หากถามคนวัย 30 ปีขึ้นไป เชื่อว่าแผนการใช้ชีวิตย่อมแตกต่าง เพราะนาฬิกาชีวิต...ของใครก็ของมันแต่มันมีบางแง่มุมของบางคนที่น่าสนใจ ซึ่งเราอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน เมื่อประสบการณ์ชีวิต หาซื้อไม่ได้ การเรียนรู้จากเรื่องราวของผู้อื่น ก็คงไม่เลวนัก
มาดูประสบการณ์และมุมมองของพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในช่วงวัยที่พวกเขา 30+ มีวิธีคิด มุมมอง ในการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง ซึ่งผู้เขียนรวบรวมจากการพูดคุยมาได้ 13 ข้อ
1.ควรมีเงินเก็บอย่างน้อย 6 หลัก
ควรมีเงินเก็บอย่างน้อย 6 หลักต้นๆ อาจจะอยู่ในช่วง 100,000-300,000 บาท เพราะนับตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน ตอนจบปริญญาตรีใหม่ๆ มาจนอายุ 30 กว่าปี เท่ากับว่าทำงานมาราว 10 ปีเขาเหล่านั้นจึงประเมินว่าควรมีเงินเก็บราวๆ นี้
ยังไงก็ตาม เงินเดือนเริ่มต้นของแต่ละคนไม่เท่ากัน ภาระก็ต่างกัน เงินเก็บเท่าไหร่เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันได้ แต่เท่าที่พูดคุยมาน้องๆ อายุ 30 ปี+ หลายคนพูดตรงกันว่าเงินเก็บหลักแสนบาทนี่ควรจะมีได้แล้วในวัยนี้
แต่ผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านหลายคนน่าจะถึงตั้งแต่ก่อนวัย 30 แล้วใช่ไหมคะ ยินดีกับการก้าวเข้าสู่เงินเก็บตัวเลข 7 หลักต่อไปค่ะ ^_^
2.ควรมีครอบครัว เตรียมมีทายาท
น้องๆ หลายคนมองว่า วัย 30 ปีขึ้นไป เป็นวัยที่เหมาะแก่การเริ่มต้นมีลูก เพราะหากอายุมากไปกว่านี้อาจจะมีได้ยาก และที่สำคัญการมีลูกช่วงวัยนี้ จะทำให้เราในฐานะพ่อกับแม่มีแรงหาเงินเลี้ยงดูเขา แถมยังโตทันได้ใช้งานอีกด้วย
รูปแบบการมีครอบครัว อาจจะเป็นการแต่งงานอย่างเป็นทางการเพื่อให้ชาวโลกร่วมเป็นสักขีพยาน หรือจะชอบแบบสมถะใช้ชีวิตคู่กันแบบเงียบๆ เรียบง่าย ไม่ต้องแต่งงานก็ได้ อันนี้แล้วแต่ไลฟ์สไตล์
3.ควรมีประกันชีวิต ประกันสุขภาพ
ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ควรมีให้พร้อมในยามเจ็บไข้ได้ป่วย ในยามที่ต้องลาโลก และก่อนซื้อควรต้องทำความเข้าใจด้วยว่าจ่ายเงินซื้อกรมธรรม์แบบไหน ผลประโยชน์ หรือความคุ้มครองที่ได้คืออะไร
น้องวัย 30+ บางคนโสดแถมญาติพี่น้องก็ไม่มี เขาบอกว่าไม่ได้ซื้อเพิ่มมากมายใช้แค่ของบริษัทก็พอ ส่วนบางคนที่ญาติเยอะหน่อยมีคนที่ต้องเป็นห่วงอยู่ข้างหลัง ก็อาจจะมองหาประกันชีวิตและประกันสุขภาพเพิ่มเติมนอกเหนือจากของบริษัท หรือที่รัฐบาลจ่ายให้อย่างประกันสังคม เพราะหากวันหนึ่งเสียชีวิตไป จะได้พอมีเงินทองทิ้งไว้ให้คนข้างหลังในวันที่เสาหลักอย่างเขาไม่อยู่แล้ว
4.มีโอกาส ให้สร้างคอนเน็คชั่น
หลายคนคงเคยได้ยินว่า อายุยิ่งมาก เพื่อนยิ่งน้อยลง ด้วยหน้าที่การงาน ทำให้เราต้องห่างเหินจากเพื่อนฝูงไปบ้าง และเราคงเคยได้ยินว่า รายได้เราจะเป็นเท่าไหร่ ให้มองคนรอบตัวเราที่เราคุยด้วยบ่อยที่สุด 3-5 คน แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าให้เราเลิกคบเพื่อนนะคะ เพื่อนเรายังไงก็คือเพื่อน เพียงแต่เปิดสังคมใหม่ขึ้นบ้าง ก็เท่านั้นเองค่ะ
เพราะบางครั้งโอกาสดีๆ การงานดี รายได้ดีๆ ก็มาจากเพื่อนใหม่ สังคมใหม่นี่แหละ อย่าลืมว่าหากวันหนึ่งเราอยากเปลี่ยนงาน การเดินไปสมัครงานในวัย 30+ นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกเสียแต่ว่า คอนเน็คชั่นค่ะ ดังนั้นหากมีโอกาสไม่ว่าจะไปอบรม สัมมนา ฯลฯ ควรหมั่นสร้างคอนเน็คชั่นไว้
5.ไม่ควรมีหนี้สินรุงรัง
มีหนี้สินได้บ้าง แต่ไม่ใช่มีจนเกินลิมิตของตนเองแบบยุ่งเหยิงจนกระทบไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องรู้จักบริหารจัดการด้านการเงินให้ดี แม้ว่าเงินเก็บอาจจะยังไม่ถึงหลักแสนบาท แต่ถ้าหากบริหารจัดการชีวิตได้ดี มีหนี้ไม่มาก หรือไม่มีเลย ก็ทำให้ชีวิตในวัยนี้มีความสุขได้
“เพราะบางคนในวัย 30ปี+ อาจมีภาระมาก เลี้ยงดูพ่อ แม่ตา ยาย ดังนั้น แค่ไม่มีหนี้ก็สบายใจแล้ว” หญิงสาววัย 30 คนหนึ่งกล่าว
6.รู้จัก การลงทุน การวางแผนการเงิน
ควรมีความรู้เรื่องการลงทุน การวางแผนทางการเงิน เพราะในวัยนี้บางคนมีเงินเหลือก็จริงแต่ยังไม่รู้ว่าจะลงทุนในอะไรดี ผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวไหน หรือสินทรัพย์ตัวไหนที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงของตัวเอง ซึ่ง คำว่า “การลงทุน” นี้หมายถึงลงทุนอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นหุ้น กองทุน อสังหาฯ อาจลงทุนกับเพื่อนเปิดร้านอาหาร ร้านกาแฟ ก็ได้
“ขอเพียงแค่ว่า ต้องนำเงินไปลงทุน และเรียนรู้จากประสบการณ์ในการลงทุนเพื่อจะได้รู้ว่า วิธีไหนทำแล้วได้เงิน” ชายหนุ่มวัย 32 คนหนึ่งกล่าว
7.คำนวณภาษีเป็น
ควรจะต้องคำนวณภาษีเป็น เช่น ตัวเองเสียภาษีกี่ % มีค่าลดหย่อนอะไรบ้างในแต่ละปี และควรซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวไหนที่ได้ลดหย่อนภาษี เพื่อที่จะได้วางแผนการเสียภาษีเพราะเมื่อวัย 30+ ฐานเงินเดือนจะสูงขึ้น ก็ต้องดูว่า ซื้ออะไรแล้วได้ลดหย่อน นอกเหนือไปจากผลตอบแทนในรูปตัวเงินจากการลงทุน เป็นต้น

8.การเป็นโสดก็ดีเหมือนกันนะ
หญิง คนหนึ่งมองว่า “เป็นคนโสดดีกว่า” วัยนี้ยังไม่ต้องรีบแต่งงาน หรือใช้ชีวิตคู่ เพราะสมัยนี้อยู่คนเดียวก็ได้ อีกอย่างมันน่าจะเลยวัยที่มองหาความรักกับใครสักคนมาแล้ว ผ่านจุดพีคไปแล้วเพราะเมื่อเข้าเลข 3 จะหาเนื้อคู่ตุนาหงันได้ยากขึ้น
ข้อดีของการเป็นคนโสด คือ เราอยากจะทำอะไรก็ได้ โดยที่ไม่ต้องห่วงความรู้สึกของ อีกคน อยากท่องเที่ยว อยากพักผ่อน อยากไปอบรม สัมมนา หรืออะไรก็ตาม เพราะเวลาเป็นของเรา ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังว่า ฉันจะมีเวลาให้คนรักหรือไม่ ฉันไปสังสรรค์งานนี้แล้วกลับบ้านมาจะมีปัญหาหรือไม่ เป็นต้น
9.หาหัวหน้าที่ดี เพื่อจะได้เรียนรู้
ควรหาหัวหน้าที่ดี หาผู้นำที่ดี เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้วิธีคิด วิธีการทำงานจากเขา เพราะช่วงวัยระหว่าง 30-40 ปี เป็นเวลาของการสร้างเนื้อสร้างตัว แต่หลังจากนั้นการจะเปลี่ยนงาน การจะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ อาจจะยากแล้ว จังหวะนี้จึงเหมาะสร้างเนื้อสร้างตัว ลองผิด ลองถูก
10.ตั้งเป้าหมายในชีวิตอย่างเข้มข้น
หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ทำงานมา 2-3 ปี อายุก็จะประมาณสัก 25-26 ปีหลายคนคงเคยคิดอยากรวย เป้าหมายคืออยากรวย อยากมีบ้าน อยากมีรถขับ แต่ตอนนั้นการวางแผนมันยังไม่คมชัด แต่เมื่อวัยเข้าเลข 3 แล้วการตั้งเป้าหมายกลับกลายเป็นว่ามันมีความเข้มข้นขึ้น มีวิธีการปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น เพราะเข้าวัยกลางคนแล้ว น้องๆ วัยนี้บอกว่า “ไม่อยากทำอะไรเล่นๆ กับชีวิตอีกต่อไปแล้ว”
11.สำรวจศักยภาพของตัวเอง -หาแนวทางพัฒนา
น้องคนหนึ่งมองว่า ควรจะคิดหรือตระหนักในการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และหาแนวทางแก้ปัญหานั้นโดยไม่ปล่อยผ่านให้มันสะสมและพอกพูน ด้วยวิธีการคิดหาทางออกเป็นของเราเอง
“อย่างการนอนไม่หลับ มันทำให้ประสิทธิภาพการทำงานระหว่างวันด้อยลง ผมก็หาวิธีในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการนอน หรือการที่ผมยังไม่เก่งภาษาอังกฤษ รู้แล้วว่าเป็นจุดอ่อน ผ่านไปกี่ปีก็จะบ่นอยู่อย่างนี้หรือไม่ ก็ต้องหาทางพัฒนา”
12.เริ่มมองหาที่อยู่อาศัยที่เป็นของตนเองได้แล้ว
วัยนี้อาจจะต้องเริ่มมองหาที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แน่นอนว่าตอนก่อนอายุ 30 อาจจะยังไม่พร้อมที่จะมีหนี้ก้อนโต เพราะฐานเงินเดือนยังไม่สูงมาก แต่พออายุมากขึ้นเงินเดือนเริ่มขยับขึ้น ก็ควรจะเริ่มต้นมองหาการซื้อทรัพย์สินชิ้นใหญ่อย่างบ้าน หรือคอนโดฯ ไว้บ้าง
13.มี Mindset ที่แน่วแน่
ข้อสุดท้าย Mindset หรือ วิธีคิด ทัศนคติ ความเชื่อในการใช้ชีวิต น้องคนหนึ่งมองว่าเป็นเรื่อง “สำคัญสุด” และมันจะเปลี่ยนตามประสบการณ์ เป็นสารตั้งต้นของทุกสิ่งเพราะในการตั้งเป้าหมายอะไรสักอย่าง ระหว่างทางเราอาจจะมีไขว้เขวออกนอกทางไปบ้าง สุดท้ายแล้วเราสามารถดึงตัวเองกลับเข้ามาอยู่ในทิศทางที่เราต้องการได้หรือไม่

13 เรื่องที่ควรรู้ในการใช้ชีวิตวัย 30+
อย่างไรก็ตาม Mindset ควรเป็นไปในทางที่ถูกต้อง เพราะถ้าแน่วแน่ในทางที่ผิด...ชีวิตอาจจะแย่ได้
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหน อายุเท่าไหร่ สุดท้ายแล้วเราก็ต้องอยู่ในวัยแก่ชรา หากเลือกได้ทุกคนก็ต้องอยากแก่แบบมีคุณภาพ ไม่เป็นภาระลูกหลาน การรู้จักวางแผนชีวิตแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่ารอให้พร้อมก่อน
เปิดประสบการณ์ใหม่ด้านการวางแผนชีวิตด้วยตัวคุณเองแบบครบวงจรกับแอบพลิเคชัน “Lumpsum” ผู้ช่วยในการวางแผนทางการเงินจาก efin
ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ Lumpsum ได้แล้วที่นี่
iOS
Android