ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเราต่างต้องเจอกับความเสี่ยงหลายๆอย่างที่ชัดขึ้น ตั้งแต่ความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ ความเสี่ยงที่อาจจะตกงาน และยาวไปถึงความเสี่ยงเรื่องเงิน ที่แม้การเก็บเงินใส่บัญชีไว้เฉยๆก็ถูกเงินเฟ้อแอบดูดมูลค่าแท้จริงออกไป ซึ่งก็ทำให้หลายคนพยายามคิดหาวิธีในการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงของตัวเองลง แต่หากความกลัวเป็นสิ่งเดียวที่คุณมี นั่นอาจนำมาสู่วิธีจัดการแบบผิดๆ
วันนี้เราจึงอยากชวนทุกคนมองในหลายมิติที่มากขึ้น กับ 4 สิ่งที่ไม่ควรเสี่ยง ในการวางแผนการเงิน แม้ว่าคุณจะต้องเจอกับความไม่แน่นอนอีกกี่ครั้งก็ตาม
1.เสี่ยงแบบหมดหน้าตัก
ในช่วงที่ประเด็นเงินเฟ้อร้อนแรง อีกฝั่งที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน คือ เรื่องการลงทุน ซึ่งแน่นอนครับว่าผลตอบแทนจากการลงทุนช่วยให้คุณสามารถชนะเงินเฟ้อได้ แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะลืม คือ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ผลตอบแทนที่ดีแลกมาด้วยความเสี่ยงเสมอ เมื่อคุณคาดหวังผลตอบแทนสูงเท่าไหร่ ความเสี่ยงจะวิ่งล้อตามไปด้วย
เมื่อไม่มีอะไรแน่นอน 100% การเสี่ยงแบบมากเกินไป มีเงินเท่าไหร่ใส่หมดหน้าตัก และที่สำคัญไม่มีเวลามากพอให้เงินก้อนนั้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้ กลายเป็นความเสี่ยงครั้งสำคัญที่ทำให้หลายๆคนที่วางแผนไม่ดี อยากจะชนะเงินเฟ้อในระยะสั้น 3-5% กลับขาดสภาพคล่องทางการเงิน เงินที่ลงทุนไว้หากขาดทุนจะถอนก็ไม่ได้ซึ่งสุดท้ายอาจจะวนกลับมาสู้วัฏจักรหนี้ดอกเบี้ยสูง
2.เสี่ยงกับอนาคตข้างหน้ามากเกินไป
ยิ่งความไม่แน่นอนอยู่ใกล้ตัวเรามากเท่าไหร่ ความกังวลใจจะเพิ่มตามไปด้วย
บางคนอาจจะรู้สึกว่า ขอทำงานเก็บเงินเยอะๆ แล้วค่อยออกไปใช้ชีวิต ขณะที่บางคนขอใช้ชีวิตให้เต็มที่ก่อนแล้วค่อยเก็บเงิน ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน สุดท้ายเราแค่อยากใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ แต่ต้องยอมรับว่า หลายๆเป้าหมาย หรือบางกิจกรรม มีช่วงเวลาสนุกของมันเอง
ดังนั้น คุณอาจจะไม่จำเป็นจะต้องเลือกก็ได้ว่าคุณอยากเก็บเงินก่อนหรือขอใช้ชีวิตก่อน แต่คุณสามารถใช้การวางแผนการเงินเข้ามาช่วยได้ คุณสามารถทำงาน แบ่งเงินบางส่วนไปใช้ชีวิต แบ่งบางส่วนทำตามเป้าหมาย ซื้อของที่อยากได้ และแบ่งบางส่วนเผื่อปิดความเสี่ยงหรือทำตามเป้าหมายอนาคตได้ เราไม่รู้หรอกครับว่าอนาคตจะเป็นยังไง จะมีเวลาเยอะมีเวลาน้อย แต่เรารับประกันตัวเองได้ว่า คุณจะยังได้ใช้ชีวิตในแบบของคุณในทุกช่วงเวลา
3.เสี่ยงกับเวลา
เชื่อว่าหลายคนทราบดีว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่าที่ไม่เคยเดินถอยหลังกลับมาเลย แต่เราก็มักจะลืมและอาจจะยังติดกับนิสัยความสมบูรณ์แบบ เดี๋ยวรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์ก่อนถึงจะเริ่ม รอให้พร้อมก่อนค่อยทำ ซึ่งแน่นอนว่ามันก็ดีสำหรับงานบางงาน หรือการตัดสินใจในบางเรื่อง แต่เหมือนว่าจะไม่สามารถใช้ได้กับเรื่องการเงินเล็กๆ อย่างการเก็บเงิน เพราะไม่มีเวลาไหนที่เหมาะสมในการเริ่มเท่ากับตอนนี้อีกแล้ว
ซึ่งจากที่เราเล่าในข้อก่อนหน้าอย่างเรื่องการลงทุน คุณจะเห็นว่าเวลาเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้คุณสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ และถึงแม้ว่ามูลค่าเงินเริ่มต้นจะน้อย แต่ด้วยระยะเวลาที่มากพอ ในการต่อเงิน การสะสมความรู้จากประสบการณ์ มันช่วยสร้างผลตอบแทนให้แบบที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
4.เสี่ยงในสิ่งที่เราไม่รู้
การลงทุนที่ดี สินทรัพย์ที่ดี โอกาสที่ดี มักจะให้ผลตอบแทนกับคนที่มองเห็น คุณอาจจะเคยได้ยินว่า การลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนดี แต่คุณไม่รู้จะเลือกหุ้นสักตัวจากพันๆตัวยังไง คุณอาจจะรู้ว่า การลงทุนในอสังหา ช่วยสร้าง Passive Income ให้คุณได้ แต่คุณไม่รู้ว่าจากบ้าน คอนโด เป็นล้านๆหลัง คุณต้องเลือกหลังไหน
สินทรัพย์มีหลายประเภท บางประเภทให้ผลตอบแทนไม่สูงมากแต่ถือได้นาน สบายใจ ก็อยู่กันได้ยาว แต่บางประเภทให้ผลตอบแทนสูงลิบแต่กังวลตลอดเวลา กินไม่ได้นอนไม่หลับแบบนั้นผมว่าก็ไม่ไหว ดังนั้นแล้วก่อนที่จะลงทุนอะไร คุณจําเป็นที่จะต้องประเมินก่อนว่าตัวคุณเอง รับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน แล้วคุณรู้จักในสินทรัพย์นั้นมากเพียงพอหรือเปล่า