ซื้อของออนไลน์แล้วโดนโกง ทำไงให้ได้เงินคืน

เรายังจะไม่มูฟออนจากเรื่องมิจฉาชีพเรื่องฉ้อโกงนะครับ เพราะมันเยอะมากช่วงนี้ จึงอยากแชร์ให้ครบทุกแง่มุม วันนี้เป็นเรื่องของการซื้อของออนไลน์ แล้วโดนโกง ไม่ว่าจะเป็นโอนเงินไปแล้วไม่ได้ของ ได้ของแต่ปลอมหรือไม่ตรงปก หรือส่งอะไรมาให้ก็ไม่รู้ที่เป็นคนละชิ้นกับเที่เราสั่งไป โดยจะมี 3 หัวข้อใหญ่หลัก ๆ ดังนี้... 1.รวบรวมหลักฐานเพื่อเอาไปแจ้งความ หลักฐานสำคัญมากดังนั้นต้องเตรียมไว้ให้ครบ ประกอบด้วย... 1.1.โปรไฟล์ของร้านค้า ลิงก์ URL ของเว็บไซต์ หรือลิงค์ในโซเชียลมีเดียทุกช่องทางที่มี 1.2.โพสประกาศขายสินค้าที่เราซื้อ 1.3.หลักฐานการโอนเงินต่าง ๆ รวมถึงสำเนาบัตรประชาชน และบัญชีเงินฝากของเราที่โอนไป 1.4.ข้อความบทสนทนาที่เราติดต่อกับร้านค้า 1.5.ชื่อ, เบอร์โทร, ที่อยู่, อีเมลล์ และเลขที่บัญชีของร้านค้า 2.ดำเนินการแจ้งความ หลังจากรวมรวมหลักฐานครบแล้ว ให้รีบดำเนินการแจ้งความทันที และต้องเป็นการแจ้งความเพื่อ "ดำเนินคดีถึงที่สุด" ไม่ใช่แค่ลง "บันทึกประจำวัน" ซึ่งดำเนินการได้ 2 ที่ ดังนี้ 2.1.โรงพักใกล้บ้าน 2.2.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (TCSD) 3.ดำเนินคดี เมื่อแจ้งความเสร็จ ต้องคอยติดตามผลการดำเนินการของเจ้าหน้าที่สม่ำเสมอ เพราะเมื่อเราแสดงเจตจำนงว่า "ดำเนินคดีจนถึงที่สุด" เจ้าหน้าที่ต้องทำตามนั้น โดยต้องมีการตรวจสอบร้านค้า พยานหลักฐานต่าง ๆ และต้องออกหมายเรียกร้านค้ามาสอบปากคำ (หากไม่มาจะเป็นหมายจับ) ซึ่งเมื่อถึงขั้นตอนนี้เขาจะเรียกเราเข้าไปเจรจาไกล่เกลี่ย เรื่องค่าเสียหายกัน ก็ไปตามนัด หากเคลียร์กันได้รู้เรื่องก็จบ แต่หากไม่ได้ก็ต้องส่งเรื่องฟ้องศาลกันต่อไป อ้อ...หลังจากแจ้งความแล้วเราสามารถนำหลักฐานการแจ้งความ โดยใช้เอกสารการแจ้งความที่เจ้าหน้าที่ออกให้ ไปยื่นกับธนาคารเพื่อขอให้อายัดบัญชีได้ มีกี่อันก็แจ้งไปให้หมด ซึ่งจะทำให้ผู้โกงไม่สามารถใช้บัญชีนั้น ๆ ได้อีกต่อไป การฉ้อโกงซื้อของออนไลน์จะผิดกฎหมาย 2 ข้อ คือ... 1.กฎหมายอาญา มาตรา 341 การทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความที่เป็นเท็จ หรือ ปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกและแจ้งให้ทราบ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะมีอายุความ 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่รู้เรื่องกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด ดังน้ันหากรู้ตัวว่าถูกโกง ให้รีบแจ้งความภายใน 3 เดือน 2.พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ที่เกี่ยวกับการนำเข้าซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ หลอกลวง ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทด้วย โดยมีอายุความ 10 ปี ยังไงจะซื้อของออนไลน์ควรเช็คให้ดีว่าร้านค้าน่าเชื่อถือแค่ไหน อย่าเห็นแก่ของถูกจนเกินไป เพราะสุดท้ายอาจโดนโกงได้นะ หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  04 มีนาคม 2565

รู้ทัน App เงินกู้ แบบไหนจริง แบบไหนโจร

ในยุคที่ธุรกรรมการเงินดำเนินการผ่านรูปแบบออนไลน์กันมากขึ้น โดยเฉพาะการกู้เงิน ที่ขอได้ง่ายสะดวกสบาย จิ้มจอไม่กี่ทีก็ยื่นได้แล้ว... ใช่ครับ ! บรรดามิจฉาชีพเขาก็ปรับตัวตามยุค เข้ามาเนียนไปกับเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน ซึ่งมีให้เห็นกันเกลื่อน และโดนหลอกไปแล้วจำนวนมาก มูลค่าเป็นล้าน ผมได้ข้อมูลที่น่าสนใจจากแบงก์ชาติ เกี่ยวกับ การแยกแยะ App กู้เงินว่าอันไหนจริง อันไหนโจร อันไหนปลอม มาแชร์กัน 1. วิธีแยกแยะลักษณะ App App เงินกู้แต่ละประเภท : มี 3 กลุ่มหลัก คือ App กู้เงินที่ถูกกฏหมาย, App กู้เงินนอกระบบ และ App กู้เงินปลอม App กู้เงินถูกกฏหมาย : มาจากสถาบันการเงินที่ได้รับการรับรองจากแบงก์ชาติ, อนุมัติตามคุณสมบัติ, ต้องการเอกสารแสดงรายได้เต็มรูปแบบ, ให้กู้เต็มจำนวน และคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินที่ทางการกำหนดApp กู้เงินนอกระบบ : ชื่อไม่คุ้น-แปลกประหลาด, อนุมัติง่ายไม่สนใจเอกสารแสดงรายได้ใช้แค่บัตรประชาชน, ได้เงินไม่เต็มจำนวนแต่ต้องคืนเต็มจำนวน, ดอกเบี้ย/ค่าปรับสูงเกินที่ทางการกำหนด, ระยะเวลาชำระคืนสั้น และโทรทวงหนี้แบบข่มขู่ คุกคามApp กู้เงินปลอม : ชื่อไม่คุ้น-แปลกประหลาด, มีโฆษณาชวนเชื่อกู้ได้สูง ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติไว, หลอกให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายการกู้ เช่น ค่าค้ำประกัน หรือ ค่าทำสัญญา และมักหลอกให้โอนเงินต่อไปเรื่อย ๆ แต่สุดท้ายไม่ได้ให้กู้จริง 2. อย่าเพิ่งคลิกหากไม่แน่ใจ เมื่อเห็นโฆษณา App กู้เงิน ต้องตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการว่าได้รับอนุญาตจากแบงก์ชาติหรือไม่ ที่นี่ 3. เลือกดาวน์โหลด App เลือก App ที่ปลอดภัยจากแหล่งที่ปลอดภัย เช่น App Store หรือ Google Play ห้ามกดโหลดจากลิงค์มั่วซั่ว และต้องอ่านรายละเอียดเงื่อนไขก่อนกู้ทุกครั้ง เช่น อัตราดอกเบี้ย ค่าปรับ ระยะเวลาผ่อนชำระ รวมถึงวิธีการคืนเงินกู้นี่คือวิธีการ ตรวจสอบ, แยกแยะ และคัดกรอง App กู้เงินที่ทางแบงก์ชาติเขาแนะนำมา ซึ่งเห็นว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่ทุกท่านควรตระหนักไว้ เพื่อจะไม่ได้โดนหลอกหนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

  หนึ่ง ศราพงค์


  18 กุมภาพันธ์ 2565

เผย 6 เคล็ดลับลงทุนออนไลน์ไม่ให้ถูกหลอก

ยุคนี้อันตรายมาก มิจฉาชีพ หรือ โจร !!! เพียบ คอยตั้งท่าจะมาหลอกลวงเราทุกรูปแบบ "การลงทุน" ก็เป็นหนึ่งในนั้น ปัจจุบันมีกลโกงหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ Lumpsum ได้ข้อมูลที่น่าสนใจจาก ก.ล.ต.จึงอยากเอามาแชร์กัน โดยมี 6 เคล็ดลับลงทุนออนไลน์ไม่ให้ถูกหลอก ไว้เป็นเกราะกันภัย ประกอบด้วย.... 1. อย่าผลีผลามลงทุน ตามคำชวนใน social media ไม่ว่าจะมาทางช่องทางใด หรือแอปพลิเคชันไหน 2. สังเกตสัญญาณเตือนภัยกลโกงจากข้อเสนอการลงทุน ลักษณะผลตอบแทนที่ดูดีเกินไป รับประกันผลตอบแทน เร่งรัดให้ตัดสินใจลงทุน ดึงดูดใจด้วยสินทรัพย์ใหม่ ๆ 3. ไม่ลงทุนจากคำชวนของคนใน social media โดยไม่ตรวจสอบ ระวังการแอบอ้างชื่อคนมืชื่อเสียง และ ใช้ชื่อหรือโลโก้ของผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. 4. รักษาความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าความปลอดภัยบน social media 5. ไม่ฝาก-โอนเงินลงทุนเข้าบัญชีส่วนตัวของบุคคลธรรมดา โดยเฉพาะคนที่มาชักชวนลงทุน หรืออ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัท 6. เช็คให้ชัวร์ก่อนลงทุน ให้แน่ใจว่าเป็นบริษัทที่มีตัวตน ไม่มีเจตนาหลอกลวง เซฟอินโฟนี้เก็บไว้เลย ไว้อ่านย้ำ ๆ เตือนใจ จะได้ไม่ถูกหลอก ทั้งนี้ หากพบเบาะแสหรือพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ หรือสงสัยว่าเป็นการหลอกลวงให้ลงทุน สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการในตลาดทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ เว็บไซต์ ก.ล.ต. หรือแอปพลิเคชัน #SECCheckFirst รวมถึงแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่ “ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.ล.ต.” โทร 1207 หรือทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่ เว็บไซต์ ก.ล.ต.

  หนึ่ง ศราพงค์


  11 กุมภาพันธ์ 2565

หลอกกู้เงินออนไลน์ระบาด ระวัง ถ้าไม่อยากเป็นเหยื่อ

เชื่อว่าช่วงนี้แฟนเพจหลายท่านคงได้รับ SMS ประมาณว่า... "ท่านได้รับวงเงินกู้พิเศษ 50,000 บาทคลิ๊กลิงค์เลย......"หรือ "สินเชื่อง่าย ๆ อนุมัติใน 5 นาที แค่กดลิงค์"หรือ "คุณได้สินเชื่อ 200,000 บาท กดรับได้เลย..."ครับ !!! ระบาดหนักมาก ผมได้ SMS ลักษณะนี้เกิน 10 อันมันคือมิจฉาชีพรูปแบบใหม่นะครับ ห้ามกด !!!พวกนี้มันจะใช้ช่วงที่ทุกคนกำลังมีปัญหาขาดสภาพคล่อง-ได้รับผลกระทบจากโควิด-19และเข้าถึงแหล่ะเงินทุนในระบบไม่ได้ข้อมูลจาก "กองบังคับการปราบปราม...การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ"ระบุว่า มีผู้เสียหายร้องเรียนเกี่ยวกับมิจฉาชีพกลุ่มนี้หลายพันรายมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาทพฤติกรรมของการลวงลักษณะนี้คือ...จะหลอกเอาเงินเราโดยไม่ได้ให้กู้จริงโดยจะส่ง SMS ล่อลวงด้วยวงเงินกู้สูงกู้ได้ด่วน ได้ง่าย ไม่ต้องมีหลักฐาน-หลักประกันใดวิธีการคือเมื่อเหยื่อกดตอบรับเข้าลิงค์ที่ส่งมาทาง SMS จะเป็นการเพิ่มเพื่อนในไลน์หลังจากนั้นจะขอ ชื่อ-นามสกุลเบอร์โทร-เลขบัญชีธนาคารแล้วให้เลือกว่าจะกู้เงินเท่าไหร่จูงใจด้วยดอกเบี้ยแสนถูกเช่น 2-4% ต่อปี จ่ายขั้นต่ำแค่ 5-10% ของเงินกู้พอเลือกเสร็จ ก็จะอนุมัติทันที แต่...มีข้อแม้คือต้องโอนเงินค่าประกันให้มันก่อนเท่าที่ตามข้อมูลมาส่วนใหญ่จะ 10% ของวงเงินกู้เช่น กู้ 100,000 บาท ต้องโอนให้มันก่อน 10,000 บาทซึ่งไม่มีการกู้เงินในระบบที่ไหนทำแบบนี้เราไปกู้เงินนะเว้ยยย ต้องโอนเงินให้ทำไมผมดูรายการสัมภาษณ์เหยื่อหลายรายให้ข้อมูลตรงกันว่า หลังจากโอนค่าธรรมเนียมไปแล้วจะไลน์มาบอกว่ายอดเงินพร้อมถอนแล้วรวมเงินประกันเช่นโอนไปแล้ว 10,000 บาท ก็จะบอกว่ายอดที่ถอนได้คือ 110,000 บาทแล้วจะทำทีเหมือนว่าจะให้โอนเงินเข้าบัญชีไหนพอส่งให้ไป กลับบอกว่าไม่สามารถโอนเงินได้เพราะข้อมูลไม่ครบ ต้องแจ้งข้อมูลโน่นนี่นั่นเพิ่มเติมโดยมีค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเฉลี่ย 5-10% ของวงเงินที่จะกู้ "อิหยังวะ !"และแน่นอนครับ เหยื่อส่วนใหญ่หลงเชื่อโอนไปให้อีกก้อน หลังจากนั้นหายครับท่านเข้ากลีบเมฆเลย ...ผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นเหยื่อที่ยังพอมีเงินอยู่ซึ่งบางครั้งเหยื่อที่ไม่มีเงินเลย อาจจะรอดเพราะต้องโอนเงินไปให้พวกมันก่อนแต่บางรายคิดอยากจะได้เงินก้อนใหญ่และไปหาหยิบยืมคนอื่นมา จะเท่ากับซวย 2 ต่อดังนั้นหากมีข้อความลักษณะนี้ห้ามคลิ๊กเด็ดขาด ไม่มีใครเอาเงินมาให้คุณฟรี ๆ หรอก แม้จะเป็นการกู้ก็ตาม เพราะสถาบันการเงินในระบบ ก็ไม่ทำแบบนี้ !!! สำหรับผู้ที่เสียหาย สามารถแจ้งเรื่องได้ที่ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน15992.ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 15673.ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมแบบนี้จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท อย่าไปหลงเชื่อใครง่าย ๆ นะครับยิ่งยุคนี้ที่มิจฉาชีพเต็มโซเชี่ยลไปหมดด้วยความปรารถนาดีหนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^ สินเชื่อส่วนบุคคลที่ Lumpsum ดีลตรงกับแบงก์ชั้นน้ำทั่วประเทศ ดอกเบี้ยพิเศษ วงเงินสูงสุดถึง...ล้านบาท ดอกเบี้ยเบา ผ่อนสบาย ได้เงินก้อนพร้อมใช้ สนใจ คลิก

  หนึ่ง ศราพงค์


  27 สิงหาคม 2564

สอนวิธียื่นภาษีออนไลน์ ง่ายๆ Step by Step

ใครยื่นภาษีแล้วได้รับเงินคืนกันไปบ้างงง…ในกลุ่มเพื่อนๆ ของดิฉันนี่นะ กรี๊ดกร๊าดกันมากเลย เวลาถึงรอบยื่นภาษีประจำปี “ของฉันได้ละ” “ของเธอล่ะ” “ว๊าย..ทำไมเธอได้ช้ากว่าของชั้น” ฮ่าๆ ไม่รู้คนอื่นเป็นกันหรือเปล่า แม้ว่าจริงๆ แล้ว “มันก็เงินเรานะแหละ ที่จ่ายภาษีเกินไว้” ไม่ใช่ว่ารัฐบาลเค้าแจกซะที่ไหน แต่ก็อย่างว่านะคะถ้าจะมองอีกมุมมันคล้ายๆ กับเงินเก็บ เงินออมนะ ได้เป็นกอบเป็นกำเล็กๆ ต้นปีพอให้ชื่นใจต่อจากเงินโบนัส ก็แฮปปี้ไปอีกแบบค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเห็นข้อความในมือถือแจ้งยอดเงินคืนมานี่แหละ แม๊…มันชื่นใจจริงๆ ^_^ ปี 2563 รัฐบาลขยายเวลาให้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ผ่านอินเทอร์เน็ตปีภาษี 2562 ได้ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2563 ต่อมาก็ขยายเวลาอีก เป็นภายใน 31 สิงหาคม 2563 วันนี้เลยจะถือโอกาสมารีวิวขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต เผื่อจะเป็นประโยชน์กับมนุษย์เงินเดือนอีกหลายๆ คน โดยเฉพาะคนที่อาจจะเพิ่งเคยยื่นเป็นครั้งแรก ยังไม่กล้าถามเพื่อน ถามไปเดี๋ยวโดนแซว ไม่กล้าถาม HR เพราะดูท่าทางจะดุ หัวหน้าเหรอยิ่งแล้วใหญ่ หรือบางคนก็ยื่นอยู่ทุกปีนะแหละ แต่ต้องมี Mentor นั่งข้างๆ เพื่อความอุ่นใจ (มีหรือเปล่าคะแบบนี้ 55++) เดี๋ยวเรามาดูกันแบบ Step-by-Step เลยค่ะ อันดับแรกใครที่มีเอกสาร หลักฐานที่จะใช้ลดหย่อนภาษี ก็เอามารวมๆ กันไว้นะคะ จะได้เติมข้อมูลต่างๆ ในเว็บได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องไปวิ่งหาทีละอย่าง (ดิฉันนี่แหละตัวขี้เกียจเลย) เช่น หนังสือรับรองดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน (ขอจากแบงก์ที่เรากู้เงินซื้อบ้าน), ใบ50 ทวิ (ฝ่ายบุคคลจะส่งให้ พนง.), ใบเสร็จค่าเบี้ยประกันภัย ...ใครมีอะไรบ้าง ก็เตรียมมา รวบรวมไว้ให้พร้อมค่ะ จากนั้นให้เราเข้ามาที่เว็บไซต์ของ กรมสรรพากร จะเจอหน้านี้ตามภาพด้านล่าง ให้คลิก ภ.ง.ด.90/91 คลิก ภ.ง.ด.90/91 เสร็จแล้วเราจะมาเจอกับหน้านี้ ซึ่งในกรณีนี้เรายื่นด้วยตนเอง เราก็คลิกยื่นแบบฯ ภ.ง.ด.90/91 จากนั้นจะเข้าสู่หน้า Login ตามรูปด้านล่าง เราก็ใส่หมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่าน แต่ถ้าใครยังไม่มีหมายเลขผู้ใช้และรหัสผ่าน ให้คลิกลงทะเบียนก่อนตรงตัวเลขสีแดงด้านล่าง เมื่อ Login เรียบร้อยก็จะเข้าสู่หน้า “ข้อมูลผู้มีเงินได้” หน้านี้จะขึ้นชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อัตโนมัติ เราตรวจดูว่าถูกต้องไหม ถ้าเราเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนชื่อ เราก็สามารถแก้ไขได้จากปุ่มด้านล่าง แต่หากทุกอย่างถูกต้องแล้ว ก็เลือก “ทำรายการต่อไป” เพื่อเข้าสู่ 6 ขั้นตอนการยื่นภาษี จากนี้จะเป็น 6 ขั้นตอนการยื่นภาษี 1.หน้าหลัก หน้านี้คือการบอกสถานะของเราว่า โสด สมรส หรือหม้าย , สถานะการยื่นแบบ เรายื่นปกติ ส่วนฝั่งขวาขอข้ามไปนะคะ เพราะดิฉันยังไม่มีคู่สมรส (ขายของ 55++) 2.เลือกเงินได้/ค่าลดหย่อนต่างๆ ฝั่งซ้ายก็ดูว่าเรามีรายได้จากทางไหนบ้าง ก็เลือกช่องนั้น แต่หลักๆ ของมนุษย์เงินเดือน (รวมทั้งดิฉันเอง) ก็จะเป็นเงินเดือน โบนัส เราก็เลือกช่องแรก คือ มาตรา 40 (1) ถ้าใครมีอย่างอื่น ก็เลือกใส่เครื่องหมายถูกลงไปให้ครบตามเงินได้แต่ละข้อ ฝั่งขวาก็มาตรวจสอบดูค่าลดหย่อน ซึ่งค่าลดหย่อนของมนุษย์เงินเดือน หลักๆ ก็จะมีเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ค่าอุปการะบิดามารดา (ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป) เงินสมทบประกันสังคม ใครมีเบี้ยประกันชีวิต มีดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อบ้าน/คอนโด ก็เลือกใส่เครื่องหมายลงในช่องนั้นๆ แล้วก็ “ทำรายการต่อไป” ต่อ... 3.บันทึกเงินได้ ตรงนี้ให้หยิบ “หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ใบ 50 ทวิ” ที่ฝ่ายบุคคลได้แจกให้กับเราช่วงต้นปี กรอกข้อมูลตรงช่องสีขาว ได้แก่ เงินได้พึงประเมิน ภาษีที่หักและนำส่งไว้ เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตลอดปีภาษี และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (13 หลัก) ของนายจ้างเรา ส่วนตรงช่องที่เป็นสีเทา ไม่ต้องเติมอะไร ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ หลังจากเรากรอกช่องสีขาวครบ 4.บันทึกลดหย่อน กรอกตรงช่องสีขาว ลดหย่อนพ่อ แม่ ซึ่งจะต้องมีอายุอย่างน้อยครบ 60 ปีในปีภาษีนั้นๆ (กรณีนี้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนแค่พ่อ) เบี้ยประกันชีวิต ดอกเบี้ยกู้บ้าน ใส่ลงไปให้ครบ จากนั้นก็ ทำรายการต่อไป 5.คำนวณภาษี ทุกอย่างที่เรากรอกข้อมูลไว้จนถึงขั้นตอนที่ 4 ก็จะมาคำนวณตอนจบในหน้านี้ละค่ะ เพื่อที่เราจะได้ทราบว่า สรุปแล้วเราต้องจ่ายภาษีเพิ่ม หรือต้องขอคืน ตามภาพตัวอย่างด้านล่าง ตัวอย่าง : กรณี ต้องชำระภาษีเพิ่มเติม ภาพ : กรมสรรพากร ตัวอย่าง : กรณี ชำระไว้เกิน และขอคืนเงินภาษี ภาพ : กรมสรรพากร 6.ยืนยันการยื่นแบบ หลังทราบแล้วว่า ต้องขอคืนเงิน หรือต้องจ่ายเพิ่ม ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย ยืนยันการยื่นแบบ ต่อ… ต่อ... นี่ก็คือ 6 ขั้นตอนของการยื่นภาษีออนไลน์ Step by Step หวังว่าจะมีประโยชน์กับผู้อ่านนะคะ สำหรับใครที่ขอคืน รอประมาณ 3-7 วันหลังยื่น เงินก็เข้าแล้วค่ะ เดี๋ยวนี้ไวมาก เห็นเพื่อนๆ ยื่นกันประมาณ 3 วันก็ได้เงินคืนแล้ว ส่วนคนที่ต้องชำระเพิ่มเติมก็เลือกช่องทางการชำระที่สะดวกแล้วทำตามขั้นตอนตามที่ในระบบแจ้งมา ข่าวดีคือว่า "ถ้ามีภาษีที่ต้องชำระจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ทั้งภาษีครึ่งปีและภาษีสิ้นปีผู้เสียภาษีมีสิทธิ ขอผ่อนชำระภาษีได้เป็น 3 งวดเท่า ๆ กัน โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มใดๆ " บทความที่เกี่ยวข้อง : ชอบเงินผ่อน 0% ฟังทางนี้ ภาษีก็ทำได้นะ...รู้ยัง? แล้วพบกันในบทความถัดไปค่ะ

  ชัชชญา ฮาเกิน


  24 กุมภาพันธ์ 2563

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม