ติดเครดิตบูโร ขอสินเชื่อ "รถแลกเงิน" ได้นะจ๊ะ

ใช่ครับ! สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เช่น "รถแลกเงิน" และ "Car for cash" มักไม่ตรวจประวัติเครดิต ทีแรกผมก็ไม่เชื่อ ก็เลยไปตรวจสอบดู พบว่า มีการระบุไว้ในหน้าเว็บของผู้ให้บริการสินเชื่อประเภทนี้เลย แทบทุกเจ้า ไม่ว่าจะรายเล็ก รายใหญ่ ปล่อยสินเชื่อ ไม่เช็กเครดิตบูโร อย่าว่าแต่สินเชื่อจำนำทะเบียนรถเลย... พวก ซื้อรถมือ 1 หรือ รถมือ 2 ก็เลี่ยงไม่ตรวจสอบได้ เพราะเคยเจอมากับตัวตอนซื้อรถใช้เอง เพราะผมมีประวัติผิดชำระหนี้ แต่ผ่านเฉย จึงลองถามเจ้าหน้าที่ดูว่าเพราะอะไร? เขาให้ข้อมูลว่า รถยนต์เป็นสินทรัพย์ที่ค่อนข้างมีสภาพคล่องกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ติดตามง่าย วันไหนเราเบี้ยวจ่ายเกินกำหนด เขาก็แค่ยึดรถไปขายทอดตลาด ซึ่งขายได้ไม่ยากเลย หากได้ราคาต่ำกว่าหนี้ที่ติดไว้ ก็มาไล่เบี้ยเอาส่วนต่างจากผู้กู้อยู่ดี ดังนั้นเพื่อยอดขาย จึงสามารถมองข้ามการตรวจสอบเครดิตได้ กลับมาเข้าเรื่องสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ที่นำมาเล่าวันนี้ไม่ใช่ชี้ช่องสร้างหนี้เพิ่ม เพราะบอกเสมอว่าไม่จำเป็นอย่าสร้างหนี้ แต่หากขัดสนจริง ๆ ถือเป็นอีกทางเลือก เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องฉุกเฉินได้ แต่การที่จะขอสินเชื่อโดยที่มีประวัติเสียด้านเครดิต คุณต้องรับให้ได้ว่าจะเจอเงื่อนเขี้ยวเงื่อนไขดังนี้ 1.ได้วงเงินต่ำกว่าปกติอย่างน้อย 10-30% 2.อัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าปกติ เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3 - 4% เพราะการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ที่มีปัญหาด้านเครดิต ถือเป็นความเสี่ยง ดังนั้นผู้ให้บริการต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน ผู้กู้เองก็ต้องศึกษารายละเอียดตรงนี้ให้รอบคอบว่าคุ้มหรือไม่อย่าคิดเพียง เอาเงินมาก่อน ที่เหลือค่อยว่ากัน แบบนั้นมักง่ายเกินไป และหากไม่มีกำลังชำระคืนรถก็จะถูกยึด และ หนี้จะเพิ่มขึ้น เพราะหากรถถูกยึดแล้วขายทอดตลาดได้เงินต่ำกว่ามูลหนี้ คุณจะโดนฟ้องให้ชำระส่วนต่างที่เหลือ สุดท้ายประวัติด้านเครดิตของคุณจะพังเข้าไปอีก ---------------------------------- ดังนั้นหากไม่จำเป็นมาก ๆ จริง ๆ อย่าหาทำเลย ด้วยความห่วงใย จากหนึ่งไง หนึ่งเอง จะใครล่ะ ^^ ================ สมัครสินเชื่อรถแลกเงิน คลิก

  หนึ่ง ศราพงค์


  07 พฤษภาคม 2564

7 เรื่องต้องรู้ก่อน "รีไฟแนนซ์รถยนต์"

ผมเคยเล่าไปแล้วว่าการ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" คล้ายกับ "รีไฟแนนซ์บ้าน" นั่นคือการย้ายจากผู้ให้บริการสินเชื่อเดิมไปหาผู้ให้บริการสินเชื่อใหม่ แต่จะต่างกันที่วัตถุประสงค์ คือ... "รีไฟแนนซ์บ้าน" เพื่อลดดอกเบี้ย-ค่างวด "รีไฟแนนซ์รถยนต์" เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง "รีไฟแนนซ์รถยนต์" โดยทั่วไปแล้วดอกเบี้ยจะไม่ลดลง เพราะใช้รูปแบบการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate) ตั้งแต่ตอนซื้อครั้งแรก ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดมันรวมอยู่ในค่างวดแล้ว เช่น ซื้อรถ 1,000,000 บาท ดาวน์ 250,000 บาท ดอกเบี้ย 4% เท่ากับว่า ขอสินเชื่อ 750,000 บาท + ดอกเบี้ย 4% ต่อปี ดอกเบี้ยมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนงวดที่ผ่อน เช่น ผ่อน 5 ปี หรือ 60 เดือน จะคำนวณแบบนี้... ยอดขอสินเชื่อ 750,000 x 4% = 30,000 บาท ต่อปี ผ่อน 5 ปี ดอกเบี้ยก็เท่ากับ 30,000 x 5 = 150,000 บาท นำดอกเบี้ย 150,000 รวมกับยอดขอสินเชื่อ 750,000 บาท เท่ากับ 900,000 บาท ผ่อน 5 ปี หรือ 60 เดือน จะได้ค่างวด 900,000 / 60 = 15,000 บาทต่อเดือน ดอกเบี้ยจ่ายจริงคือ 150,000 / 60 = 2,500 บาทต่อเดือน ซึ่งการผ่อนแบบ Fixed Rate ดอกเบี้ยกระจายอยู่ในค่างวดแล้ว ต่อให้คุณโปะ หรือ จ่ายล่วงหน้า ดอกเบี้ยก็จะไม่หายไป เป้าหมายการ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" จึงไม่ใช่การลดดอกเบี้ย แม้ไปขอสินเชื่อจากลิสซิ่งรายใหม่ เพื่อมาปิดลิสซิ่งเดิม ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเก่าทั้งหมดอยู่ดี แม้ลิสซิ่งที่ใหม่จะให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่ก็ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยทั้งหมดของลิสซิ่งเดิม ถ้าจะคิดว่า "รีไฟแนนซ์" เพื่อลดดอกเบี้ย อันนี้ไม่ใช่ ! การ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" เป้าหมายหลักคือการเพิ่มสภาพคล่องมากกว่า เพราะเรามีเงินดาวน์กับค่างวดที่จ่ายไปบ้างแล้วกับลิสซิ่งที่เดิม เช่น ซื้อรถ 1,000,000 บาท ดาวน์ 250,000 บาท ดอกเบี้ย 4% ต่อปี ผ่อนไปแล้ว 1 ปี หรือ 12 งวด เท่ากับจ่ายไปแล้ว 250,000 + (15,000 x12) = 430,000 บาท ซึ่งเดิมเราขอสินเชื่อ 750,000 + ดอกเบี้ย 4% + 5 ปี = 900,000 บาท ดังนั้นเงินต้นรวมดอกเบี้ยกับสินเชื่อเดิมจะเหลือ 900,000 - 430,000 = 470,000 บาท พอเราไปขอ "รีไฟแนนซ์" กับลิสซิ่งแห่งใหม่ รถอายุ 1 ปี ราคาประเมินรถจะอยู่ที่เฉลี่ย 70-80% ขึ้นอยู่กับสภาพ สมมติว่ารถประเมินได้สูงสุด 80% รถราคา 1,000,000 บาท จะได้วงเงิน 800,000 บาท ซึ่งเมื่อเรา "รีไฟแนนซ์" ผ่าน ก็นำเงิน 800,000 บาทไปปิดยอดค้าง 470,000 บาท เหลือเงินส่วนต่างถึง 330,000 บาท !!! เพื่อนำมาใช้เพิ่มสภาพคล่องฉุกเฉิน แต่เท่ากับยอดหนี้คงค้างคุณจะเพิ่มขึ้นนะ... 800,000 บาท ข้างต้นยังไม่รวมดอกเบี้ยตามจำนวนงวดที่ผ่อนด้วย ดังนั้นต้องคิดให้ดีว่าจำเป็นไหมจะนำเงินส่วนต่างนี้มาใช้ แต่ที่เกริ่นมายาวก็เพื่อให้เห็นภาพว่า... นี่แหล่ะคือเป้าหมายของการ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" จะได้เข้าเรื่องสักทีว่า 7 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" มีอะไรบ้าง 1. วงเงินรีไฟแนนซ์ต้องปิดสินเชื่อที่เดิมได้ทั้งหมด การรีไฟแนนซ์รถยนต์ ไม่ได้มีเกณฑ์ตายตัวว่า "ต้องซื้อรถมาแล้วกี่ปี" หรือ "ผ่อนไปแล้วกี่งวด" ถึงจะทำได้ แต่สิ่งที่ลิสซิ่งแห่งใหม่จะพิจารณาเป็นพิเศษคือ การรีไฟแนนซ์ครั้งนี้ "ต้องปิดยอดกับลิสซิ่งเดิมได้ทั้งหมด" อันนี้ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนแรกที่ได้รถคันนี้มา เพราะถ้าหากวางเงินดาวน์ตามเกณฑ์มาตรฐาน 25% ยังไงก็ปิดได้แน่ เพราะเท่ากับคุณจ่ายค่าซื้อรถไปแล้วถึง 25% แต่...หากคุณซื้อมาโดยใช้โปรโมชั่นการตลาดเช่น "ออกรถ 0 บาท" หรือ "ดาวน์น้อยผ่อนนาน" อันนี้อาจจะลำบาก ยิ่งผ่อนไปเพียง 1-2 ปี ยอดค้างจะยังสูงอยู่ ซึ่งอาจะ "รีไฟแนนซ์" ไม่ผ่าน เช่น รถ 1,000,000 ดาวน์แค่ 10% หรือ 100,000 บาท ดอกเบี้ย 4% ต่อปี ผ่อน 5 ปี หรือ 60 งวด คุณจะต้องกู้ 900,000 บาท บวกดอกเบี้ย 4% เป็นเวลา 5 ปี = 180,000 บาท เท่ากับเงินกู้รวมดอกเบี้ย 1,080,000 บาท ผ่อน 60 งวด ตกงวดละ 18,000 บาท ผ่อนไปแล้ว 1 ปี = 216,000 บาท รวมเงินดาวน์ 100,000 บาท เท่ากับจ่ายไปเพียง 316,000 บาท เหลือคงค้าง 764,000 บาท ต่อให้กู้ได้ 80% หรือ 800,000 บาท แม้จะปิดยอดจากที่เก่าได้ก็จริง แต่ก็จะเหลือเงินหลังปิดยอดแค่ 36,000 บาท กับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นมาอีก 800,000 บาท ไม่รวมดอกเบี้ยและค่างวด นี่ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มที่ออกรถ 0 บาท เลยนะ แต่...วิธีนี้อาจจะดีขึ้นมาบ้าง ถ้าหากรีไฟแนนซ์ผ่านนะ เพราะการขอสินเชื่อใหม่ เท่ากับมีโอกาสได้เพิ่มระยะการผ่อน ลดค่างวดต่อเดือนลง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องรายเดือนได้บ้าง 2. รถหรู-จดประกอบทำไม่ได้นะจ๊ะ รถที่สามารถ "รีไฟแนนซ์ได้" คือรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล, รถกระบะ, รถตู้ และรถบรรทุกบางรายการ แต่พวกรถหรู, รถประกอบ หรือรถนำเข้า ลิสซิ่งมักไม่รับนะครับ เพราะประเมินราคากลางได้ยาก และป้องกันการย้อมแมวสวมทะเบียนด้วย 3. แหล่งเช็คราคากลาง ส่วนใหญ่จะอยู่ตามเว็บไซต์รถมือสอง ลอง Google ดูได้เลย เซิร์ทคำว่า "เช็คราคารถมือสอง" เพียบ !!! ผมลองหามาให้คร่าว ๆ จากเว็บชั้นนำ เช่น ... www.taladrod.com www.one2car.com www.carmana.com www.kaidee.com 4. สามารถ "รีไฟแนนซ์" กับลิสซิ่งเดิมได้ คล้ายกับขอลดดอกเบี้ยบ้านนั่นแหล่ะ ก็ไปแจ้งความประสงค์เลยว่าต้องการ "รีไฟแนนซ์" มีออปชั่นอะไรนำเสนอบ้าง ข้อดีคือมีโอกาสผ่านง่ายกว่า (ต้องผ่อนตรงผ่อนดีด้วยนะ) รวมถึงประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม และค่าโอนต่าง ๆ แต่หากเขาไม่มีหรือไม่ให้หรืออิดออด ก็หาที่ใหม่โลด 5. รีไฟแนนซ์ที่ไหนได้บ้าง หลัก ๆ ก็ธนาคารชั้นนำที่ให้บริการสินเชื่อประเภทนี้ เช่น... - กสิกรไทย - กรุงศรี - เงินติดล้อ - ธนชาต - เกียรตินาคิน - ทิสโก้ หรือลองเซิร์ทคำว่า "รีไฟแนนซ์รถยนต์" ใน Google ดู จะมีเว็บไซต์สำหรับเปรียบเทียบข้อเสนอหลายแห่ง หรือลองแอพลิเคชั้น "Lumpsum" ของเราก็ได้ ซึ่งมีบริการเปรียบเทียบข้อเสนอจากผู้ให้บริการหลายราย 6. เอกสารที่ต้องเตรียม - บัตรประชาชนเจ้าของรถ - ทะเบียนบ้านเจ้าของรถ - ทะเบียนเล่มรถยนต์ - หลักฐานแสดงรายได้ 7. ข้อควรรู้ - เจ้าของรถกับผู้รีไฟแนนซ์ต้องเป็นคนเดียวกัน - สามารถขอรีไฟแนนซ์ได้พร้อมกันหลายที่ เพื่อเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุด - อายุผู้กู้บวกอายุสัญญาสินเชื่อ ต้องไม่เกินที่ลิสซิ่งระบุ - ลิสซิ่งบางแห่งมักมีเงื่อนไขว่าเล่มทะเบียนต้องอยู่ในพื้นที่ให้บริการเท่านั้น สมัครสินเชื่อรถแลกเงิน คลิก จบ........................ หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  09 เมษายน 2564

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม