ไม่มีรายการ

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่..แบบไหนใช้ได้บ้าง

12 ธันวาคม 2562


 งวดเข้ามาแล้วสำหรับเทศกาลยื่นภาษีเงินได้ประจำปี ที่จะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ เดือนมกราคม-มีนาคมของปีถัดไป ซึ่งรายการลดหย่อนภาษีมีมากมาย แถมบางปีก็จะมีพิเศษเพิ่มเติมที่รัฐบาลเขาจัดให้ แต่สำหรับบทความนี้ ดิฉันจะพูดถึงเฉพาะ “ประกันชีวิต”

เราจะมาทำความเข้าใจกันว่า ประกันชีวิตแบบไหนบ้างที่ใช้ลดหย่อนภาษี และเราใช้เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ แต่ก่อนอื่นเลยอยากจะชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของประกันชีวิตว่ามีด้วยกันในหลายมิติ ส่วนการลดหย่อนภาษี อยากให้มองว่าเป็นแค่ผลพลอยได้ในทางอ้อมน่าจะเหมาะกว่า

 

ประโยชน์ของประกันชีวิต คุ้มครองอนาคต วินัยการออม มั่งคั่ง 

• สร้างความมั่นคง
การซื้อประกันชีวิตเปรียบเทียบได้กับการซื้ออะไหล่สำรองไว้ใช้ ในยามที่เกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด เช่น อุบัติเหตุ อันอาจทำให้ไม่สามารถทำงานได้เหมือนเคย เราจะได้เงินทดแทนไว้ใช้เลี้ยงชีพในกรณีทุพพลภาพ ในทางกลับกันถ้าไม่ได้ซื้อประกันชีวิตไว้ ลองคิดดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นตามมาบ้างกับตัวเองและคนที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องดูแล

• บรรเทาความเดือนร้อน ให้กับผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดจนถึงขึ้นถึงแก่ชีวิตหากเราทำประกันชีวิตไว้ อย่างน้อยก็ยังมีค่ใช้จ่ายไว้ทำศพ และมีเงินก้อนทิ้งไว้ให้คนที่อยู่ข้างหลังที่เราเคยค้ำจุนและดูแลความเป็นอยู่ตอนยังมีชีวิต ไม่ว่าจะพ่อ แม่ ญาติ ลูก หลาน ยิ่งคนคนนั้นเป็นเสาหลักของครอบครัวด้วยแล้วประกันชีวิตจึงน่าจะเป็นมรดกก้อนสุดท้าย ที่ช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายต่างๆ ไปอีกสักระยะ โดยที่ไม่ทำให้คนข้างหลังเดือดร้อน

• สร้างวินัยการออม
แม้ว่าการซื้อประกันชีวิตจะไม่ได้เหมือนกับการฝากเงินในธนาคาร แต่รูปแบบการออมของประกันแบบสะสมทรัพย์ก็ช่วยฝึกวินัยการออมให้คุณได้ควบคู่กับการคุ้มครองชีวิต ดังนั้น ใครที่อยากจะเริ่มต้นออมแต่ยังขาดวินัย เก็บเงินไปแล้วก็อดที่จะถอนออกมาใช้ไม่ได้นี่อาจจะเป็นอีกทางเลือกได้ เนื่องจากเมื่อซื้อประกันแล้ว ก็คล้ายๆ กับบังคับตัวเองไปในตัวให้เก็บออมเพราะเราต้องจ่ายเบี้ยประกันอย่างสม่ำเสมอตามกำหนดของกรมธรรม์นั่นเอง

• เป็นแหล่งเงินกู้ยามฉุกเฉิน
หลายท่านอาจไม่เคยทราบมาก่อนหรือเคยได้ยินแต่ไม่แน่ใจว่าเราสามารถกู้เงินจากกรมธรรม์ประกันชีวิตของตัวเองได้ด้วยหรือ ข่าวดีคือ สามารถกู้ได้ ดังนั้น หากเมื่อใดขัดสนเงินทองแทนที่จะไปใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล กดเงินสดจากบัตรเครดิต หรือไปรบกวนหยิบยืมจากญาติๆ ลองติดต่อไปที่บริษัทประกันชีวิตเพื่อขอกู้เงิน เค้าเรียกว่าเป็น บริการเงินกู้ตามกรมธรรม์
ส่วนตัวผู้เขียนยังไม่เคยกู้ แต่ว่าเท่าที่อ่านและค้นข้อมูลมาพบว่าดอกเบี้ยจะต่ำกว่าการกู้แบบปกติทั่วไปอยู่มากโข เพราะมันคือการกู้เงินของเราเองที่สะสมไว้จากการจ่ายค่าเบี้ยประกันในแต่ละปี ยังไงหากสนใจก็ลองสอบถามจากบริษัทประกันที่เราเป็นลูกค้าอยู่ ว่าเขามีหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการกู้อย่างไรค่ะ

• ประกันชีวิต ลดหย่อนภาษีได้
ไม่เพียงแค่การซื้อกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF),กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เท่านั้น ที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ยังรวมถึง “ประกันชีวิต” ด้วยเพราะรัฐบาลอยากให้คนไทยสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในบั้นปลายชีวิต หรือมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง ไม่เป็นภาระของสังคม

ซึ่งในการซื้อประกันชีวิต แน่นอนเราก็ต้องจ่ายค่าเบี้ยทุกๆ ปี ไม่ต่างอะไรกับการออมเงินเพื่อซื้อประกันความเสี่ยงในอนาคต ยามที่ไม่สามารถทำงานได้ เราจะยังมีเงินชดเชย หรืออื่นๆ ที่จะบรรเทาทุกข์ได้ รัฐบาลจึงสร้างแรงจูงใจด้านภาษีเพื่อให้คนไทยหันมาสนใจการทำประกันชีวิตมากขึ้น

ดังนั้น ประกันชีวิตที่เราซื้อไว้และจ่ายเบี้ยในแต่ละปีอย่าลืมใช้สิทธิ์นำเบี้ยมาเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีนั้นๆ ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทสำหรับประกันชีวิตแบบทั่วไป และ 200,000 บาทสำหรับประกันชีวิตแบบบำนาญ

 

สรุป ประกันชีวิตแบบไหน ใช้ลดหย่อนภาษีได้บ้าง?

อย่างที่ได้เล่าไปข้างต้นว่า ประโยชน์ของ ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้ด้วย ถามว่าประกันชีวิตมีตั้งหลายแบบ แล้วแบบไหนล่ะที่ใช้ลดหย่อนได้ คำตอบคือ 1.ประกันชีวิตแบบทั่วไป และ 2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ

1.ประกันชีวิตแบบทั่วไป

เราสามารถนำ เบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาทไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ โดยกรมธรรม์จะต้องมีระยะเวลา คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป, ต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตที่อยู่ในไทย และหากกรมธรรม์นั้นมีการจ่ายเงินคืนในทุกปีจะต้องได้คืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี หรือหากจ่ายเงินคืนตามช่วงระยะเวลาเงินที่ได้คืน เช่น 3 ปี 5 ปี จะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลา

 

หน้าตาของประกันชีวิตแบบทั่วไป จะแบ่งเป็น 4 แบบย่อยๆ ดังนี้

(1) ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ : ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์

(2) ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา : บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาประกันภัย

(3) ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ : บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญาหรือจ่ายให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาประกันภัย

(4) ประกันชีวิตควบการลงทุน : เป็นการประกันชีวิตที่ให้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและการลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งไม่มีการรับประกันมูลค่ากรมธรรม์ เนื่องจากมูลค่ากรมธรรม์ขึ้นอยู่กับมูลค่าหน่วยลงทุน โดยอาจสูงขึ้นหรือต่ำลงตามผลประกอบการของกองทุนรวม

 นอกจากนี้ หากเรามีการทำ “ประกันสุขภาพ” เงินที่เราจ่ายค่าเบี้ย “ประกันสุขภาพ” ของตัวเอง ยังสามารถนำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตกับเงินฝากแบบมีประกันชีวิต แล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

 นอกจากประกันชีวิตของเราเองแล้ว "ประกันชีวิตของคู่สมรส" (ที่ไม่มีเงินได้) ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 10,000 บาท แต่จะต้องเป็นคู่สมรสของเราตลอดทั้งปีภาษี ไม่ใช่เพิ่งมาแต่งงานกันในระหว่างปีภาษี

 2.ประกันชีวิตแบบบำนาญ

เรียกอีกชื่อว่าแบบเงินได้ประจำ บริษัทประกันจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเท่ากันอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้เอาประกันภัยทุกเดือนนับแต่วันเกษียณอายุหรือครบ 55 หรือ 60 ปีเป็นต้นไป เบี้ยประกันแบบำนาญ นำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท มากกว่าประกันชีวิตแบบทั่วไป เพราะเป็นการออมเพื่อการเกษียณอย่างแท้จริง พูดง่ายๆ ก็คือ แก่มาแล้วมีเงินบำนาญใช้รายเดือนไปเรื่อยๆ

แต่ทั้งนี้ เมื่อนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ไปรวมกับวงของการลงทุนเพื่อการเกษียณ ทั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF),กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.), กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ,กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)และตัวใหม่ล่าสุดกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

เงื่อนไขที่ต้องพิจารณาก่อนใช้สิทธิ์ คือกรมธรรม์นั้นจะต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในไทย ต้องจ่ายผลประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ กำหนดช่วงอายุการจ่ายเงินเมื่อมีอายุ 55-85 ปีหรือมากกว่านั้น และจะต้องจ่ายเบี้ยครบก่อนได้รับผลประโยชน์

*สรุปแล้ว ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ได้สูงสุดถึง 300,000 บาท แบ่งเป็นประกันแบบทั่วไป 100,000 บาท และแบบบำนาญ 200,000 บาท แต่ส่วนตัวเชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนทั่วไปน่าจะใช้สิทธิ์แบบบำนาญกันน้อย เพราะคนยังไม่นิยมซื้อประกันแบบบำนาญสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับประกันชีวิตแบบทั่วไป

ตารางสรุปแบบประกันชีวิตและสิทธิลดหย่อนภาษี

นอกจาก ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ที่ได้กล่าวไปแล้ว “เบี้ยประกันสุขภาพ ที่ทำให้พ่อแม่” ก็นำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย

 

นอกจาก ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ที่ได้กล่าวไปแล้ว “เบี้ยประกันสุขภาพ ที่ทำให้พ่อแม่” ก็นำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วยนะคะ มีด้วยกัน 2 แบบ

1. ประกันสุขภาพของพ่อแม่เรา ลดหย่อนได้สูงสุดรวมกันไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี (พ่อแม่ต้องมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท)

2. ประกันสุขภาพของพ่อแม่คู่สมรส (คู่สมรสเราไม่มีรายได้) นำเบี้ยไปลดหย่อนได้สูงสุดรวมกันไม่เกิน 15,000 บาทต่อปีเช่นกัน

“ประกันชีวิต” เป็นเครื่องมือหนึ่ง ในการวางแผนการเงิน ซื้ออย่างมีสติ!

อย่าลืมว่า “ประกันชีวิต” เป็นเพียง “เครื่องมือหนึ่ง” ที่ใช้ในการวางแผนการเงิน ดังนั้น จึงต้องจัดสัดส่วนที่พอดีกับความต้องการ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน และนั่นคือเหตุผลในการเลือกซื้อประกันในแบบที่เหมาะสมกับตนเอง

"เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่ต้องจ่ายเบี้ยมากเสียจนเกินกำลัง จนในที่สุดต้องยอมทิ้งไปกลางทางเพราะมันกลายเป็นภาระ หรือไม่ก็จ่ายน้อยเกินไปเสียจนไม่คุ้มความเสี่ยง และทำให้ต้องมาลำบากในยามฉุกเฉินของชีวิต"

ฝากถึงมนุษย์เงินเดือนผู้มั่งคั่งทุกท่าน..ไม่ดีหรอก “เกรงใจ” ไม่เอานะ “เกรงใจ”

และท้ายนี้ ดิฉันขอฝากข้อคิดไว้สำหรับท่านผู้อ่านที่ทำงานประจำอยู่แล้วว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ท่านมีรายรับเข้ามาสม่ำเสมอทุกเดือน มันน่าจะเอื้อต่อการวางแผนทางการเงินได้ไม่ยาก หากว่าท่านมุ่งมั่นที่จะบริหารเงินทองของตัวเองจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินเก็บ เงินลงทุน เงินฉุกเฉิน เงินซื้อประกัน หรืออื่นๆ

เพราะส่วนตัวดิฉันเองมีอยู่ช่วงหนึ่งของชีวิตซึ่งไม่ได้ทำอาชีพเป็นพนักงานประจำ ไม่ได้มีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ตอนนั้นได้เคยมีโอกาสได้ซื้อประกันชีวิต (ที่เกินกำลัง) ส่วนหนึ่งเพราะเกรงใจเพื่อน และอยากช่วยเพื่อน คาดการณ์เพียงแค่ว่า “เราน่าจะจ่ายไหวน่ะ” และก็ไม่คิดไปถึงว่าจะได้ลดหย่อนภาษีหรืออะไร แต่สุดท้ายแล้ว “เราจ่ายไม่ไหว” เพราะรายได้มันขึ้นๆ ลงๆ ไม่แน่นอน จึงตัดสินใจยอมทิ้งไปกลางทาง

“ตอนนั้นทั้งเสียดายและเสียใจ…แต่จากนั้นมา ดิฉันจึงบอกกับตัวเองว่าอย่าทำอะไรที่เกินกำลัง อย่ามัวแต่เกรงใจเพื่อน เอาที่เหมาะสมและพอดีกับฐานะตนจะดีกว่า”

//////////////////

หากคุณกำลังมองหาแบบประกันที่เหมาะกับตัวคุณ หรือเหมาะกับงบที่คุณมี สามารถเช็คและเปรียบเทียบประกันทั้งหมดที่นี่ คลิก

หรือเช็คผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่น Lumpsum ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้

ระบบ iOS ดาวน์โหลดได้ที่นี่ : https://apple.co/2S8n6r8

ระบบ Android ดาวน์โหลดได้ที่นี่ : http://bit.ly/2MbwPcb

------------------------------------
ขอบคุณข้อมูลจาก :
-https://bit.ly/2rg1ga7
-https://www.finnomena.com/yournicefriend/insurance-tax/
-https://www.rd.go.th/publish/60058.0.html
-https://www.posttoday.com/finance-stock/money/494276
-http://www.oic.or.th/th/node/7482

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ