ไม่มีรายการ

การ Refinance คืออะไร  ถ้าทำแล้ว จะช่วยลดดอกเบี้ย ผ่อนสบายขึ้น ได้จริงหรือ ?

การรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร? ถ้าทำแล้ว จะช่วยลดดอกเบี้ย ผ่อนสบายขึ้น ได้จริงหรือ ?

11 มิถุนายน 2567


หลายคนที่กำลังผ่อนบ้านอาจเริ่มได้ยินคำว่า “รีไฟแนนซ์” บ่อยขึ้น โดยเฉพาะเมื่อดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวสูงขึ้นหลังหมดช่วงโปรโมชัน 3 ปีแรก การรีไฟแนนซ์จึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารถช่วยลดดอกเบี้ย ลดค่างวดรายเดือน และทำให้ภาระหนี้โดยรวมเบาลงได้ในระยะยาว

 

การรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร

การรีไฟแนนซ์บ้าน คือการย้ายการผ่อนจากธนาคารเดิมไปธนาคารใหม่ ก็คือการขอกู้ใหม่เพื่อมาชำระหนี้เดิม เหตุผลที่ควรทำการรีไฟแนนซ์ ก็เพื่อทำให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม ลดค่างวดที่ต้องผ่อนต่อเดือนลง และจ่ายหนี้โดยรวมถูกลงกว่าเดิม

 

การรีไฟแนนซ์บ้านนิยมทำกับอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่ที่นิยม Refinance กันจะมี 3 อย่างด้วยกัน

- รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

เป็นการรวมหนี้บัตรทุกใบมาเป็นก้อนเดียวกัน แล้วย้ายไปผ่อนกับธนาคารใหม่ เพื่อให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง และอาจจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าหรือเท่าเดิม

- รีไฟแนนซ์รถ

ทำได้ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เป็นการขอสินเชื่อเพื่อย้ายจากธนาคารเดิมไปธนาคารใหม่

- รีไฟแนนซ์บ้าน

เป็นการขอกู้หนี้ใหม่กับธนาคารใหม่ แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องผ่อนกับทางธนาคารเก่ามาไม่ต่ำกว่า 3 ปีหรือครบตามกำหนดสัญญา

 

ยกตัวอย่างในการการรีไฟแนนซ์บ้าน

ซึ่งดอกเบี้ยบ้านเป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัว เมื่อเราผ่อนมาสักระยะนึงหรือเกิน 3 ปี ดอกเบี้ยที่ต้องเจอในแต่ละเดือนอาจจะสูงขึ้น จาก 3% เป็น 5% การ Refinance บ้าน จะทำให้ดอกเบี้ยกลับมาต่ำอยู่ที่ 3% เหมือนเดิม นั่นหมายความว่าเราจะผ่อนต่อเดือนต่ำลง เสียดอกเบี้ยน้อยลง และได้บ้านมาเป็นของเราไวขึ้น

 

การรีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยอะไรบ้าง

การ Refinance บ้าน จะช่วยให้ดอกเบี้ยที่ต้องเจอต่ำลง เงินที่ผ่อนไปจะเข้าเงินต้นมากขึ้น ส่งผลให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากขึ้น ตามปกติแล้วถ้าเราผ่อนบ้านโดยที่ไม่ Refinance เลย ดอกเบี้ยบวกเงินต้น แทบจะเกือบ 2 เท่าของราคาบ้านเลย เช่นซื้อบ้าน 3 ล้าน แต่พอผ่อนหมด เสียเงินไปเกือบ 6 ล้าน

 

สามารถ Refinance บ้าน ได้ตอนไหน ?

โดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องผ่อนบ้านมาเกิน 3 ปีก่อน หรือที่ตามกำหนดในสัญญา

 

สนใจ Refinance บ้าน ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

1️. ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาเงินกู้เดิม

ลองกลับไปเปิดสัญญาเงินกู้ดูว่าเงื่อนไขที่เขียนไว้นั้น ธนาคารเขาเปิดทางให้เราสามารถไถ่ถอนได้ปีที่เท่าไหร่ ปกติแล้วมักจะต้องรอให้ครบ 3 ปีก่อน แต่หากเราไถ่ถอนก่อน 3 ปีมันจะมีค่าปรับ

2️. สำรวจโปรในตลาด

เมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องเริ่มมองหาว่าจะ "รีไฟแนนซ์" กับธนาคารไหนดี ซึ่งปัจจุบันแต่ละธนาคารมีการจัดโปรโมชั่นออกมาแข่งขันกันดุเดือด อันจะเป็นประโยชน์กับเราในฐานะผู้บริโภค

3. เตรียมความพร้อมเรื่องค่าใช้จ่าย

การ "รีไฟแนนซ์" จะมีค่าใช้จ่ายคล้ายกับตอนซื้อบ้านใหม่ โดยหลัก ๆ จะประกอบด้วย

ㅤㅤ- ค่าธรรมเนียม ประเมินราคาหลักทรัพย์ ราวๆ 2,000 - 3,000 บาท

ㅤㅤ- ค่าดำเนินการสินเชื่อตามสัญญาใหม่

ㅤㅤ- ค่าธรรมเนียมในการจำนอง 1% ของวงเงินกู้

ㅤㅤ- ค่าทำประกันอัคคีภัย

ㅤㅤ- ค่าธรรมเนียม อากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้

ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆ นี้ ส่วนใหญ่ธนาคารมักจะยกเว้นให้ เพื่อดึงดูดให้เรา "รีไฟแนนซ์" กับเขา แต่ทั้งนี้ก็ต้องสอบถามจากพนักงานธนาคารให้ชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายอันไหนยกเว้นหรือไม่ยกเว้น

4️. จัดเตรียมเอกสาร

ข้อนี้ก็เช่นกันกับกรณีข้างต้น "รีไฟแนนซ์" เหมือนกับการเริ่มต้นกู้ใหม่แต่เปลี่ยนเจ้าหนี้ไปเป็นธนาคารแห่งใหม่ ดังนั้น เอกสารประกอบการขอสินเชื่อจึงจำเป็นต้องใช้เหมือนกู้ครั้งแรก ก็จะประกอบไปด้วย

ㅤㅤ- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

ㅤㅤ- สำเนาทะเบียนบ้าน

ㅤㅤ- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)

ㅤㅤ- เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน สำเนาบัญชีธนาคารที่เงินเดือนเข้าย้อนหลัง 3 เดือน

ㅤㅤ- เอกสารหลักประกัน เช่น รายการเดินบัญชีสรุปยอดหนี้เงินกู้ (ของธนาคารแห่งเก่า) และสำเนาหนังสือสัญญาเงินกู้เดิม เป็นต้น

5.ยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน

เมื่อทำมาครบทุกข้อแล้ว จะรออะไรเล่า เราก็ถือเอกสารไปยื่นเรื่อง "รีไฟแนนซ์" กับธนาคารแห่งใหม่ที่เราจะไปเป็นลูกหนี้รายย่อยชั้นดีได้เลย จากนั้นก็รอฟังผลการอนุมัติ ช้า-เร็ว ขึ้นอยู่กับระบบการพิจารณาสินเชื่อของแต่ละธนาคาร หลังอนุมัติแล้ว ก็จะเป็นการนัดวันทำสัญญาไถ่ถอนระหว่างธนาคารเก่าเจ้าหนี้เรา กับธนาคารใหม่ที่จะมาเป็นเจ้าหนี้แทน ซึ่งตรงนี้ก็จะไปจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งที่สำนักงานที่ดิน

⠀⠀

สรุป⠀⠀

สรุปง่ายๆการ Refinance ก็คือการขอกู้ใหม่กับทางสถาบันการเงินใหม่ เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยใหม่ การ Refinance บัตรเครดิตก็เป็นการรวมหนี้เพื่อให้จ่ายหนี้ได้ง่ายขึ้น ผ่อนสบายขึ้น ส่วนการรีไฟแนนซ์รถก็เป็นเช่นเดียวกัน เพื่อให้ภาระค่าใช้จ่ายถูกลง แต่ข้อเสียก็คืออาจจะผ่อนนานขึ้นกว่าเดิม แต่การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งเพราะจะช่วยลดดอกเบี้ยบ้าน และทำให้จำนวนเงินที่ต้องเสียทั้งหมดต่ำลง

 

สำหรับใครที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ ผมก็แนะนำอย่างยิ่งเลยให้ รีไฟแนนซ์ทุกๆ 3 ปี และโปะเงินเพิ่มเท่าที่ไหว จะช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะเลย และได้บ้านมาเป็นของเราไวขึ้นหลายปี

 

สนใจรับคำปรึกษารีไฟแนนซ์บ้าน คอนโดฯ สอบถามเข้ามาได้ที่นี่  คลิกเลย หรือ แอด Line

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ