เงินประกันสังคมที่จ่ายทุกๆเดือน เดือนละ 750 บาท โดนเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง

“เงินเดือนก็น้อยนิดอยู่แล้ว ทำไมต้องมาหักเงินไปประกันสังคมอีก”น่าจะเป็นความในใจของพนักงานเงินเดือนหลายๆคน เมื่อมาถึงวันเงินออกแล้วต้องมาเห็นเงินในบัญชีโดนประกันสังคมหักไป แล้วเราได้อะไรกลับมาบ้าง มันคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปไหมวันนี้ Lumpsum มีคำตอบ !เมื่อได้ยินคำว่าเงินประกันสังคม เพื่อนๆหลายคนอาจจะคิดว่าสามารถใช้รักษาพยาบาลได้เพียงอย่างเดียว แต่จริงๆแล้ว เงินประกันสังคมแบ่งเป็น 3 ส่วนดังนี้ - ประกันชราภาพ 450 บาท- เจ็บป่วย / เสียชีวิต 225 บาท- ว่างงาน 75 บาทจริง ๆ แล้วประกันสังคมเป็นเหมือนการออมเงินภาคบังคับจากรัฐบาลเพื่อให้คนไทยมีเงินใช้หลังเกษียณ ดูได้จากส่วนของเงินชราภาพที่มากที่สุด โดยมีสวัสดิการทั้งหมด 8 อย่างด้วยกัน 1.กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย -สามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ-ในกรณีที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอื่นที่ไม่ได้ระบุในสิทธิต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน แต่สามารถเบิกคืนได้ 2.กรณีทุพพลภาพรุนแรง จะได้รับเงินทดแทนขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดชีวิตในกรณีทุพพลภาพร้ายแรง 3.กรณีเสียชีวิต จะได้ค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท โดยจะจ่ายให้แก่ผู้จัดงานศพ 4.กรณีคลอดบุตร -จะได้รับเงิน 15,000 บาทต่อการคลอดบุตร 1 ครั้ง-หากลาคลอดจะได้รับเงิน 50% ของเงินเดือนเป็นเวลา 90 วัน โดยคิดจากฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท 5.กรณีสงเคราะห์บุตร จะได้รับเงินเดือนละ 800 บาท ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ 6.กรณีชราภาพ จะได้รับเงินเกษียณซึ่งมีด้วยกัน 2 ประเภท-กรณีบำนาญชราภาพ เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จะได้รับเงินบำนาญเท่ากับค่าเฉลี่ยของค่าจ้างใน 60 เดือนสุดท้าย และได้รับบำนาญชราภาพเป็นรายเดือน ตลอดชีวิต-กรณีบำเหน็จชราภาพ เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือถึงแก่ความตาย จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต 7.กรณีว่างงาน มี 2 กรณีเช่นกัน-ถ้าถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินชดเชย 50% ของเงินเดือน โดยคิดจากฐานเงินเดือน 15,000 บาท เป็นเวลาสูงสุด 180 วัน-ถ้าลาออก จะได้รับชดเชย 30% ของเงินเดือน โดยคิดจากฐานเงินเดือน 15,000 บาท เป็นเวลา 90 วัน 8.ทำฟันปีละ 900 บาท สำหรับบริการขูดหินปูน, อุดฟัน, ถอนฟัน และถอน/ผ่าฟันคุด ได้ฟรี โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งในการรับบริการ ภายในวงเงิน 900 บาท/ปีเมื่อเพื่อนๆเห็นสิทธิประโยชน์มากขนาดนี้แล้ว คงใจชื้นขึ้นแล้วใช่ไหมครับ เพราะเงินที่หักไปทุกเดือน เดือนละ 750 บาทนั้น ถึงแม้เราจะไม่ได้รับอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยเลย อย่างน้อยก็เป็นเงินออมในยามเกษียณให้กับเรานั่นเอง

  ธนากร นวมรัตน์


  20 พฤษภาคม 2567

5 องค์ประกอบของการวางแผนการเงิน ที่จะทำให้ชีวิตการเงินดีตั้งแต่เกิดยันตาย

“การวางแผนการเงิน เป็นเรื่องของคนที่มีเงินหลักล้าน หลักสิบล้าน คนหาเช้ากินค่ำ จะไปวางแผนทำไม” “แค่เงินกินรายวันยังจะไม่พอ จะเอาเงินที่ไหนไปวางแผนการเงิน” “พึ่งเริ่มต้นทำงานเอง จะรีบวางแผนการเงินไปทำไม” เป็นคำพูดที่ผมได้ยินมาตลอด จากการที่ผมทำงานเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านการเงิน หลายคนเลยที่ไม่สนใจและไม่คิดที่จะเริ่มต้นวางแผนการเงิน เพราะมักติดกับดักกับคำว่า .ยังไม่มีเงินให้วางแผน” แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเราไม่มีเงิน เรายิ่งที่จะต้องวางแผนการเงินเลย เพราะการวางแผนการเงิน จะทำให้เรามีเงินเก็บที่มากขึ้น และมีความมั่นคงทางการเงิน วันนี้ผมในฐานคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านการเงิน จะมาขอพูดเรื่อง 5 องค์ประกอบของการวางแผนการเงิน ที่จะทำให้ชีวิตทางด้านการเงินของเรานั้นดีตั้งแต่เกิดยันตาย พูดง่ายๆก็คือ สามารถใช้ชีวิตโดยที่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินเลย 1.การจัดทำงบการเงิน องค์ประกอบแรก จะเป็นการสำรวจตัวเราเอง ว่าตอนนี้เนี่ยสถานะทางการเงินของเราอยู่ในระดับไหนด้วยการทำรายรับรายจ่าย ดูทรัพย์สินและหนี้สินคงค้าง เพื่อให้เห็นถึงสถานภาพทางการเงินของตัวเรา การเงินอยู่ในขั้นย่ำแย่ ต้องแก้กระแสเงินสดก่อน ทำให้กระแสเงินสดเป็นบวกให้ได้ > > ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ การเงินอยู่ในขั้นปานกลาง ต้องป้องกันความเสี่ยง เพราะถ้าหากพลาดหรือเกิดวิกฤตอาจจะทำให้ชีวิตการเงินแย่ >> สร้างเงินออมสำรองฉุกเฉิน , ทำประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง การเงินอยู่ในระดับที่ดีมีการป้องกันความเสี่ยง เริ่มศึกษาเรื่องการลงทุน เพื่อนำเงินที่สะสมมาบางส่วนทำให้มันงอกเงย >> ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความรู้ หุ้น , กองทุนรวม , อสังหาริมทรัพย์ เมื่อเรารู้สถานภาพทางการเงินจริงๆ ของตัวเรา จะทำให้เราสามารถตั้งเป้าหมายและวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น 2.การบริหารความเสี่ยงและวางแผนทำประกัน ความเสี่ยงในชีวิตที่ต้องเจอ มันมีเยอะมากๆ ดั่งคำว่า “ความแน่นอน ก็คือความไม่แน่นอน” วันนี้เราทำงานมีความสุขดี พรุ่งนี้เราอาจจะต้องเจอเรื่องที่แย่ที่สุดในชีวิตก็ได้ มันไม่มีใครรู้จริงๆ สิ่งที่เราทำได้ก็คือการบริหารความเสี่ยงของตัวเราเอง ปิดจุดอ่อนของตัวเราด้วยการประกันที่เหมาะสมกับตัวเรา เช่น ทำงานที่มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุวิศวกร ขับรถส่งอาหาร ขับรถบรรทุก >> ทำประกันอุบัติเหตุ เป็นหัวหน้าครอบครัวเป็นรายได้หลักให้กับคนในบ้าน >> ทำประกันชีวิต พ่อแม่เป็นโรคมะเร็ง สูบบุหรี่บ่อย >> ทำประกันโรคมะเร็ง ทำงานหนัก เจ็บป่วยบ่อย >> ประกันสุขภาพ ใช้ชีวิตคนเดียว ไม่มีภาระ >> ทำประกันบำนาญ เพื่อให้มีเงินใช้ในตอนเกษียณ สามารถดูรายละเอียดประกันเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 3.การวางแผนการลงทุน หลายคนถามผมบ่อยมากว่า ทำไมต้องลงทุน เสี่ยงก็เสี่ยง แถมต้องมานั่งกังวลอีก ผมเลยอยากตอบตรงนี้เลยนะครับว่า เหตุผลสำคัญเลยที่เราต้องลงทุน ก็เพื่อชนะเงินเฟ้อ เงิน 100 ในวันนี้ซื้อข้าวได้ 1 จาน กับน้ำ 1 แก้ว แต่ 100 บาท ในอีก 10 ปี ข้างหน้า อาจจะซื้อได้แค่น้ำแก้วเดียว เราจึงจำเป็นต้องหาทางสร้างมูลค่าให้กับเงินกระเป๋าของเรา เลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุนตามสิ่งที่เราถนัดและมีความรู้เป็นหลัก กลยุทธ์การลงทุน ลงทุนระยะสั้น: รับผลตอบแทนระยะสั้น เป้าหมายที่ใกล้ที่สุด ลงทุนระยะยาว: เน้นการเติบโตของเงินทุน รับผลตอบแทนระยะยาว เป้าหมายใหญ่ๆในชีวิตเช่น ลงทุนเพื่อการเกษียณ ลงทุนเพื่อเป็นเงินซื้อบ้าน ช่องทางการลงทุน ฝากออมทรัพย์: ความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูง ผลตอบแทนน้อย ฝากประจำ: ความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องปานกลาง ผลตอบแทนมากกว่าฝากออมทรัพย์ กองทุนรวม: กระจายความเสี่ยง มีหลายประเภท เหมาะกับนักลงทุนทุกระดับ หุ้น: โอกาสรับผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงสูง เหมาะกับนักลงทุนที่มีความรู้ และประสบการณ์ อสังหาริมทรัพย์: โอกาสรับผลตอบแทนจากค่าเช่า และมูลค่าที่ดินที่เพิ่ม 4.การวางแผนเพื่อวัยเกษียณ ทุกคนรู้หรือไม่ว่ามีคนไทยเพียง 5% เท่านั้น ที่สามารถเกษียณได้ แต่ยังมีคนไทยอีก 95% ที่ไม่สามารถเกษียณได้ เพราะมีเงินเก็บไม่เพียงพอเพื่อที่จะใช้ในตอนเกษียณ เพราะหลายคนมีความเข้าใจผิดว่า การเกษียณเป็นเรื่องของคนที่ใกล้เกษียณ แต่พอทำงานไปเรื่อยๆ เข้าใกล้วัยเกษียณจริงๆ กลายเป็นว่าไม่เหลือเวลาในการเก็บเงินเกษียณแล้ว แต่จริงๆแล้ว เราควรเริ่มต้นวางแผนการเกษียณตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงานเลย โดยปัจจุบันเรามีตัวช่วยในการวางแผนเกษียณดังนี้ การซื้อกองทุนรวม SSF และ RMF สำหรับพนักงานประจำ ก็เน้นออมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะมีข้อดีหลักๆคือทางบริษัทจะสมทบเงินเพิ่มให้ด้วย 5.การวางแผนภาษี มาถึงองค์ประกอบสุดท้ายของแผนการเงิน ก็คือ การวางแผนภาษี ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครหลายคนมองข้าม เนื่องจากมองว่ามันเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่ถ้าเรายิ่งมีรายได้มากขึ้น ภาษีที่ต้องเสียต่อปีก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถเปลี่ยนเงินจากการที่ต้องเสียภาษีไปทุกปี เปลี่ยนเป็นเงินออมในอนาคตให้กับเราได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อประกันสะสมทรัพย์ การลงทุนในกองทุนรวม SSF และ RMF เพื่อลดหย่อนภาษี สรุป ㅤㅤทั้ง 5 องค์ประกอบของการวางแผนการเงิน ล้วนสำคัญทั้ง 5 ข้อ ค่อยๆเริ่มต้นทำไปทีละองค์ประกอบ เริ่มจากการจัดทำงบการเงิน เพื่อให้มีกระแสเงินสดเหลือ และค่อยบริหารความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เงินที่เราสะสมมาหายไป และแบ่งเงินบางส่วนนำไปลงทุนต่อเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง พอใช้ชีวิตไปสักระยะนึงก็เริ่มวางแผนวัยเกษียณให้กับตัวเอง เพื่อไม่เป็นภาระให้กับลูกหลาน และท้ายที่สุดก็คือการวางแผนภาษี เพื่อประหยัดเงินในส่วนนั้นไปใช้ในการลงทุนหรือซื้อประกันให้เกิดประโยชน์สูงที่สุด อ่านบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เคล็ดลับบริหารเงิน 3 ส่วน 50/30/20 เริ่มต้นวางแผนการเงินอย่างง่าย ด้วยโหล 6 ใบ เป้าหมายการเงินตามหลัก SMART ที่ควรมีติดตัวจนวันตาย

  ธนากร นวมรัตน์


  08 พฤษภาคม 2567

หมดห่วงเรื่องการเงิน พิชิตเงินเกษียณกับแอป

มนุษย์เงินเดือนจบใหม่หลายคน ไม่ค่อยคิดถึงเรื่องเงินในตอนเกษียณ เน้นใช้เงินแบบเดือนชนเดือน จนทำให้มีปัญหาเงินไม่พอใช้ในยามเกษียณกันทุกคนรู้หรือไม่ว่ามีคนเพียง 5% เท่านั้นที่มีอิสรภาพทางการเงิน สามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้โดยไม่ต้องทำงานแล้ว กลับกันยังมีคนไทยถึง 95% ที่ต้องทำงานแม้กระทั่งเลยอายุ 60 ปีไปแล้ว เพราะมีเงินไม่พอใช้สำหรับการเกษียณ วันนี้แอดจึงอยากพาทุกคนมาให้ความสำคัญกับเรื่องการเกษียณกัน เพราะการวางแผนการเกษียณเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆเลยที่ทุกคนต้องวางแผนกันหลายคนก็บอกอีกว่า "โอ้ วางแผนเกษียณมันเป็นเรื่องยาก ต้องคำนวณนู่นนี่นั่น แค่คิดเรื่องงานก็เยอะพอแล้ว"ปัญหานั้นแก้ได้ง่ายๆ ด้วยการโหลดแอป Lumpsum ที่มีฟีเจอร์วางแผนการเกษียณให้กับเรา สามารถดาวน์โหลดแอป Lumpsum มาใช้ได้เลยที่ลิงก์ข้างล่างนี้ iOS Android วางแผนการเกษียณง่ายๆด้วย 5 ขั้นตอน 1. ตั้งชื่อแผนเกษียณ ตั้งได้เลยตามที่ชอบที่ต้องการ เช่น เกษียณสุข 2. ใส่อายุ อายุปัจจุบัน อายุที่ต้องการจะเกษียณ และอายุที่คาดว่าจะเสียชีวิต เช่น อายุปัจจุบัน 24 ปี ต้องการที่จะเกษียณตอนอายุ 60 ปี อายุที่คาดว่าจะเสียชีวิต 80 ปี 3. ใส่ข้อมูลการเงิน ใส่เงินออมในปัจจุบัน และข้อมูลรายรับ รายจ่ายต่อเดือน เช่น ผมมีเงินออมอยู่แล้ว 2 แสนบาท รายรับ 25,000 บาทต่อเดือน รายจ่าย 15,000 บาทต่อเดือน 4. เลือกวางแผนสำหรับอนาคต ใครที่อยากมีบ้าน มีรถ สามารถใส่ได้เลย แต่ถ้าไม่มีก็ข้ามได้ 5. ใส่รายจ่ายที่คาดว่าจะต้องใช้หลังเกษียณ ผมใส่ไปเดือนละ 12,000 บาท จะใช้ให้ประหยัดที่สุด ทางแอปก็จะคำนวณให้เราว่าจะต้องเก็บเงินอีกกี่บาทถึงจะไปถึงเป้าหมายของเราที่จะมีเงิน 12,000 ใช้ในตอนเกษียณ ของผมสรุปก็คือต้องมีเงินเก็บอีกประมาณ 12 ล้านบาท เห็นตัวเลขแล้วอาจจะคิดว่าเยอะ ทางแอปจึงแยกให้เห็นว่าเก็บต่อเดือนเพียงเดือนละ 5,348 บาทต่อเดือนเท่านั้น ยิ่งถ้าเราเริ่มต้นสนใจเรื่องการเกษียณเร็ว จำนวนเงินที่จะต้องออมต่อเดือนก็จะน้อยลง แต่กลับกันหากมาสนใจในเรื่องการเกษียณตอนอายุ 50 ปีไปแล้ว บอกเลยว่าเหนื่อยมากๆ ต้องเก็บเงินต่อเดือนเป็นจำนวนที่เยอะมากๆ ถึงจะพอใช้ในยามเกษียณนั่นเอง นอกจากแอป Lumpsum จะสามารถทำเรื่องการเกษียณของเราให้เป็นเรื่องง่ายแล้ว ยังมีฟีเจอร์ต่างๆที่เกี่ยวกับด้านการเงินอีกมากมายเลยนะครับ ทั้งการทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย มีการให้คำแนะนำเหมือนมีโค้ชการเงินอยู่ข้างๆ ลองโหลดมาใช้กันดูนะครับ แอดรับรองว่าสุขภาพการเงินของทุกคนจะดีขึ้นแน่นอน

  ธนากร นวมรัตน์


  29 พฤศจิกายน 2565

ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอใช้ยามเกษียณ?

เคยสงสัยกันใช่มั้ยครับ ว่าวันหนึ่งถ้าเราเกษียณแล้ว ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่ หรือมีรายได้เข้ามาเท่าไหร่ เพื่อให้พอใช้จ่ายในยามเกษียณ วันนี้ #LUMPSUM จะพาทุกคนไปหาคำตอบพร้อมกันครับ กรองแก้ว อายุ 25 ปี ตั้งใจเกษียณตอนอายุ 55 ปี โดยคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อหลังเกษียณอีก 20 ปี ถ้ากรองแก้วมีค่าใช้จ่ายปัจจุบัน 30,000 บาท/เดือน ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณของกรองแก้วจะเท่ากับ 70% ของค่าใช้จ่ายปัจจุบัน ซึ่งเท่ากับ 21,000 บาทต่อเดือน (70% x 30,000)ปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ 3% ต่อปี เงิน 21,000 บาท ในปัจจุบันจะมีค่าประมาณ 38,000 บาท ซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายหลังเกษียณปีละ 456,000 บาทนั่นหมายความว่า ตอนอายุ 55 ปี กรองแก้วควรจะมีเงินออมแล้ว 9,120,000 บาท ( 456,000 x 20) ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยทีเดียว และเมื่อกรองแก้วนำเงินก่อนนี้ไปใช้จ่าย เงินจะหมดลงไปเรื่อย ๆหากกรองแก้วเลือกออมเงินด้วยการฝากออมทรัพย์ (อัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี) กรองแก้วจะต้องออมเงินถึงเดือนละ 37,062 บาท เพื่อบรรลุเป้าหมายเงิน 9,120,000 บาท ในเวลา 20 ปี แต่ถ้ากรองแก้วเลือกนำเงินออมไปลงทุนต่อ (ให้เงินทำงาน) เช่น คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยช่วงหลังเกษียณที่ 6% ต่อปี ดังนั้น จำนวนที่ต้องมี ณ วันเกษียณจะเท่ากับ 7,600,000 บาทในช่วง 20 ปี ก่อนเกษียณ หากกรองแก้วปั้นพอร์ตโดยคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี จะใช้เงินลงทุนเดือนละประมาณ 10,000 บาท เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงิน 7.6 ลบ. ในเวลา 20 ปี (แล้วค่อยปรับพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงน้อยลงในช่วงเกษียณ ทำให้เหลือผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ย 6% ต่อปี) แถมวิธีนี้เงินต้นก็จะยังคงอยู่ต่อไป สามารถส่งต่อเป็นมรดกได้อีกด้วย เทคนิควางแผนการออมและการลงทุนเพื่อเกษียณอย่างมีความสุข 1. ควรออมก่อนใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ โดยออมเงินสำหรับการเกษียณให้ได้อย่างน้อย 5-10% ของรายได้ หากรายได้เพิ่มขึ้นก็ควรออมเพิ่มขึ้น และไม่ควรนำออกมาใช้จนกว่าจะเกษียณ (ควรเริ่มต้นตั้งแต่ทำงานมีรายได้) 2.ควรแบ่งเงินออมเพื่อเกษียณบางส่วนไปลงทุน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น ภายใต้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ บทสรุป : ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอใช้ยามเกษียณ - วัยเกษียณจะมีค่าใช้จ่ายราว 70% ของค่าใช้จ่ายปัจจุบัน ที่ปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อ- ออมเงินด้วยการฝากออมทรัพย์ ต่อเดือนต้องออมเงินมากกว่า- ควรวางแผนเกษียณด้วยการลงทุน ใช้เงินลงทุนต่อเดือนน้อยกว่า แถมส่งต่อเป็นมรดกได้ด้วย

  ณัฐเศรษฐ ตุ้ยดา


  17 กุมภาพันธ์ 2565

"ประกันแบบบำนาญ" ทางเลือกวางแผนหลังเกษียณ

คนรุ่นใหม่ในยุคนี้เริ่มมีความคิดการออมและลงทุน เพื่อต่อยอดเงินต้นที่มี และเก็บไว้ใช้ในยามเกษียณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลายคนมองหาการลงทุนในรูปแบบตลาดหุ้น กองทุน หรือแม้แต่ประกันสุขภาพบวกเงินออมเพื่อวัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ แล้วรู้หรือไม่ว่ามีอีกผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจสำหรับใช้วางแผนหลังเกษียณ เพราะได้ทั้งเงินไว้ใช้ยามเกษียณ, รับการคุ้มครองชีวิต และลดหย่อนภาษีด้วย นั้นคือ "ประกันแบบบำนาญ" ซึ่งบทความนี้ Lumpsum จะพาไปรู้จักรูปแบบประกันชนิดนี้กัน ประกันแบบบำนาญคืออะไร? เป็นรูปแบบประกันชีวิตอย่างหนึ่งที่เน้นผลตอบแทนมากกว่าการคุ้มครอง ซึ่งผู้ซื้อจะได้รับประโยชน์จากการรับเงินบำนาญคืนภายหลังเป็นงวดแบบรายเดือนหรือรายปี โดยบริษัทประกันจะเริ่มจ่ายเมื่อเกษียณหรืออายุตั้งแต่ประมาณ 55-65 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์ รวมถึงยังได้รับความคุ้มครองชีวิตตั้งแต่เริ่มทำกรมธรรม์ตลอดถึงอายุของสัญญา โดยมีทุนประกันภัยขั้นต่ำประมาณ 50,000 บาท หรือ 100,000 บาท ขึ้นไป สำหรับการเลือกจ่ายเบี้ยทำประกันส่วนใหญ่เป็นระยะยาวคือจ่าย 5 ปี, 10 ปี หรือเลือกจ่ายจนถึงอายุเกษียณ แต่มีบางบริษัทที่สามารถจ่ายประกันเพียงครั้งเดียวให้เลือกด้วยเช่นกัน ความน่าสนใจของประกันแบบบำนาญ? อย่างที่บอกไปว่าประกันประเภทนี้ เหมาะสำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณ เพราะเมื่อเริ่มเกษียณเราจะมีรายได้ในจำนวนที่แน่นอนและสม่ำเสมอ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีเงินใช้เมื่อไม่มีงานทำ รวมทั้งได้รับการคุ้มครองประกันชีวิต และได้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 1 แสน , 2 แสน หรือ 3 แสนบาทต่อปีตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ข้อจำกัดของประกันแบบบำนาญ? การเลือกซื้อประกันประเภทนี้อาจมีข้อจำกัด เรื่องผลตอบแทนและความคุ้มครองไม่สูงไปในด้านใดด้านหนึ่ง เพราะหากต้องการเงินตอบแทนหรือเงินใช้ยามเกษียณจำนวนมากอาจต้องเข้าลงทุนอย่างกองทุน หุ้น แทนการซื้อประกัน ส่วนการคุ้มครองชีวิตอาจได้วงเงินคุ้มครองไม่สูงเท่ากับการทำประกันชีวิตโดยตรง และที่สำคัญเรื่องระยะเวลาไม่เหมาะสำหรับคนมองหาการออมระยะสั้นและกลาง ทั้งนี้ การเลือกซื้อประกันแบบบำนาญเพื่อการเกษียณจะดีหรือเหมาะกับเราหรือไม่ สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับผู้ลงทุนเอง *********************** หากคุณกำลังมองหาแบบประกันที่เหมาะกับตัวคุณ หรือเหมาะกับงบที่คุณมี สามารถเช็คและเปรียบเทียบประกันทั้งหมดที่นี่ คลิก หรือเช็คผ่านช่องทางแอปพลิเคชั่น Lumpsum ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ iOSAndroid

  แตง ชุติมา


  19 กันยายน 2562

Loading...

ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม