ไม่มีรายการ

ตกงานอย่าตกใจ 6 ข้อต้องรีบทำ หากตกงานกระทันหัน

24 กันยายน 2563


จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และหลายธุรกิจถูก Disrupt ด้วยเทคโนโลยี บริษัทปิดตัวจากวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (Covid-19) ทำให้มีข่าวการลดพนักงานยังมีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

ใครที่อยู่ในภาวะต้องตกงานกระทันหัน อย่าเพิ่งตกใจ ขอให้ตั้งสติ และรีบทำ 6 ข้อนี้

1. แจ้งประกันสังคม

สิ่งแรกที่ต้องทำทันทีหากตกงาน คือการลงทะเบียนผู้ว่างงานกับประกันสังคมเพื่อรับเงินชดเชยรายเดือน เพราะระยะเวลาการลงทะเบียนนั้นจะต้องดำเนินการภายใน 30 วันหลังจากตกงานเท่านั้น

โดยผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องตกงานโดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย เช่น ลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือหมดสัญญาจ้าง และต้องไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานอย่างน้อยที่สุดเดือนละ 1 ครั้ง

ส่วนสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับนั้น แตกต่างกันไปแล้วแต่กรณี เช่น ในกรณีถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินชดเชยการว่างงานเป็นระยะเวลาไม่เกินปีละ 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาทต่อเดือน)

ส่วนในกรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง จะได้รับเงินทดแทนเป็นระยะเวลาไม่เกินปีละ 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาทต่อเดือน)

 

2. รวบรวมเงินที่มีทั้งหมด

เมื่อรายงานตัวกับประกันสังคมเรียบร้อย ก็ต้องมาดูว่าเงินที่คุณมีอยู่ทั้งหมดเป็นเท่าไหร่ ซึ่งรวมไปถึง เงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ได้รับ เงินชดเชยจากบริษัทในกรณีถูกเลิกจ้าง เงินที่ได้รับจากประกันสังคมกรณีว่างงาน เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และอื่น ๆ ถ้ามี เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีเงินสำรองในช่วงที่ยังไม่มีรายได้เข้ามาอยู่เท่าไหร่

 

3. จัดระเบียบค่าใช้จ่าย

เมื่อไม่มีรายได้แต่ค่าใช้จ่ายยังอยู่ จึงต้องจัดการให้ดี โดยให้แบ่งเป็น

• ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ไม่สามารถงดได้ เช่น ค่าผ่อนหรือเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น

• ค่าใช้จ่ายที่สามารถงดหรือลดได้ เช่น โปรฯ โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ค่าแอพลิเคชั่นดูหนัง เป็นต้น

ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่งด หรือลดได้ ควรรีบจัดการทันที โดยเฉพาะที่ให้ตัดบัตรเครดิตอัตโนมัติ เพื่อไม่ให้หนี้สินเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ จากดอกเบี้ยบัตรเครดิต

 

4. นำค่าใช้จ่ายมาเทียบกับเงินที่มีอยู่

เพื่อให้รู้ว่าเงินที่มีอยู่จะเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆ ไปอีกกี่เดือน ในระหว่างที่ว่างงาน และวางแผนการใช้จ่ายไม่ให้ติดขัด

 

5. ติดต่อบัตรเครดิตขอชำระแค่ดอกเบี้ย

เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนและรักษาเครดิตของตัวเองเอาไว้ ให้แจ้งธนาคารหรือบัตรเครดิตไปตามตรงถึงปัญหาและสภาวะการเงินของเรา จากนั้นแสดงความจำนงค์ขอจ่ายเพียงดอกเบี้ยไปก่อน

 

6. ทำงานพิเศษสร้างรายได้ หรือฝึกอบรมพัฒนาตัวเอง

ในช่วงตกงาน อย่าปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ เอาเวลาว่างเหล่านั้นมาสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ เช่น งานเขียน งานสอนพิเศษ หรืองานพาร์ทไทม์ แม้ได้เงินไม่มาก แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ แบบไม่มีรายได้เข้ามาเลย และยังช่วยให้ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านได้อีกด้วย

หากใครมีเงินสำรองมากพอ อาจใช้ช่วงที่ว่างงานฝึกอบรมเพื่อพัฒนาตนเอง หรือใช้เป็นช่วงเวลาพักเพื่อชาร์จแบตก่อนเดินหน้าลุยต่อ

ทำสิ่งจำเป็นทั้ง 6 ข้อนี้แล้ว ก็ค่อยๆ เริ่มมองหางานใหม่ ซึ่งไม่แน่ว่าการตกงานในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีในชีวิต บางคนอาจไม่ต้องกลับไปเป็นมนุษย์เงินอีกเลยก็ได้

จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และหลายธุรกิจถูก Disrupt ด้วยเทคโนโลยี ทำให้กระแสการลดพนักงานยังมีมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ใครที่อยู่ในภาวะต้องตกงานกระทันหัน อย่าเพิ่งตกใจ ขอให้ตั้งสติ และรีบทำ 6 ข้อนี้

บทความแนะนำล่าสุด

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ