เมื่อคุณเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน สินทรัพย์ชิ้นใหญ่ๆ ที่เราเริ่มมองกันก็คงมีไม่กี่อย่าง ที่อยู่อาศัยก็คงเป็นสิ่งที่หลายๆคนเริ่มให้ความสนใจ
ซึ่งต้องบอกว่าหากคุณมีความเข้าใจในสินทรัพย์ชิ้นนี้ ไม่ว่าจะเป็น ทำเล ราคา เงินดาวน์ อัตราการขึ้นราคาที่ดิน มันจะทำให้สินทรัพย์ชิ้นนี้ของคุณคุ้มค่ามากที่จะลงทุน
และอีกสิ่งสำคัญ คือ อัตราดอกเบี้ยกู้บ้านของธนาคาร ทีจะทำให้คุณสามารถประหยัดเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว วันนี้ผมเลยอยากเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังครับ
เมื่อคุณต้องการกู้ซื้อบ้านหนึ่งหลังสิ่งที่คุณต้องรู้จักก่อน คือ “MINIMUM RETAIL RATE” ดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี หรือที่เรามักจะคุ้นหูกันก็คือ “ดอกเบี้ย MRR”
ซึ่งในปัจจุบันดอกเบี้ย MRR อยู่ที่ 6 – 7 % แล้วแต่ธนาคารกำหนด ซึ่งพูดง่ายๆ ก็คือดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจากเงินที่เราไปกู้นั่นเอง หลายคนอาจจะมองว่าไม่เยอะ
เพราะอัตราดอกเบี้ย 6-7% นั้น เป็นการคิดต่อปี แถมยังลดต้นลดดอกอีกด้วย แต่การซื้อบ้านนั้นจำนวนเงินเยอะ ระยะเวลานาน เอาดอกมารวมๆกัน มหาศาลเลยทีเดียว
เราลองมาดูกันว่าดอกเบี้ยนั้นมหาศาลเท่าไหร่ ผมทำแยกให้ดูเป็นแต่ละแบบกันครับ
สมมติฐาน บ้าน คอนโด ราคา 2,000,000 บาท จ่ายค่างวด งวดละ 12,000 บาท
* แบบที่ 1 คำนวณจากดอกเบี้ย MRR โดยประมาณ ที่ 6%
ภาพที่ 1 ยอดชำระค่าบ้าน ที่ดอกเบี้ย MRR 6%
จากภาพที่ 1อัตราดอกเบี้ย MRR 6% ยอดจ่ายต่องวด งวดละ 12,000 บาท เงินเข้าดอกเบี้ยเป็นส่วนใหญ่ เช่น งวดที่ 1 เงินเข้าต้น 2,136.99 บาท เข้าดอกเบี้ยถึง 9,863.01 บาท ถือว่ามหาศาลมาก
เมื่อชำระค่าบ้านหมด
รวมยอดจ่าย 4,209,091 บาท
จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยถึง 2,209,091 บาท ใช้ระยะเวลาผ่อน 351 งวด หรือ 29 ปีกว่า ซึ่งดอกเบี้ยจ่ายมากกว่าราคาบ้านซะอีก
** แบบที่ 2 คำนวณดอกเบี้ยพิเศษ 3% ระยะเวลา 3 ปีแรก
ปีต่อไปคิดดอกเบี้ย MRR โดยประมาณ ที่ 6%


ภาพที่ 2 ยอดชำระค่าบ้าน ที่ดอกเบี้ยพิเศษ 3% ระยะเวลา 3 ปีแรก ปีต่อไปคิดดอกเบี้ย MRR โดยประมาณ ที่ 6%
จากภาพที่ 2 เมื่อจ่ายดอกเบี้ยพิเศษ 3% จากยอดจ่ายต่องวด งวดละ 12,000 บาท งวดที่ 1 เงินเข้าต้น 7,068.49 บาท เข้าดอกเบี้ย 4,931.51 บาท ซึ่งถือว่าต่างจาก แบบที่ 1 เยอะมาก เนื่องจากดอกเบี้ยลดลงไปครึ่งหนึ่ง แต่เป็นเพียงระยะเวลาสั้น 3 ปีเท่านั้น เมื่อครบกำหนด 3 ปี ก็กลับมาใช่ที่อัตราดอกเบี้ย MRR เช่นเดิม
เมื่อชำระค่าบ้านหมด
รวมยอดจ่าย 3,474,421 บาท
จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย 1,474,421 บาท ใช้ระยะเวลาผ่อน 290 งวด หรือ 24 ปีกว่า
เมื่อนำแบบที่ 1 และแบบที่ 2 มาเปรียบเทียบกัน จะเห็นได้ว่าดอกเบี้ยจ่ายลดลงไปถึง 734,670 บาท และระยะเวลาจ่ายก็ลดลงไปอีก 5 ปี
ในปัจจุบัน ธนาคารหลายๆแห่งก็จะมีโปรโมชันต่างๆ ในลักษณะแบบนี้ แต่ก็แล้วขึ้นอยู่กับธนาคารนั้นๆ ว่าจะออกมาแบบไหน ซึ่งจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้ในบางที่ ให้ 0 % ในช่วงเวลาหนึ่งเลยทีเดียว
ที่นี้....คุ้มค่าแล้วหรือยัง ? ไปดูแบบที่ 3 กัน
*** แบบที่ 3 Refinance เพื่อรับดอกเบี้ยดอกเบี้ยพิเศษไปเรื่อยๆ
การ Refinance ก็คือ การที่เราไปยืมเงินจากธนาคารใหม่ ไปคืนธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้เดิมของเรา ซึ่งธนาคารต่างๆ ก็จะออกโปรโมชัน เพื่อให้เราไป Refinance ที่เขา โดยดึงดูดผ่านดอกเบี้ย พิเศษต่างๆ ที่ธนาคารกำหนด

ภาพที่ 3 Refinance ตลอด อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3%
จากภาพที่ 3 เมื่อ Refinance ตลอด จ่ายดอกเบี้ยพิเศษ 3% จากยอดจ่ายต่องวด งวดละ 12,000 บาท งวดที่ 1 เงินเข้าต้น 7,068.49 บาท เข้าดอกเบี้ย 4,931.51 บาท ซึ่งจะคล้ายๆแบบที่ 2 ในปีต้นๆ แต่ที่แตกต่างคือ ได้อัตราดอกเบี้ยต่ำไปเรื่อยๆ เมื่อเงินเข้าต้นเยอะก็จะทำให้ดอกเบี้ยที่จ่ายลดลง และระยะเวลาผ่อนสั้นลงด้วย
เมื่อชำระค่าบ้านหมด
รวมยอดจ่าย 2,578,904 บาท
จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย 578,904 บาท ใช้ระยะเวลาผ่อน 215 งวด หรือเกือบๆ 18 ปี
จากแบบที่ 1, แบบที่ 2 และ แบบที่ 3 น่าจะพอทำให้เห็นภาพได้บ้าง ว่าหากเรามีความรู้ รู้จักวางแผนเราจะสามารถซื้อบ้านหลังนี้ได้อย่าง คุ้มค่า !!! ประหยัดเงิน ประหยัดเวลา ไปได้เยอะเลยทีเดียว
แต่ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ขึ้นอยู่กับธนาคารต่างๆ ที่จะกำหนดโปรโมชันอะไรในช่วงเวลานั้น
ซึ่งต้องบอกว่า...แต่ละที่ ไม่เท่ากัน !!!
“แล้วบ้านคุณตอนนี้ละ...จ่ายคุ้มค่าแล้วหรือยัง?” เข้าไปเช็คดอกเบี้ยกัน App Lumpsum

หน้ารีไฟแนนซ์บนแอปฯวางแผนการเงิน Lumpsum

หน้ากรอกข้อมูลการรีไฟแนนซ์บนแอปฯวางแผนการเงิน Lumpsum

ผลการค้นหาโปรโมชั่นการรีไฟแนนซ์บนแอปฯวางแผนการเงิน Lumpsum
อ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ ที่ผ่อนบ้านใกล้จะครบ 3 ปี หรือผ่อนบ้านครบ 3 ปี แล้ว ควรที่จะวางแผนรีไฟแนนซ์บ้าน ด้วยการหาข้อมูลดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านแต่ละธนาคารได้รอได้แล้ว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้านในปีถัดๆไป