ไม่มีรายการ

มุ่งสู่เศรษฐีด้วยการวางแผนการเงิน

28 เมษายน 2565


ใครอยากเป็นเศรษฐี
ชั้นน่ะซิ ชั้นน่ะซิ

ใครอยากเป็นเศรษฐีมาอ่านทางนี้ครับ
กับสูตรบริหารเงิน ให้รู้จักแบ่งใช้ จ่าย เก็บ และลงทุน



เทคนิคไม่ยากเลยครับ
แต่สิ่งที่ยากกว่าคือ เราลงมือทำแล้วหรือยัง
ถ้ายังไม่ได้เริ่ม เราไปดูพร้อมกันกับ LUMPSUM
ว่าเส้นทางเศรษฐีไม่ใช่เรื่องยาก
ปะ!! ไปลุยกันครับ

ไม่มีภาระหนี้ก้อนใหญ่ใช้สูตรบริหารเงิน 3 ส่วน 50 30 20

ส่วนแรก 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน

ส่วนที่สอง 30% เก็บออมหรือลงทุน ซึ่งอาจจะเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับมีหนี้ก้อนใหญ่ได้

ส่วนที่สาม 20% ซื้อความสุขให้ตัวเอง จะเที่ยว จะปาร์ตี้ก็แล้วแต่ความชอบเลยครับ

ปล. สูตรบริหารเงินไม่ใช่สูตรตายตัว เราสามารถนำไปประยุกต์ ปรับเปลี่ยนได้ตามรายได้ หรือ Lifestyle ของการใช้ชีวิต สูตรเป็นเพียงแนวทางเพื่อให้เห็นภาพเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดอยู่ที่ตัวเราต้องวางแผนและจัดการ "เงิน" นอกจากรู้จักหา ต้องรู้จักใช้ และที่สำคัญรู้จักเก็บและลงทุน

มีภาระหนี้ก้อนใหญ่ใช้สูตรบริหารเงิน 4 ส่วน 10 20 30 40

ส่วนที่ 1 : 10% ให้รางวัลตัวเอง
ส่วนนี้ต้องมีนะครับ โดยเฉพาะพวกขี้งก ขี้เหนียวทั้งหลาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ ตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้
เพราะฉะนั้น ใช้โลดเด้อสู (กรุบกริบซัก 10% พอนะ)

ส่วนที่ 2 : 20% เงินเก็บหรือลงทุน
ได้มาแล้วหักไปเก็บหรือลงทุนเลย ยามเกษียณจะได้มีเงินใช้อย่างสบาย เกษียณได้อย่างมีความสุข

ส่วนที่ 3 : 30% ภาระหนี้ก้อนใหญ่
สำหรับคนที่มีหนี้ก้อนใหญ่ อย่างหนี้บ้าน หนี้รถ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ควรเกิน 30%

ส่วนที่ 4 : 40% ค่าใช้จ่ายจำเป็น
พวกค่ากินค่าใช้ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายโดยรวมต่อการยังชีพ หรือที่เรียกกันว่า ปัจจัย 4 นั่นแหละครับ

ปล. สูตรบริหารเงินไม่ใช่สูตรตายตัว เราสามารถนำไปประยุกต์ ปรับเปลี่ยนได้ตามรายได้ หรือ Lifestyle ของการใช้ชีวิต สูตรเป็นเพียงแนวทางเพื่อให้เห็นภาพเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดอยู่ที่ตัวเราต้องวางแผนและจัดการ "เงิน" นอกจากรู้จักหา ต้องรู้จักใช้ และที่สำคัญรู้จักเก็บและลงทุน

 

ไม่ว่าจะมีหนี้หรือไม่มีภาระหนี้ก้อนใหญ่ จะเห็นว่ามีส่วนที่ต้องแบ่งเก็บหรือแบ่งไปลงทุน เพราะสิ่งนี้คือส่วนสำคัญ การให้เงินทำงาน “เงินต่อเงิน” จะเป็นเส้นทางเศรษฐีนะครับ

ทำไมต้องลงทุน?

ถ้าเก็บไว้เฉย ๆ อย่างการหยอดกระปุก ที่ไม่ได้ผลตอบแทนเลย หรือเอาไปเก็บในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ที่ล่าสุดให้ผลตอบแทนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน (0.25% ต่อปี หรือสลึงเดียว) สุดท้ายแล้วจะถูกเงินเฟ้อกัดกินมูลค่าให้ลดลง

ดังนั้น ต้องนำเงินไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนอย่างน้อยเทียบเท่าเงินเฟ้อ ยิ่งมากกว่าเงินเฟ้อยิ่งดี เพราะจะทำให้มูลค่าที่แท้จริงเพิ่มขึ้น หากทำได้อย่างสม่ำเสมอการบรรลุเป้าหมายทางการเงินจะง่ายขึ้น และจะเป็นเส้นทางสู่ “อิสรภาพทางการเงิน” ที่ให้เงินหรือสินทรัพย์ทำงานแทนเรา (เศรษฐี นอกจากลงแรงทำงานแล้ว เค้ายังใช้เงินที่หาได้ให้มันช่วยทำงานต่อ ก็จะยิ่งร่ำรวยมากขึ้นครับ)

บทสรุป

 

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ