ไม่มีรายการ

อย่าติดกับดัก "กตัญญู" จนสภาพคล่องพัง

อย่าติดกับดัก "กตัญญู" จนสภาพคล่องพัง

17 มีนาคม 2566


เรียนจบ ทำงานแล้ว มีเงินเดือนแล้ว ส่งเงินให้พ่อแม่เดือนเท่าไหร่ดี?

ช่วงที่ดอกเบี้ยปรับขึ้น เงินเฟ้อขยับสูง แต่เงินเดือนปรับขึ้นตามไม่ทัน ส่งเงินให้ที่บ้านกันเท่าไหร่ครับ?

ถ้าเงินเดือนน้อย ยังไม่ส่งเงินให้ที่บ้าน ถือว่าอกตัญญูไหม?

ไม่ได้ส่งเงินให้พ่อแม่ผิดมากไหม?

เงินเดือน 20,000 บาท ส่งให้ที่บ้าน 10,000 บาท ไม่มีเงินเก็บเลย

 

มีคำถามจากกระทู้แบบนี้เพียบเลยในเว็บไซต์ Pantip รวมถึงเพจหรือกลุ่มเกี่ยวกับการเงินใน Facebook

อ่านไปเรื่อย ๆ แล้วนึกสะท้อนใจขึ้นมาว่า "เฮ้ย! เป็นปัญหาวงกว้างนะเรื่องนี้"

ถ้าเกิดจัดการผิดวิธี ชีวิตพังได้เลยนะ...

ที่จริงผมก็มีปัญหานี้...มีเสมอมา ตั้งแต่เริ่มทำงานถึงปัจจุบัน แต่ผมไม่เคยคิดว่ามันเป็นปัญหา เพราะมีความเชื่อว่า "กตัญญู" เป็นสิ่งที่ต้องทำ แม้กระทั่งวันที่ผมขาดสภาพคล่องสุดขีด "ส่งเงินให้ที่บ้าน" จะเป็นปัญหาสุดท้ายของผม ไม่มีก็กู้เอา หยิบยืม หาให้ได้สักทาง ยังไงที่บ้านต้องได้เงินประจำเดือน เพราะมีแต่ผู้สูงอายุ และไม่มีอาชีพหรือคนดูแลคนอื่นเลย...

 

ผมทำงานหลายอย่างมาก ซึ่งหากไม่มีภาระ "ที่บ้าน" ผมสามารถทิ้งทุกงาน แล้วเลือกทำสิ่งที่ชอบที่สุด ทุ่มกับมันให้เต็มที่ไปเลย

แต่ความเป็นจริง มันทำไม่ได้ เพราะ35% จากรายได้ทั้งหมดของผม ต้องส่งไปให้ "ที่บ้าน" ทุกเดือน ดังนั้นหากเลิกงานใดงานหนึ่ง ระบบพังแน่

ผมไปตามอ่านดู ความเห็นของบรรดากูรูวางแผนการเงินทั้งหลาย "เฮ้ย! บางทีผมอาจจะใช้ชีวิตบนความเชื่อแบบผิด ๆ อยู่หรือเปล่า"

เพราะในทางการเงิน ความกตัญญู ต้องอยู่ในระดับที่พอดี ผู้ให้ต้องไม่เหนื่อยเกินไปทั้งกายและใจ ผู้ให้ต้องมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี โอเค บ้านเราอาจจะเป็น "สังคมอุปถัมภ์ค้ำจุน" ลูกต้องเลี้ยงพ่อแม่หรือผู้มีอุปการคุณที่เลี้ยงเรามา

 

ก็ถูกนะ ไม่เถียงเลย ... แต่ต้องไม่เกินกำลัง ไม่ใช่แต่ละเดือนต้องใช้หนี้นอกระบบให้พ่อ, จ่ายค่าแชร์ให้แม่ หรือให้ยายไว้ใช้ทำบุญ เพราะนั่นมันคือ กิเลส ของเขาเหล่านั้นทั้งสิ้น แต่ตั้งอยู่บนบ่าเรา อย่าให้เงินจากความต้องการของ "ที่บ้าน" จงให้แต่ความจำเป็นแต่พอดีเท่านั้น (ถ้ามีกำลัง) เช่น ค่าอาหาร, ค่ารักษาพยาบาล หรืออาจให้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวประมาณหนึ่ง เป็นต้น

นี่คือสิ่งที่ผมสรุปมาได้จากนักวางแผนการเงินทั้งหลาย คิดไปคิดมา ก็จริงนะ...

 

อีกแนวคิดที่ทำให้ผมถึงบางอ้อคือ ความยากจนถ่ายทอดผ่านพันธุกรรมโดยพฤติกรรมได้ คือ พ่อแม่ ยากจน เลี้ยงลูกเพื่อหวังพึ่งพิง ระหว่างทางก็สร้างหนี้สินพะรุงพะรัง คิดเพียงวันหนึ่งลูกโตทำงานหาเงินได้ จะช่วยจัดการตรงนี้
คิดดู

ว่า ชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้นตั้งตัว ก็เจอภาระก้อนโตแล้ว หากวันหนึ่งลูกมีครอบครัวมีลูกเอง ภาระก็จะเพิ่มเข้าไปอีก ต้องทำงานหนักแค่ไหนถึงจะเพียงพอช่วยเหลือตั้งหลายขา สุดท้ายขาดสภาพคล่องก็ต้องสร้างหนี้ วนลูปวงจรภาระสิครับท่าน!!!

สิ่งที่ควรทำคือ "สร้างกรอบความคิดใหม่" เพื่อให้ความจนนี้ "มันจบที่รุ่นเรา" หึหึ ผมจะเริ่มจากตัวผมนี่แหละ...

 

โอเค ผมคงไม่ไปลดรายเดือนของ "ที่บ้าน" เพราะเขาได้รับแบบนี้มานานหลายปีแล้ว แต่...ผมจะตัดรายการพิเศษที่ไม่จำเป็น ซึ่งชอบโผล่มาระหว่างเดือนเสมอ

เช่น วัดข้างบ้านที่ทำบุญใหญ่, หลานอยากได้ชุดใหม่ไปโรงเรียน, อยากตัดหญ้าบริเวณบ้านจังเริ่มยาวขึ้นละ หรือ น้าตกงานมาอยู่ด้วยช่วงนี้เพิ่มเงินให้หน่อย เป็นต้น

เพราะสิ่งที่ให้ไปแต่ละเดือนเพียงพอเหลือ ๆ กับการเลี้ยงชีพของ "ที่บ้าน" แน่ ๆ ที่เหลือควรบริหารจัดการเอง เพราะด้วยวัยวุฒิ ก็ควรจะเข้าใจ อยากเอาหลานมาเป็นภาระ ก็ดูแลเองให้ได้ ไม่งั้นก็ไปขอเงินจากพ่อ-แม่ เขาโน้น ไม่ใช่ผม

ญาติคนอื่น อยู่ในวัยทำงาน ตกงาน ก็หางานทำ ไม่ใช่มานั่งรอความช่วยเหลือ แต่พูดคุยดี ๆ นะครับ พูดให้เข้าใจ หวังว่าจะเข้าใจนะ ^^

สำหรับท่านที่ขาดสภาพคล่อง อย่าสร้างหนี้ เพื่อส่งเงินให้ "ที่บ้าน" นะครับ ควรเจรจากับ "ที่บ้าน" เล่าให้เขาฟังให้เข้าใจ อีมนุษย์ข้างบ้านจะมาแนะแหนว่า "อกตัญญู" ก็ช่างมัน ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน เพราะสำคัญสุด อาจจะดูเห็นแก่ตัว...

แต่ในทางวางแผนการเงินที่ดี "ไม่ควรสร้างหนี้เพื่อให้คนอื่นสบายแต่ตัวเองเดือดร้อน" คำว่า "กตัญญู" ไม่จำเป็นต้องแลกด้วยเงินเสมอไป อย่าให้ "ที่บ้าน" เสพติดภาวะพึ่งพิง

 

หากยังมีกำลังก็ลองช่วยกันหารายได้เพื่อดูแลตัวเองกันไป ไม่มีเงิน ยื่นมือ ให้คำปรึกษา แสดงความเป็นห่วงเป็นใย เป็นวิธีการแสดงความ "กตัญญู" อีกทางหนึ่ง อย่ามีชุดความเชื่อผิด ๆ ที่ว่า "กตัญญู" คือการให้เงินเท่านั้น

 

หากวันนี้หมุนเงินไม่ทันจำเป็นต้องใช้ มองแหล่งเงินทุนฉุกเฉินอยู่ สามารถสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลได้ที่นี่

 

สุดท้ายที่อยากจะบอกก็คือตัวเราเองก็ควรวางแผนเก็บออมเพื่อการเกษียณ ใครยังไม่เริ่ม เริ่มเลยตอนนี้ เพื่อที่จะไม่ได้เป็นภาระลูกหลาน ในอนาคต ให้ลูปของวงจรภาระจาก "ที่บ้าน" มัน "จบที่รุ่นเรา" เถอะ ^^

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ