาถามเธอก่อนนี่ไง (พร้อมกับยิ้มหวาน) น้องโน่ : กำลังจะชมว่าทำการบ้านมาดี พอพูดแบบนี้รู้เลยหล่อนน่ะมันโลภ ผีความโลภเกือบเข้าสิงแล้วมั้ยละ เพื่อนสาว : แหะๆ น้องโน่ : เธอเห็นยังว่าการลงทุนทองคำเสี่ยงสูงมาก เสี่ยงสูงกว่าหุ้นอีก ชั้นก็เคยบอกไปแล้วเมื่อครั้งที่คุยกันเรื่องออมทอง “ทองคำ” ถูกนับเป็นสินทรัพย์ทางเลือก มีความเสี่ยงสูงกว่าหุ้น แต่ 10 ปีที่ผ่าน กลับให้ผลตอบแทนต่ำกว่าหุ้น เพราะทองคำให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยปีละ 6% ขณะที่หุ้นให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงปีละ 13% ที่มา : หลักทรัพย์บัวหลวง น้องโน่ : แต่เพราะ COVID-19 มาทำให้นักลงทุนแห่เข้าไปลงทุนในทองคำมากขึ้น เพราะอีกด้าน “ทองคำ” ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย พอเกิดวิกฤติหรือความไม่แน่นอนที ก็หันไปหาทองคำกัน แต่พอวิกฤติเริ่มคลี่คลาย หรือเริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ ทองก็ร่วง เพราะคนก็จะหันกลับเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างพวกหุ้น เพื่อนสาว : เหมือนหมาหัวเน่าเลยเนาะ พอมีปัญหาก็มาหา แก้ปัญหาได้แล้วก็ทิ้ง น้องโน่ : ก็ว่าไป เพื่อนสาว : แล้วตอนนี้ถ้าชั้นอยากลงทุนทองคำยังพอได้อยู่มั้ยอะ น้องโน่ : ชั้นก็ตอบไม่ได้หรอกว่าได้หรือไม่ได้ แต่จะให้ข้อมูลเธอแทนละกัน แล้วเอาไปตัดสินใจเองว่าควรจะลงทุนทองคำดีมั้ย "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้สำรวจและรวบรวมเป้าหมายราคาทองคำจากกูรูในวงการทองคำ พบว่าส่วนใหญ่มองว่าราคาทองคำยังมีโอกาสขึ้นต่อ โดยให้น้ำหนัก 3 ปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนราคาทองคำได้แก่ - ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังคงเพิ่มขึ้นทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง - ยังไม่มีวัคซีนหรือยาที่ใช้รักษาได้อย่างชัดเจน - ความขัดแย้งระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่มีให้เห็นต่อเนื่อง น้องโน่ : ส่วนความเสี่ยงก็อย่างที่เธอเห็นนั้นแหละ ราคาค่อย ๆ ขึ้น เหมือนเดินขึ้นบัน แต่ลงที ดิ่งเลยจ้า เหมือนลงลิฟต์ เพื่อนสาว : จริงด้วย แล้วนอกจากออมทองที่เคยคุยกัน ยังมีทางอื่นที่จะลงทุนในทองคำได้อีกมั้ย น้องโน่ : มี ก็ซื้อทองคำโดยตรง ไม่ว่าจะทองคำแท่งหรือทองคำรูปพรรณ แต่ถ้าจะลงทุนก็ควรเป็นทองคำแท่งแหละ และก็มีทองทุนรวมทองคำ แต่รายละเอียดเอาไว้วันหลังเนอะ วันนี้มีนัดจ้า เพื่อนสาว : จ่ะ ขอให้สุขสมอารมณ์หมายนะจ้ะ สรุป - ทองคำถูกจัดเป็นสินทรัพย์ทางเลือก - มีความเสี่ยงมากกว่าหุ้น - ยามวิกฤติ ราคาทองคำมักจะพุ่ง เพราะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย - กูรูยังมองว่าทองคำยังมีโอกาสไปต่อถึงปี 64

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  14 สิงหาคม 2563

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม