ไม่มีรายการ

3 การออมที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต

06 พฤษจิกายน 2563


"การออมเงิน" เวลาเราพูดการออม มักตามมาด้วยข้ออ้าง เพียบบบบ

“เงินไม่พอใช้จะออมยังไง, เงินไม่มีจะเอาที่ไหนมาออม”

แต่จริงๆแล้ว การออมมันอยู่ในสัญชาตญาณเราทุกคนครับ เพราะเป้าหมายของการออมที่แท้จริง คือ เราต้องการสะสมเงินน้อย ให้ได้เงินก้อน เพื่อเอาไปใช้ตามเป้าหมายต่างๆของชีวิตเราเท่านั้นเอง

แต่อยู่ที่ว่าคุณจะเลือกออมแบบไหน ซึ่งสรุปได้ 3 แบบ ดังนี้

1. ออมก่อน ใช้ทีหลัง

2. ใช้ก่อน ออมทีหลัง

3. ออมก่อน ใช้ระหว่างทาง แล้วค่อยออมต่อ

 

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ลองไปดูรูป 3 การออมที่จะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต

 

1. ออมก่อน ใช้ทีหลัง

สำหรับแบบแรก ง่ายที่สุดและตรงไปตรงมาครับ ค่อยๆเก็บ เพื่อให้ได้เงินก้อน แล้วค่อยเอาไปใช้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

สำหรับแบบแรก ง่ายที่สุดและตรงไปตรงมาครับ

ค่อยๆเก็บ เพื่อให้ได้เงินก้อน แล้วค่อยเอาไปใช้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ข้อดี

-ไม่มีภาระผูกพัน

- ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินเข้ามา ก็ยืดระยะเวลาใช้เงินออกไปได้

ข้อเสีย

- ต้องมีวินัยพอสมควร ไม่เอาเงินไปใช้ระหว่างทาง

- มีเงินใช้น้อยลง ในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อนำเงินไปออม

วิธีการจัดการ

-กำหนดเป้าหมายการใช้เงิน 3 เดือน, 1 ปี ข้างหน้า, 3 - 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้สามารถจัดการได้ง่าย

-ออมอย่างเป็นระบบ เช่น ออมในสัดส่วนเท่ากันทุกเดือน, ตัดบัญชีอัติโนมัติ

 

2. ใช้ก่อน ออมทีหลัง

แบบนี้เรามักจะคุ้นกันดี ผ่านเครื่องมือทางการเงิน อย่างการใช้บัตรเครดิต การผ่อนสินค้า

 

แบบนี้เรามักจะคุ้นกันดี ผ่านเครื่องมือทางการเงิน อย่างการใช้บัตรเครดิต การผ่อนสินค้า

ข้อดี

-ได้ใช้เงินก้อนเลยทันที

- บังคับให้มีวินัยการออมโดยอัตโนมัติ


ข้อเสีย

-หากมีเรื่องใช้เงินฉุกเฉิน ต้องเหนื่อยมากขึ้น เช่น หาเงินเพิ่ม, ลดรายจ่ายปัจจุบัน

-เสียดอกเบี้ยกู้ยืม(บางกรณี)

วิธีการจัดการ

-คำนวณจำนวนเงิน ระยะเวลาการผ่อนคืน เพื่อไม่ให้บีบการเงินในชีวิตเกินไป

-วางแผนเผื่อเหตุฉุกเฉิน ที่อาจจะต้องมีเรื่องใช้เงินเพิ่มเข้ามา

 

3. ออมก่อน ใช้ระหว่างทาง แล้วค่อยออมต่อ

แบบที่ 3 นี้ คิดว่าหลายคนน่าจะนึกถึงการซื้อบ้าน ซื้อรถ ที่ต้องใช้เงินดาวน์ ซึ่งอีกหนึ่งรูปแบบที่ใช้กลไกนี้ คือ การควบคุมความเสี่ยงผ่านประกันต่างๆ เช่น จ่ายเบี้ยไปก่อน หากวันใด เกิดอุบัติเหตุ , มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เราจะใช้เงินระหว่างทาง และจ่ายเบี้ยต่อไปจนจบ

 

แบบที่ 3 นี้ คิดว่าหลายคนน่าจะนึกถึงการซื้อบ้าน ซื้อรถ ที่ต้องใช้เงินดาวน์ ซึ่งอีกหนึ่งรูปแบบที่ใช้กลไกนี้ คือ การควบคุมความเสี่ยงผ่านประกันต่างๆ เช่น จ่ายเบี้ยไปก่อน หากวันใด เกิดอุบัติเหตุ , มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น เราจะใช้เงินระหว่างทาง และจ่ายเบี้ยต่อไปจนจบ

ข้อดี

- กรณี บ้าน รถ สามารถยืดระยะเวลาการใช้เงินช่วงแรกออกไปได้

- ป้องกันความเสี่ยงกรณีต้องใช้เงินฉุกเฉิน

- วางแผนการจ่ายได้

ข้อเสีย

- มีโอกาสพบปัญหาเรื่องกรณีฉุกเฉินหลายครั้ง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการจ่ายระยะยาว

-เสียดอกเบี้ยกู้ยืม


วิธีการจัดการ

-เช็คเป้าหมายการใช้เงินระหว่างทาง เพื่อให้วางแผนจัดการรายจ่ายได้ชัดเจนขึ้น เช่น ผ่อนรถ 5 ปี ถ้าต้องมีจ่ายประกันด้วย รายจ่ายจะเกินความสามารถไหม

-ช่วงแรกให้วางส่วนกรณีฉุกเฉินไว้เผื่อหลังจากใช้เงิน ซึ่งกรณีเป็นหนี้ยาว ควรมีขั้นต่ำ 3 - 6 เดือน


ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน ไม่มีถูกผิดครับ แต่มันมีข้อดีข้อเสียต่างกัน อยู่ที่คุณสามารถจัดการมันได้ดีแค่ไหน และที่สำคัญคุณไม่จำเป็นต้องเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งเพื่อใช้ไปตลอดชีวิต เพียงแค่คุณนำแต่ละวิธีมาปรับให้เหมาะกับชีวิตคุณในแต่ละช่วงก็พอ

บทความแนะนำล่าสุด

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ