ส่อง 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงปี 2567 ประจำเดือน "มิถุนายน"

ปัจจุบันหลายคนก็หันมาใช้บัญชีเงินฝากดิจิทัลกันหมดแล้ว เพราะมีความสะดวกสบาย โอนง่าย จ่ายคล่อง และทำธุรกรรมเงินได้หลายรูปแบบ จบครบในมือถือเครื่องเดียว วันนี้ Lumpsum จึงพามาส่องกับ 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1.B-You Wealth ดอกเบี้ยสูงสุด 5.55% จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 900,000 - 1,000,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก 2.KKP Start saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 4.00 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 5,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก 3.Dime ! Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 3.00 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากไม่เกิน 10,000 บาท (เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมเป็นต้นไป) รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก 4.Chill-D ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.88 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะเงินฝากส่วนที่เกิน 50,000 ถึง 100,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก 5.Kept ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.22% จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท และจะได้ดอกเบี้ยเมื่อฝากตั้งแต่เดือน 19 - 24 รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก 6.ttb Me Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.20 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท และต้องมียอดเงินฝากมากกว่าถอนในแต่ละเดือน รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก 7.Speed D+ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.88 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 100,000 ถึง 20,000,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก 8.KKP Savvy ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.80 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 100,000 ถึง 20,000,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก 9.Pro-fit ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.75 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 3,000,000 ถึง 50,000,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก 10.กรุงศรี มีแต่ได้ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท รายละเอียดเพิ่มเติม : คลิก

  ธนากร นวมรัตน์


  05 มิถุนายน 2567

10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูงเดือนพฤษภาคม 2567

ปัจจุบันหลายคนก็หันมาใช้บัญชีเงินฝากดิจิทัลกันหมดแล้ว เพราะมีความสะดวกสบาย โอนง่าย จ่ายคล่อง และทำธุรกรรมเงินได้หลายรูปแบบ จบครบในมือถือเครื่องเดียว 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1.KKP Start saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 4.00 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 5,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาท 2.Dime ! Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 3.00 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากไม่เกิน 10,000 บาท (เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมเป็นต้นไป) 3.Chill-D ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.88 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะเงินฝากส่วนที่เกิน 50,000 ถึง 100,000 บาท 4.Kept ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.22% จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท และจะได้ดอกเบี้ยเมื่อฝากตั้งแต่เดือน 19 - 24 5.ttb Me Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.20 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท และต้องมียอดเงินฝากมากกว่าถอนในแต่ละเดือน 6.Speed D+ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.88 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 100,000 ถึง 20,000,000 บาท 7.Pro-fit ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.75 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 3,000,000 ถึง 50,000,000 บาท 8.SCB Easy Savings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 2 ล้านบาท 9.กรุงศรี มีแต่ได้ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท 10.K-eSavings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 3 แสนบาท

  ธนากร นวมรัตน์


  03 พฤษภาคม 2567

10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูง เดือนเมษายน 2567

ปัจจุบันหลายคนก็หันมาใช้บัญชีเงินฝากดิจิทัลกันหมดแล้ว เพราะมีความสะดวกสบาย โอนง่าย จ่ายคล่อง และทำธุรกรรมเงินได้หลายรูปแบบ จบครบในมือถือเครื่องเดียว วันนี้ Lumpsum จึงพามาส่องกับ 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1.KKP Start saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 4.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 5,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3stndi8 2.Dime ! Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 3.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากไม่เกิน 10,000 บาท (เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมเป็นต้นไป)รายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3tjnzrA 3.Chill-D ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.88 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : เฉพาะเงินฝากส่วนที่เกิน 50,000 ถึง 100,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3wG0YdO 4.Kept ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.22%จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท และจะได้ดอกเบี้ยเมื่อฝากตั้งแต่เดือน 19 - 24รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.keptbykrungsri.com/grow-savings 5.ttb Me Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.20 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท และต้องมียอดเงินฝากมากกว่าถอนในแต่ละเดือนรายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/44nZ9yK 6.Speed D+ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.88 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 100,000 ถึง 20,000,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://shorturl.at/gJPV0 7.Pro-fit ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.75 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 3,000,000 ถึง 50,000,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://shorturl.at/lwCEL 8.SCB Easy Savings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 2 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3yxHeI6 9.กรุงศรี มีแต่ได้ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3l6MJFV 10.K-eSavings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 3 แสนบาทรายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/44ijDZv****************************************************สนใจโฆษณาติดต่อ : Tel: 081-773-6258 (จอย) Email: [email protected]****************************************************

  ธนากร นวมรัตน์


  04 เมษายน 2567

10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูง เดือนมีนาคม 2567

ปัจจุบันหลายคนก็หันมาใช้บัญชีเงินฝากดิจิทัลกันหมดแล้ว เพราะมีความสะดวกสบาย โอนง่าย จ่ายคล่อง และทำธุรกรรมเงินได้หลายรูปแบบ จบครบในมือถือเครื่องเดียว 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1.KKP Start saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 4.00 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 5,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม > คลิก 2.Dime ! Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 3.00 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากไม่เกิน 10,000 บาท (เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมเป็นต้นไป) รายละเอียดเพิ่มเติม > คลิก 3.Chill-D ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.88 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะเงินฝากส่วนที่เกิน 50,000 ถึง 100,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม > คลิก 4.Kept ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.22% จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท และจะได้ดอกเบี้ยเมื่อฝากตั้งแต่เดือน 19 - 24 รายละเอียดเพิ่มเติม > คลิก 5.ttb Me Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.20 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท และต้องมียอดเงินฝากมากกว่าถอนในแต่ละเดือน รายละเอียดเพิ่มเติม > คลิก 6.Speed D+ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.88 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 100,000 ถึง 5,000,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : https://shorturl.at/gJPV0 7.Pro-fit ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.75 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 3,000,000 ถึง 50,000,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม > คลิก 8.SCB Easy Savings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 2 ล้านบาท รายละเอียดเพิ่มเติม > คลิก 9.กรุงศรี มีแต่ได้ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท รายละเอียดเพิ่มเติม > คลิก 10.K-eSavings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 3 แสนบาท รายละเอียดเพิ่มเติม > คลิก **************************************************** สนใจโฆษณาติดต่อ : Tel: 081-773-6258 (จอย) Email: [email protected] **************************************************** #ดอกเบี้ยเงินฝาก #บัญชีเงินฝาก

  ธนากร นวมรัตน์


  06 มีนาคม 2567

บัญชีเงินฝากให้ดอกเบี้ยสูง ประจำเดือนกุมภาพันธ์

ส่อง 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงปี 2567 ประจำเดือน "กุมภาพันธ์" ปัจจุบันหลายคนก็หันมาใช้บัญชีเงินฝากดิจิทัลกันหมดแล้ว เพราะมีความสะดวกสบาย โอนง่าย จ่ายคล่อง และทำธุรกรรมเงินได้หลายรูปแบบ จบครบในมือถือเครื่องเดียว วันนี้ Lumpsum จึงพามาส่องกับ 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1.KKP Start saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 4.00 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 5,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3stndi8 2.Dime ! Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 3.00 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากไม่เกิน 10,000 บาท (เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมเป็นต้นไป) รายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3tjnzrA 3.Chill-D ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.88 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะเงินฝากส่วนที่เกิน 50,000 ถึง 100,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3L4a9Gs 4.Kept ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.22% จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท และจะได้ดอกเบี้ยเมื่อฝากตั้งแต่เดือน 19 - 24 รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.keptbykrungsri.com/grow-savings 5.ttb Me Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.20 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท และต้องมียอดเงินฝากมากกว่าถอนในแต่ละเดือน รายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/44nZ9yK 6.Speed D+ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.88 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 100,000 ถึง 5,000,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : https://shorturl.at/gJPV0 7.Pro-fit ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.75 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากตั้งแต่ 3,000,000 ถึง 50,000,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : https://shorturl.at/lwCEL 8.SCB Easy Savings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 2 ล้านบาท รายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3yxHeI6 9.กรุงศรี มีแต่ได้ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือน เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท รายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/3l6MJFV 10.K-eSavings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 % จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคม เงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 3 แสนบาท รายละเอียดเพิ่มเติม : https://bit.ly/44ijDZv

  ธนากร นวมรัตน์


  01 กุมภาพันธ์ 2567

10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูง เดือนมกราคม

ปัจจุบันหลายคนก็หันมาใช้บัญชีเงินฝากดิจิทัลกันหมดแล้ว เพราะมีความสะดวกสบาย โอนง่าย จ่ายคล่อง และทำธุรกรรมเงินได้หลายรูปแบบ จบครบในมือถือเครื่องเดียววันนี้ Lumpsum จึงพามาส่องกับ 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1.B-You Max ดอกเบี้ยสูงสุด : 6.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : สำหรับลูกค้าใหม่ เฉพาะบุคคลธรรมดาฝากขั้นต่ำ 2,000 บาท และเงินฝากไม่เกิน 10,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม 2.KKP Start saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 4.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากส่วนที่เกิน 5,000 บาทแต่ไม่เกิน 10,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม 3.Dime ! Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 3.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากไม่เกิน 10,000 บาท (เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมเป็นต้นไป)รายละเอียดเพิ่มเติม 4.Chill-D ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.88 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : เฉพาะเงินฝากส่วนที่เกิน 50,000 ถึง 100,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม 5.Kept ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.22%จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาท และจะได้ดอกเบี้ยเมื่อฝากตั้งแต่เดือน 13 - 24รายละเอียดเพิ่มเติม 6.ttb Me Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.20 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท และต้องมียอดเงินฝากมากกว่าถอนในแต่ละเดือนรายละเอียดเพิ่มเติม 7.ECO Saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.75 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : เฉพาะลูกค้าสินเชื่อและมียอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 8.กรุงศรี มีแต่ได้ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 9.K-eSavings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 10.SCB Easy Savings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม

  ธนากร นวมรัตน์


  05 มกราคม 2567

บัญชีเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยสูง ประจำเดือนพฤษภาคม

ปัจจุบันหลายคนก็หันมาใช้บัญชีเงินฝากดิจิทัลกันหมดแล้ว เพราะมีความสะดวกสบาย โอนง่าย จ่ายคล่อง และทำธุรกรรมเงินได้หลายรูปแบบ จบครบในมือถือเครื่องเดียว วันนี้ Lumpsum จึงพามาส่องกับ 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 1. B-You Max ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ดอกเบี้ยสูงสุด : 6.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : สำหรับลูกค้าใหม่ เฉพาะบุคคลธรรมดาฝากขั้นต่ำ 2,000 บาท และเงินฝากไม่เกิน 10,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม 2. Dime ! Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 3.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากไม่เกิน 30,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม 3. ttb Me Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท และมียอดฝากมากกว่าถอนในแต่ละเดือนรายละเอียดเพิ่มเติม 4. KKP Start saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดบัญชีเงินฝากไม่เกิน 50,000 บาท เปิดบัญชีได้ผ่านแอป True Money Walletรายละเอียดเพิ่มเติม 5. Chill-D ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.00 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : เฉพาะเงินฝากส่วนที่เกิน 50,000 ถึง 100,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม 6. ECO Saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.75 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : เฉพาะลูกค้าสินเชื่อและมียอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 7. Kept ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.70 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 3 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 8. กรุงศรี มีแต่ได้ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 9. K-eSavings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 10. SCB EZ Savings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูง "ประจำเดือนพฤษภาคม"

  ธนากร นวมรัตน์


  02 พฤษภาคม 2566

ส่องบัญชีเงินฝากให้ดอกเบี้ยสูง ประจำเดือนเมษายน

1. LH Bank B-You Max ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ดอกเบี้ยสูงสุด : 6.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : สำหรับลูกค้าใหม่ เฉพาะบุคคลธรรมดาฝากขั้นต่ำ 2,000 บาท และเงินฝากไม่เกิน 10,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม 2. ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ดอกเบี้ยสูงสุด : 3.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : เฉพาะยอดเงินฝากไม่เกิน 30,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม 3. CIMB ชิลดี ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.00 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : ส่วนที่เกิน 50,000 ถึง 100,000 บาทรายละเอียดเพิ่มเติม 4. KKP Start saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดบัญชีเงินฝากไม่เกิน 50,000 บาท เปิดบัญชีได้แอปทรูมันนี วอลเล็ตรายละเอียดเพิ่มเติม 5. TTB Me Save ดอกเบี้ยสูงสุด : 2.00 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาท และมียอดฝากมากกว่าถอนในแต่ละเดือน 6. ธอส. ECO Saving ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.75 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 5 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 7. Kept by krungsri ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.70 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 3 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 8.กรุงศรี มีแต่ได้ ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : ทุกเดือนเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 9.กสิกรไทย K-eSavings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 แสนบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 10.ไทยพาณิชย์ SCB EZ Savings ดอกเบี้ยสูงสุด : 1.50 %จ่ายดอกเบี้ย : มิถุนายนและธันวาคมเงื่อนไข : ยอดเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทรายละเอียดเพิ่มเติม 10 บัญชีเงินฝากดิจิทัลที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูง ประจำเดือนเมษายน

  ธนากร นวมรัตน์


  11 เมษายน 2566

อยากมี Passive Income ต้องลงทุนอย่างไร?

เราต้องการทำงานที่ชอบเราต้องการอาหารที่อร่อยเราต้องการสุขภาพที่ดีเราต้องการครอบครัวที่อบอุ่น‍เราต้องการเที่ยวอย่างมีความสุขและอีกหลายความต้องการ จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ต้องการเงินเราเพียงต้องการ "อิสรภาพ" แต่ "อิสรภาพ" ต้องใช้เงิน "การลงทุน" เป็นเส้นทางไปสู่ "อิสรภาพทางการเงิน"เพื่อให้สินทรัพย์หรือเงินทำงานแทนเรานำมาซึ่งรายได้ที่เรียกว่า "Passive Income"แต่จะต้องลงทุนอย่างไรนั้น ไปดูพร้อมกันเลยครับ Active Income VS Passive Income Active Income เป็นรายได้จากการที่เราทำงานเพื่อให้เกิดรายได้ เช่น พนักกงานออฟฟิศมีรายได้เป็นเงินเดือน ค่าคอมมิสชั่น ฟรีแลนซ์ได้ค่าจ้าง เป็นต้น หรือจะเรียกง่าย ๆ ก็คือ การทำงานเพื่อแลกเงินนั่นเอง ส่วน Passive Income เป็นรายได้ที่เกิดจากสินทรัพย์ทำงานแทนเรา เพื่อสร้างรายได้ที่เป็นกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ โดยปกติสามารถสร้าง Passive Income ได้ด้วย 2 วิธีการหลัก คือ การลงทุนทางตรง เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วปล่อยให้เช่า ทำให้มีรายได้จากค่าเช่าเข้ามาทุกเดือน เป็นต้น กับการลงทุนทางอ้อมผ่านตราสารทางการเงิน เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ หุ้นกู้เอกชน ที่เราจะได้รับกระแสเงินสดในรูปของดอกเบี้ย และการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม ที่จะได้รับกระแสเงินสดในรูปของเงินปันผล เป็นต้น • Active Income เราต้องทำงานเพื่อให้มีรายได้ ส่วน Passive Income ใช้สินทรัพย์ทำงานแทนเรา • Active Income มีเวลาจำกัด กล่าวคือ เราจะมีรายได้ตราบเท่าที่เรายังทำงานได้เท่านั้น แต่ Passive Income แม้เราจะทำงานไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังมีรายได้อยู่ และยังสามารถส่งต่อเป็นมรดกได้อีกด้วย • Active Income คือการทำงานที่เราจะได้รับผลตอบแทนเกือบจะทันที เช่น เงินเดือน หรือค่าจ้าง เป็นต้น ส่วน Passive Income ต้องใช้ระยะเวลาเพื่อให้เกิดรายได้ (ช่วงเริ่มต้นลงทุน) แน่นอนว่าทุกคนมี Active Income ต้องทำงานเพื่อเงิน แต่จะดีกว่ามั้ย? ถ้าเรามีรายได้อีกทางจาก Passive Income ที่ใช้เงินทำงานแทนเรา รูปแบบผลตอบแทนจาก Passive Income รายได้จากการลงทุนที่เป็น Passive Income มีอยู่ 3 รูปแบบ คือ 1. ดอกเบี้ย ที่ได้จากการฝากเงิน หรือลงทุนในตราสารหนี้ (พันธบัตรกับหุ้นกู้เอกชน) 2. ปันผล ที่ได้จากการลงทุนในหุ้นและกองทุนรวม 3. ค่าเช่า ที่ได้จากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วปล่อยให้เช่า เช่น สร้างอพาร์ตเม้นท์ให้เช่า ซื้อคอนโดมิเนียมแล้วให้เช่า เป็นต้น ตัวอย่าง อยากมี Passive Income เดือนละ 10,000 บาท ต้องลงทุนอย่างไร และใช้เงินทุนเท่าไหร่? 1. เงินฝากออมทรัพย์ นับเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ซึ่งนั่นก็แลกมากับผลตอบแทนที่ต่ำมากเช่นกัน ปัจจุบันให้อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% ฉะนั้น ถ้าอยากมี Passive Income เดือนละ 10,000 บาท ต้องมีเงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์สูงถึง 48 ล้านบาท 2. ตราสารหนี้ แบ่งเป็น พันธบัตรรัฐบาลกับหุ้นกู้เอกชน เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ จึงให้ผลตอบแทนไม่สูงมากในระดับ 2-5% ต่อปี ฉะนั้น ถ้าอยากมี Passive Income เดือนละ 10,000 บาท ต้องลงทุนในตราสารหนี้ราว 2.4–6.0 ล้านบาท 3. อสังหาริมทรัพย์ เป็นรูปแบบการลงทุนที่ได้รับความนิยมมานาน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน ทาวเฮ้าส์ คอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่า หรือการสร้างหอพัก อพาร์ตเม้นท์เพื่อให้เช่า ซึ่งเป็นการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทางตรง นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทางอ้อมที่ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า ผ่านกองทุนอสังหาริมทรัพย์แทนได้เช่นกัน เช่น Property Fund, Real Estate Investment Trust (REITs) และ Infrastructure Fund (IFF) ที่มีนโยบายลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน บนผลตอบแทน 6%-10% ถ้าอยากมี Passive Income เดือนละ 10,000 บาท ต้องลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ราว 1.2-2.0 ล้านบาท 4. กองทุนรวมหุ้น เหมาะกับคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูง เพิ่งเริ่มต้นลงทุน มีทุนน้อย และไม่มีเวลาติดตามข่าวสารการลงทุนมากนัก เพราะมีผู้จัดการกองทุนลงทุนแทน เนื่องจากเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงเช่นกันในระดับ 8% - 12% ฉะนั้น ถ้าอยากมี Passive Income เดือนละ 10,000 บาท ต้องลงทุนในกองทุนรวมหุ้น 1.0-1.5 ล้านบาท 5. หุ้น เป็นรูปแบบการลงทุนคล้ายการลงทุนในกองทุนรวมหุ้น เพียงแต่เป็นการลงทุนในหุ้นโดยตรง เหมาะกับคนที่มีความรู้ความเข้าใจการลงทุนในหุ้นพอสมควร เริ่มต้นสร้าง Passive Income การจะมีรายได้ประจำอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนจาก Passive Income ต้องใช้เวลาสะสมความมั่งคั่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริง การลงทุนมีขึ้นและมีลง ไม่มีใครสามารถทำนายภาวะการลงทุนในอนาคตได้อย่างแม่นยำ เทคนิคการลงทุนที่จะช่วยให้มือใหม่อย่างเราลงทุนได้อย่างมีความสุขและบรรลุเป้าหมาย ก็คือ การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ DCA (Dollar Cost Averaging) นั่นเอง การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ DCA มีจุดเด่น 3 ข้อ1. ลดความผิดพลาดจากการจับจังหวะการลงทุน เพราะมีงานวิจัยที่ได้ข้อสรุปว่าในการลงทุนระยะยาวการจัดพอร์ตหรือสินทรัพย์การลงทุนเป็นส่วนสำคัญกว่า 90% ที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการลงทุน 2. เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่างกองทุนรวมหุ้น เพราะจะทำให้มีโอกาสได้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยที่ต่ำกว่าในระยะยาว 3. สร้างวินัยการลงทุน เพราะเป็นการลงทุนแบบอัตโนมัติ ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่เรากำหนดได้เอง โดยไม่ต้องหวั่นไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดที่เกิดขึ้น ตัวอย่างการสร้าง Passive Income ด้วยการลงทุนแบบ DCA ในวันที่มีเงินเดือน 30,000 บาท กงยูเริ่มต้นลงทุนแบบ DCA ในกองทุนรวมหุ้นเดือนละ 20% ของเงินเดือน ซึ่งเท่ากับ 6,000 บาท หากกงยูยังคงลงทุนอย่างสม่ำเสมอด้วยเงินเดือนละ 6,000 บาท กงยูจะใช้เวลาราว 20 ปี ที่จะมีพอร์ตกองทุน 2,400,000 บาท ตามเป้าหมาย หลังจากนั้นจึงจะเก็บกินเงินปันผลได้เดือนละ 10,000 บาท (หากพอร์ตกองทุนรวมของกงยูให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5% ต่อปี) แต่ในโลกความเป็นจริง ในอนาคตเงินเดือนของกงยูจะไม่ได้อยู่ที่ 30,000 บาท เพราะเมื่อกงยูอายุเพิ่มขึ้น ก็จะมีประสบการณ์ทำงานเพิ่มมากขึ้น จึงมีโอกาสที่เงินเดือนหรือรายได้จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นั่นหมายความว่าเงินสำหรับการลงทุนต่อเดือนของกงยูก็ควรเพิ่มขึ้นมาด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นจะช่วยให้กงยูบรรลุเป้าหมายพอร์ตกองทุนรวม 2,400,000 บาท ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม มือใหม่อยากมี Passive Income ควรลงทุนระยะยาวแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ DCA Passive Income คือการใช้สินทรัพย์หรือเงินทำงาน ซึ่งหากใช้สินทรัพย์ทำงานได้อย่างถูกต้อง คอยดูแลและมอนิเตอร์ให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ความมั่งคั่งจาก Passive Income จะสามารถส่งต่อเป็นมรกดกได้ด้วย การลงทุนแบบ DCA เป็นตัวช่วยในการสร้างรายได้แบบ Passive Income ที่ดี เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นลงทุน โดยเฉพาะคนที่มีทุนน้อยหรือมีทุนจำกัด และเมื่อตั้งใจลงทุนแบบ DCA อย่างมีวินัยในระยะยาว สุดท้ายแล้ววินัยในการลงทุนก็จะสร้างความมั่งคั่งทางการเงินให้เราอย่างแน่นอนครับ อย่างไรก็ตาม การสร้าง Passive Income ด้วยการลงทุนแบบ DCA ต้องใช้เวลาในการสร้างพอสมควร แต่อย่าเพิ่งท้อไปก่อนนะครับ เพราะความสำเร็จจากการมีรายได้แบบ Passive Income จะสวยงาม และเป็นเส้นทางที่จะทำให้เรามี “อิสรภาพทางเงิน” ได้อย่างแท้จริง

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  24 ธันวาคม 2564

"ลดคุ้มครองเงินฝากคืออะไร ควรกังวลไหม ?"

11 ส.ค.ที่ผ่านมา สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.)ปรับลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ลบ. จาก 5 ลบ.เชื่อว่ามีหลายท่านสงสัย...ว่ามันคืออะไร มีผลกระทบไหม ?โควิดปั่นป่วนจนแบงก์จะล้มหรือเปล่า ?จึงต้องรีบปรับลดกรอบการคุ้มครองเงินฝากจึงอยากนำข้อเท็จจริงมาแชร์เพื่อเลี่ยงความเข้าใจผิด 1.นโยบายนี้เป็นประกาศของ สคฝ. ไม่ใช่แบงก์ชาติ สคฝ.เป็นองค์กรรัฐ ตั้งขึ้นเมื่อปี 51มีหน้าที่คุ้มครองและจ่ายเงินคืนผู้ฝากเงินหากสถาบันการเงินปิดกิจการ 2.ไม่ใช่นโยบายที่เกิดจากผลกระทบโควิด-19 การปรับลดครั้งนี้เป็นกรอบที่กำหนดไว้แล้วตาม พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ปี 51ซึ่งจะปรับลดวงเงินเป็นขั้นบันไดตามระยะเวลาเพื่อให้ผู้ฝากเข้าใจและปรับตัวกับระบบโดย 11 ส.ค.51 คุ้มครองเต็มจำนวน 11 ส.ค.54 คุ้มครอง 50 ลบ.11 ส.ค.58 คุ้มครอง 25 ลบ.11 ส.ค.59 คุ้มครอง 15 ลบ.11 ส.ค.61 คุ้มครอง 10 ลบ.11 ส.ค.62 คุ้มครอง 5 ลบ.11 ส.ค.64 คุ้มครอง 1 ลบ. 3.ผู้ฝากเงินต้องปรับตัวและบริหารเงินสด สคฝ.ระบุว่า การกำหนดวงเงินคุ้มครองเพื่อให้ผู้ฝากเงินปรับตัวและไม่ละเลยบริหารความเสี่ยงกระจายเงินสดหาสินทรัพย์อื่นเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า 4.แบงก์ยังแกร่ง ไม่ล้มง่าย ๆ ปัจจุบันระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio)ของสถาบันการเงินอยู่ที่ 20% สูงกว่าหลายประเทศและยังมีสภาพคล่องในระดับสูงรองรับความผันผวนเศรษฐกิจได้ผู้ฝากไม่ต้องตกใจ การคุ้มครองนี้...จะเกิดขึ้นเมื่อสถาบันการเงินปิดกิจการหรือโดนเพิกถอนใบอนุญาตหากดูจากสถานะของสถาบันการเงินถือว่าแกร่งมากเทียบปี 40 5.ใช่ว่าแบงก์ล้มแล้วส่วนเกิน 1 ลบ. จะหาย ! เงินฝากส่วนเกินยังอยู่ภายใต้การดำเนินชำระบัญชีหากแบงก์ล้มหรือโดนเพิกถอน ก็ยังได้รับเงินคืนหลังการเฉลี่ยทรัพย์ที่ได้จากการชำระบัญชีแต่จะมีระยะเวลาในการดำเนินการ 6.ผู้ฝากเงิน 98.03% มีเงินไม่เกิน 1 ลบ. ใช่ครับ! ผู้ฝากเงินบ้านเราส่วนใหญ่มีเงินไม่เงิน 1 ลบ.ซึ่งถือว่ายังอยู่ในความคุ้มครองเกือบทั้งระบบ 7.เงินฝากที่ได้รับคุ้มครองมีประเภทไหนบ้าง เงินฝากกระแสรายวันเงินฝากออมทรัพย์เงินฝากประจำบัตรเงินฝากใบรับฝากเงิน 8.เงินที่ได้รับการคุ้มครองมีอะไรบ้าง เงินฝากที่เป็นสกุลต่างประเทศเงินลงทุนตราสารต่าง ๆ เช่น พันธบัตร,หุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุนเงินฝากในสหกรณ์แคชเชียร์เช็ค-ตั๋วแลกเงินเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) 9.สถาบันการเงินที่คุ้มครองมีใครบ้าง 9.1.ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ (19 แห่ง) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน)ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน)ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)ธนาคารเมกะ สากลพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)ธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน)ธนาคารเอเอ็นแซด (ไทย) จำกัด (มหาชน)ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย ทรัสต์ (ไทย) จำกัด (มหาชน)ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)9.2.สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ (11 แห่ง) ธนาคารเจพีมอร์แกน เชสธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีส แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัดธนาคารซิตี้แบงก์ธนาคารอาร์ เอช บี จำกัดธนาคารแห่งอเมริกา เนชั่นแนล แอสโซซิเอชั่นธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัดธนาคารดอยซ์แบงก์ธนาคารมิซูโฮ จำกัดธนาคารบีเอ็นพี พารีบาส์ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่นธนาคารอินเดียน โอเวอร์ซีส์ 9.3.บริษัทเงินทุน (2 แห่ง) บริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน)บริษัทเงินทุน แอ็ดวานซ์ จำกัด (มหาชน) 9.4.บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (3 แห่ง) บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เอสเบ จำกัดบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เวิลด์ จำกัดบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ แคปปิตอล ลิ้งค์ จำกัด หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  13 สิงหาคม 2564

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม