1.วางแผนค่าใช้จ่าย
สิ่งแรกที่เราต้องวางแผนในเรื่องการเงินเลยก็คือ เรื่องค่าใช้จ่ายประจำวัน เพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุดและมีผลกระทบโดยตรงกับเรา เริ่มต้นจากการแบ่งเงินเป็นสัดส่วน
เช่น ได้เงินเดือน 20,000 บาท
- แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ที่ต้องจ่ายทุกเดือน ค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ 10,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 8,000 บาท เท่ากับว่าเราสามารถใช้เงินได้วันละประมาณ 266 บาท
- แบ่งเก็บ 10% ของรายได้ ก็คือ 2,000 บาท
เพียงเท่านี้เราก็สามารถใช้เงินได้อย่างเต็มที่ ในจำนวนสัดส่วนที่เราแบ่งไว้เรียบร้อยแล้ว
2.วางแผนเงินสำรองฉุกเฉิน
เมื่อเราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรายวันได้แล้ว สิ่งที่ต่อที่ทุกคน ย้ำว่า ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเงินเดือนหรือเจ้าของกิจการก็ตาม ก็ต้องมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” เพื่อป้องกันเวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จะต้องใช้เงิน ทั้งตกงานกะทันหัน ธุรกิจเจ๊ง ขาดทุน หรือเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องใช้เงินก้อน
โดยควรมีไว้อย่างน้อย 6- 12 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน
เช่น ตัวผมมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย คือ
- ค่าผ่อนบ้าน 7,000 บาทต่อเดือน
- ค่าน้ำค่าไฟ 1,500 บาทต่อเดือน
- ค่าผ่อนรถยนต์ 4,500 บาทต่อเดือน
= รวมรายจ่ายต่อเดือนคือ 13,000 บาท เท่ากับว่าผมต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 78,000 -156,000 บาทนั่นเอง
เงินสำรองฉุกเฉินเป็นเงินก้อนแรกที่ทุกคนควรมีและควรเก็บเลย
3.วางแผนปกป้องความเสี่ยง
พอเรามีเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องวางแผนคือเรื่องความเสี่ยง เพราะถ้าจะหวังพึ่งแค่เงินสำรองฉุกเฉินอย่างเดียว ก็ไม่น่าจะไหว เช่น หากเกิดเจ็บป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาลและนอนพักเป็นแรมเดือน เงินฉุกเฉินที่เก็บไว้อาจจะไม่พอกับค่ารักษาพยาบาล
เราจึงจำเป็นต้องทำประกันเพื่อปกป้องความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เพราะความแน่นอนคือความไม่แน่นอน มีเงินสำรองฉุกเฉินกับประกันไว้ยังไงก็อุ่นใจกว่า
4.วางแผนการเกษียณ
ทุกคนรู้ไหมว่า มีคนไทยเพียง 5% เท่านั้นที่สามารถเกษียณได้อย่างมีความสุข มีเงินพอกินพอใช้ แต่มีคนไทยอีก 95% ที่ไม่สามารถเกษียณได้ตามที่หวังไว้ เพราะเก็บเงินมาไม่พอเกษียณ ทำให้ต้องจำใจทำงานต่อ เพื่อประทังชีวิต
เรามาลองคำนวณเงินที่จะใช้ในการเกษียณกันดีกว่า จะได้รู้ไปเลยว่า เงินที่มีอยู่ตอนนี้ พอที่จะเกษียณหรือยัง ?
อายุที่คาดว่าจะเกษียณ = 60 ปี
อายุที่คาดว่าจะเสียชีวิต = 90 ปี
เหลือเวลาใช้ชีวิตเกษียณอีก 30 ปี
ค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะต้องใช้ต่อเดือน = 20,000 บาท
เท่ากับ 30 x 12 x 20,000 = 7,200,000 บาท
เท่ากับว่าเราต้องมีเงินไว้ใช้หลังเกษียณถึง 7,200,000 บาท เพื่อให้มีเงินไว้ใช้เดือนละ 20,000 บาท ไปอีก 30 ปี
โดยเราควรให้ความสนใจกับเรื่องการเกษียณตั้งแต่เริ่มทำงานวันแรกเลย ยิ่งคิดไว ทำไว ก็จะทำให้เราเหนื่อยน้อยลง ลองคิดดูว่า คนอายุ 25 ปี กับคนอายุ 50 ปี มาเก็บเงิน 7,200,000 บาท ใครจะเหนื่อยมากกว่ากัน
5.วางแผนเป้าหมายตามฝัน
สิ่งสุดท้ายที่เราต้องวางแผนก็คือเป้าหมายของเรา เพราะทุกคนต่างก็มีเป้าหมายในชีวิตเป็นของตัวเอง อย่างผมก็มีเป้าหมายคืออยากมีบ้านในฝันเป็นของตัวเอง ซึ่งสิ่งที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายของเราได้ไวขึ้นก็คือการลงทุน แต่ต้องเป็นการลงทุนที่เราศึกษาหาข้อมูลมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์ ล้วนแต่ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจทั้งสิ้น ผมขอเน้นเลยว่าให้ศึกษาให้ดีก่อนนำเงินไปลงทุน
หากต้องการปรึกษาวางแผนการเงินส่วนตัวโดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำอย่างครอบคลุม คลิกที่นี่ได้เลย