ไม่มีรายการ

3 จุดเด่นลงทุนผ่านกองทุนรวม และแนวทางเลือกกองทุนเบื้องต้น

18 กุมภาพันธ์ 2564


3 จุดเด่นลงทุนผ่านกองทุนรวม และแนวทางเลือกกองทุนเบื้องต้น

อยากลงทุนหุ้นแล้วล่ะ แต่เวลาก็ไม่ค่อยจะมี ทำงานวันๆ ก็หมดแรงแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง ไหนจะคัดหุ้น วิเคราะห์หุ้น ประเมินมูลค่าหุ้น วิเคราะห์กราฟ ติดตามอ่านข่าวในประเทศ ต่างประเทศ โอ๊ยย..เห็นทีจะไม่ใช่ทางเรา
.
.
ข่าวดีก็คือ เรายังมี “กองทุนรวม” (Mutual Fund) เป็นทางออกค่ะ เราไม่ต้องไปรู้ในรายละเอียดว่าเค้าประเมินมูลค่าหุ้นอย่างไร วิเคราะห์หุ้นอย่างไร หรือซื้อขายตราสารหนี้กันอย่างไร หน้าที่เราคือ “ชอปปิง”
.
.
เลยอยากชวนพวกเราเปลี่ยนจากการชอปปิงของกิน ของใช้ มาเป็นการชอปปิง กองทุนรวม (Mutual Fund) เพื่อต่อยอดเงินออมของเราให้งอกเงยแบบอัตโนมัติ   

.
.
หนังสือ “จัดทัพลงทุนรวยแบบอัตโนมัติ” (โดย ดร.สมจินต์ สอนไพศาล,ศักดา สรรพปัญญวงศ์) คือหนึ่งในหนังสือด้านการเงิน การลงทุนที่แอดชอบมากเล่มหนึ่ง ทำให้แอดมีกำลังใจเมื่อได้ลองทำตาม ทีละขั้น ทีละขั้น กระทั่งได้เสพติดกับการออมแบบอัตโนมัติไปเสียแล้ว
.
.
ในที่นี้แอดจะสรุปมาบางตอน โดยจะเป็นการสรุปจากหนังสือส่วนหนึ่งบวกกับความรู้ความเข้าใจของแอดอีกส่วนหนึ่ง แต่เนื้อหาหลักๆ แล้วจะอ้างอิงจากหนังสือเล่มนี้

 

ทำไมต้องลงทุนผ่านกองทุนรวม?

.
Painpoint อย่างหนึ่งของมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเรา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราทำงานกันวันละ 8 ชั่วโมง นี่ยังไม่นับรวมเวลาเดินทางขาไปและกลับ แอดเชื่อว่าหลายคนพอถึงบ้านนี่คือแบตหมดเรื่องลงทุนก็อยากจะศึกษาแต่ถ้ามีแบบที่ง่ายกว่าและใช้เวลาไม่นานมันก็น่าสนใช่ไหมคะ ซึ่งไอ้เจ้ากองทุนรวมนี้แหละค่ะ มันตอบโจทย์เรา

.
.
หลักการคือ “เรามีเงินเหลือใช้” และเราก็นำเงินก่อนนี้ไปให้ “ผู้จัดการกองทุนบริหารให้” พูดง่ายๆ ว่า มันไม่ต่างอะไรกับการที่เรามีผู้จัดการส่วนตัวเลยค่ะ ตรงนี้ประหยัดเวลาของเราไปได้มาก เพราะมีคนบริหารจัดการเงินให้นั่นเอง  

คนดูแลเงินไม่ใช่ไก่กาอาราเล่มาจากไหน ต้องมีใบอนุญาต มีหน่วยงานกำกับดูแลอยู่ ถ้าเราคิดว่า ไหวเหรอ มันใช่เหรอ เราลองถามตัวเองกลับว่า แล้วเงินที่เราเอาไปฝากธนาคารล่ะ...อันนั้น เราก็กำลังให้ธนาคารเอาเงินเราไปบริหารเหมือนกันนะคะ หลักๆ เลยเขาเอาไปปล่อยกู้ และเขาให้ผลตอบแทนเราเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งก็น้อยนิด ดังที่ทุกท่านก็ทราบอยู่   

 

กองทุนรวม ดีกว่าลงทุนเองยังไง? 

.
ถ้ามั่นใจก็ลงทุนในหุ้นเองได้เลยโดยตรง (เป็นอีกหนึ่งวิชาค่ะ) แต่บทความนี้แอดอยากแนะนำ สำหรับผู้ที่ยังไม่ค่อยมั่นใจว่า เอ..เราจะบริหารเงินเราเองได้ดีขนาดไหนนะ จะซื้อหุ้นตัวไหน จะเลือกอย่างไร ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มอีกขนาดไหน ฯลฯ ซึ่งแอดมองว่าเราเพียงแค่หาผู้ช่วยแลกกับจ่ายค่าธรรมเนียมนิดหน่อย แต่ได้เวลาไปทำมาหากินอย่างอื่นเพิ่มในเรื่องทีเ่ราอยากจะทำจริงๆ ส่วนเรื่องหุ้น ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลให้   

 

วิเคราะห์ 3 จุดเด่นของกองทุนรวม 

มีผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญ บริหารเงินให้
.
.
กองทุนทุกกองจะมีผู้จัดการกองทุนที่บริหารจัดการเงินให้เรา ซึ่งผู้จัดการกองทุนเหล่านี้เป็นบุคลากรระดับหัวกะทิ เพราะว่าเขาจะต้องมีการขึ้นทะเบียนเป็นผู้จัดการกองทุนและต้องสอบผ่านคุณวุฒิทางวิชาชีพ อย่างเช่น CFA หรือ CISA และยังต้องมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องครบถ้วนตามเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.ล.ต.

 

มีทางเลือกหลากหลาย ช่วยกระจายความเสี่ยง
.
.
ปัจจุบันกองทุนรวมในบ้านเรามีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย เราสามารถเลือกกองทุนที่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ได้ ตามที่เราต้องการ นอกจากการลงทุนในตราสารตลาดการเงินตราสารหนี้และหุ้นแล้ว เรายังสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่อยู่ในต่างประเทศได้ด้วย เช่น ตราสารหนี้ต่างประเทศ หุ้นต่างประเทศ และลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ เช่น ทองคำ น้ำมัน อสังหาริมทรัพย์ ก็ทำได้ผ่านกองทุนรวม

ขอยกตัวอย่าง สมมุติเราอยากจะลงทุนในหุ้น Tesla อันนั้นมันก็จะยุ่งยากขึ้นไปอีกใช่ไหมคะ แค่หุ้นไทยเรายังบอกว่าไม่ค่อยมีเวลาศึกษา ทีนี้เราก็ไป ชอปปิง กองทุนหุ้นต่างประเทศดูว่ากองไหนเขาลงทุนใน Tesla นี่เป็นทางลัดที่ง่ายที่สุดแล้วค่ะ
.
.
ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อย และยังช่วยประหยัดภาษีได้
.
.
การลงทุนในกองทุนรวมนั้นสามารถเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนไม่มาก แอดไปสำรวจดูบางกองทุนใช้เงินเริ่มต้นแค่ 1 บาทค่ะ แต่ถ้าเราจะไปลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์บางประเภทจริงๆ แล้วอาจต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นจำนวนมาก นอกจากนี้ การลงทุนในกองทุนบางประเภทอย่างเช่น SSF และ RMF เรายังสามารถนำเงินที่ลงทุนไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อีกด้วย

ด้านความโปร่งใสและความมั่นคงของกองทุนอันนี้ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะว่ากองทุนรวมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.และบริษัทจัดการจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีอยู่อย่างเคร่งครัด
.
.
แอดอยากให้เรานึกภาพเหมือนกับธนาคารในไทย จะมีแบงก์ชาติเป็นคนกำกับดูแล ส่วนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ทำหน้าที่บริหารเงินของเรา ก็จะมีสำนักงาน ก.ล.ต.เป็นผู้กำกับดูแลค่ะ

 


อย่างไรก็ตาม ก็อย่าเข้าใจผิดว่ากองทุนจะขาดทุนไม่ได้นะคะ ถ้าเกิดว่าหุ้นปรับตัวลดลงมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนก็จะปรับตัวลดลงหรือว่าขาดทุนได้เช่นกันค่ะ
.
.
คำถามต่อมาก็คืออ้าวเราอยากจะลงทุนในกองทุนรวมแล้วแหละ แล้วเราจะซื้อกองไหนดี เลือกยังไง เรามาดูกันแนวทางในเบื้องต้นก่อนตัดสินใจเลือกกองทุนรวม มีอยู่ 3 ปัจจัยหลักๆ ที่เราควรจะพิจารณา

 

3 เรื่องที่ต้องดูก่อนจะเลือกซื้อกองทุนรวม  

นโยบายการลงทุน

แต่ละกองทุนรวมจะกำหนดไว้ว่า จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้าง สินทรัพย์แต่ละประเภทมีรายละเอียดอย่างไร ไม่ต้องกังวลไปค่ะทุกอย่างจะอยู่ในเอกสารที่เรียกว่า “หนังสือชี้ชวนส่วนสรุป” และ “สรุปสาระสำคัญของกองทุน” เดี๋ยวนี้เราเข้าไปในเว็บไซต์ของบริษัทแล้วดาวน์โหลดเอกสารมาอ่านได้เลยค่ะ

แง่มุมที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษด้วย เช่น หากเป็นกองทุนรวมหุ้น เราก็ต้องดูด้วยว่าเขาบริหารแบบเชิงรุกหรือเชิงรับ กลุ่มหุ้นที่ลงทุนเป็นหุ้นขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก เป็นหุ้นเติบโตหรือหุ้นคุณค่า เพื่อที่เราจะได้พิจารณาถึงผลลัพธ์ที่เราควรจะคาดหวังจากการลงทุน 

 

ผลตอบแทนในอดีตของกองทุน

เรามักจะเจอคำเตือนที่บอกว่า “ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต” แต่ถามว่าในทางปฏิบัตินั้น ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ผู้ลงทุนให้ความสำคัญมากที่สุดในการที่เราจะเลือกกองทุนสักกอง
.
.
หลักพิจารณาผลตอบแทนในอดีตเราควรจะดู 2 มิติ มิติแรก ผลตอบแทนดีหรือไม่เราจะเปรียบเทียบกับดัชนีอ้างอิงที่เรียกว่า “Benchmark” ซึ่งในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปของแต่ละกองทุนจะมีเขียนบอกไว้ว่าเลือกดัชนีใดมาอ้างอิง, มิติที่ 2 ผลตอบแทนสม่ำเสมอหรือไม่ ซึ่งในการลงทุนระยะยาวเราก็อาจจะดูย้อนหลัง 3-5 ปี แต่ละ บลจ.จะสรุปผลตอบแทนย้อนหลังให้เราสามารถศึกษาได้อยู่แล้ว

ค่าใช้จ่ายในการลงทุน

เราต้องพิจารณาว่าก่อนจะเลือกกองทุนสักกอง มีค่าใช้จ่ายเท่าไร ค่าใช้จ่ายมี 2 ประเภท

(1) ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยโดยตรง เช่น ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end-fee) ,ค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุน (Front-end-fee) ค่าธรรมเนียมสับเปลี่ยนเข้า สับเปลี่ยนออก
.
.
(2) ค่าใช้จ่ายที่เก็บจากกองทุน เป็นเหมือนค่าใช้จ่ายทางอ้อม ก็คือค่าใช้จ่ายที่ บลจ.หักจากเงินที่อยู่ในกองทุนทุกๆ กอง ก่อนที่จะประกาศเป็นมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ออกมา เพราะเขาต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดการกองทุน ยิ่งกองทุนบริหารเชิงรุกจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ากองที่บริหารแบบเชิงรับ อย่างไรก็ตาม เวลาที่กองทุนประกาศ NAV ออกมานั้นเขาได้หักค่าใช้จ่ายนี้ไปแล้ว เราควรไปโฟกัสดูตรงค่าใช้จ่ายที่เราต้องรับผิดชอบโดยตรงจะดีกว่า
.
.
เมื่อสนใจแล้วก็สามารถ เปิดบัญชีกองทุนรวมได้เลยค่ะ จะเป็น บลจ.ไหนก็อยู่ที่เราชื่นชอบ หรือง่ายที่สุดสอบถามเราไปธนาคารก็ได้เขาว่า มีบริการเปิดบัญชีกองทุนรวมหรือไม่ ส่วนใหญ่จะมีค่ะเพราะว่า บลจ.ส่วนใหญ่ มักเป็นบริษัทในเครือของธนาคาร 

เลือกช่องทาง เปิดบัญชีกองทุนรวม

เวลาเปิดบัญชีอย่าลืมสมัครบริการหักบัญชีธนาคารเพื่อลงทุนโดยอัตโนมัตินะคะ เมื่อเลือกกองทุนแล้ว ให้เราทยอยลงทุนด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กัน เรียกว่าการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย เราจะซื้อกองทุนได้จำนวนหน่วยลงทุนที่น้อยลงถ้าตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนราคาสูง แต่ถ้าตลาดหุ้นปรับตัวลดลงด้วยจำนวนเงินเท่ากัน เราก็จะซื้อกองทุนได้จำนวนหน่วยลงทุนที่มากขึ้นค่ะ
.
.
ในหนังสือกล่าวไว้ว่า “หัวใจของความสำเร็จคือการทำให้เป็นอัตโนมัติ” เพราะมนุษย์เรามีความสามารถในการ “ใช้เงินที่มีอยู่ให้หมดไปได้ในเวลาที่กำหนดอย่างน่าอัศจรรย์” ในทางกลับกันมนุษย์มีความสามารถในการ “มีชีวิตรอดได้ด้วยจำนวนเงินเท่าที่มีอยู่ในมือ” นั้นแปลว่าเงินเราถูกหักไปซื้อกองทุนแล้ว ดิฉันเชื่อว่าเราน่าจะมีความสามารถในการมีชีวิตรอดได้จากเงินเท่าที่เหลืออยู่ในมือค่ะ

 

มารวยอัตโนมัติไปด้วยกันนะคะ

 

3 จุดเด่นลงทุนผ่านกองทุนรวม

 

#แอดมินช่า #Lumpsum #รวยแบบอัตโนมัติ 

บทความแนะนำล่าสุด

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ