เศรษฐกิจแบบนี้ ก็ทำเอามนุษย์เงินเดือนหลายคนเริ่มท้อ เริ่มคิดถึงบ้าน อยากกลับไปดูแลพ่อกับแม่หรือคนที่ตัวเองรัก แต่ก็อย่างว่า...ถ้ากลับไปแล้วจะทำมาหากินอะไรดี ลงทุนอะไรดี?
แถมลงทุนไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ "เงินเก็บ" ที่มีก็อาจจะไม่มากพอ ที่จะรองรับผลขาดทุน ในช่วงแรกที่เราทำตลาดอีก
วันนี้ดิฉันจะคัด 13 ธุรกิจ ที่เห็นคนรอบข้างทำมาจริงๆ และที่สอบถามจากคนรอบตัว รวมถึงค้นคว้าเพิ่มเติมจากโลกออนไลน์ นำเสนอเป็นไอเดียว่า อยากกลับบ้านเต็มทีแล้ว..ทำธุรกิจอะไรถึงจะเวิร์ค!
#1.การเกษตร
ทุกวันนี้เราพูดถึงแต่เรื่องเทคโนโลยีๆ พูดถึงแต่เรื่องของโลกดิจิทัล โลกของโซเชียลมีเดีย แต่ในอีกมุมอยากให้เราลองมองกลับสู่พื้นฐาน หรือรากเหง้าของสังคมไทย จะเห็นว่า "การเกษตร" คืออาชีพต้นน้ำ เป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของคนไทย แถมยังส่งออกได้อีกด้วย
หากเราจะกลับไปทำการเกษตรที่บ้านในต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์ ปลูกข้าว ยางพารา สวนปาล์ม ข้าวโพด มะม่วง มะขาม มะนาว ทุเรียน ปลูกผัก ฯลฯ เราอาจจะต้องไปแบบมีความรู้ นั่นคือ ศึกษารูปแบบของการทำการเกษตร ที่จะช่วยให้ได้ปริมาณและคุณภาพสูงขึ้น ภายใต้ต้นทุนที่ต่ำลง พูดง่ายๆ คือ การเกษตรสมัยใหม่ หรือการเกษตรยุค 4.0 ซึ่งที่นิยมและเริ่มเห็นในต่างจังหวัดมากขึ้น นั่นคือ "การเกษตรอินทรีย์"
มีตัวอย่างที่น่าสนใจ ลองอ่านเพิ่มเติมจากลิงก์นี้ “สินค้าเกษตรอินทรีย์”
เผื่อจะได้แรงบันดาลใจ สำหรับใครที่อยากจะเริ่มต้นปูทาง ก่อนกลับไปอยู่ต่างหวัดค่ะ
#2.โรงขนมจีน
"บอกตามตรงเลยว่า เถ้าแก่หน้าใหม่ แถวหมู่บ้านดิฉันนี่เพียบเลย หากหมู่บ้าน หรือตำบลไหนยังต้องไปรับขนมจีนจากในเมืองมาขาย ลองคิดดูว่าหากคุณเป็นรายแรกๆ ที่ลงทุนในธุรกิจนี้ โอกาสที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ย่อมมีแน่นอน"
คนต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคอีสาน ชอบทานส้มตำเป็นชีวิตจิตใจ และของคู่กันก็คือขนมจีน หมู่บ้านดิฉันเดิมนั้น ไม่มีโรงขนมจีนเลย แต่เมื่อมีคนที่เห็นโอกาสและลองทำก่อน ก็ทำให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้นถนัดตา หลังจากนั้น ก็มีโรงขมจีนโรงที่สอง และโรงที่สามตามมา
แม้ว่าจะมีถึง 3 โรงขนมจีนในหมู่บ้าน แต่ว่าต่างคนก็ยังพออยู่ได้ ลืมตาอ้าปากได้ จากเดิมที่แค่หาเช้ากินค่ำ โรงขนมจีนกลายมาเป็นอาชีพหลักในครอบครัว ทุกวันจะมีขาประจำมารับไป เป็นคนในและนอกหมู่บ้าน และแม้จะมีถึง 3 เจ้า แต่หากยังคงคุณภาพและความสะอาด คงเส้นคงวา ไม่ต้องกลัวคู่แข่ง ยังไงเสียลูกค้าก็ย่อมเลือกที่จะเป็นขาประจำ
อ่านเพิ่มเติมจากลิงก์นี้นะคะ เป็นชาวบ้าน จ.นครปฐม เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจ "อาชีพทำเส้นขนมจีน"
#3.ร้านขนมจีนบุฟเฟ่ต์
ถ้าตอนที่อยู่ กทม. เราเป็นหนึ่งที่ชอบทาน "ขนมจีนน้ำยา" โดยเฉพาะแบบบุฟเฟ่ต์ ทำไมเราไม่ลองทำแบบนี้ที่ต่างจังหวัดบ้างล่ะ เราไปทานกันบ่อยๆ ในกรุงเทพฯ มื้อเที่ยง มื้อเย็น ก็คนต่างจังหวัดมาทำขายให้เราทานทั้งนั้น
แต่ถ้าวันนี้เรากลับไปอยู่บ้าน เราก็ทำขึ้นมาซะเลยให้คนในหมู่บ้านนี่แหละ ได้มาทานกัน เพียงแต่ราคาอาจจะปรับลงมาหน่อยให้เหมาะกับกำลังซื้อของคนแถวนั้น ลองวิเคราะห์และทำการบ้านดูว่า หมู่บ้านเรามีคนทำหรือยัง และกำลังซื้อดีไหม เพราะว่าขนมจีน 1กิโลกรัม ยี่สิบกว่าบาท ทานได้ทั้งครอบครัว แต่การมาทานที่ร้านเงินจำนวนนี้อาจจะได้แค่ 1 จาน อิ่มแค่คนเดียว
ดังนั้น อาจจะเหมาะกับพื้นที่ ที่มีความเป็นในเมืองสักเล็กน้อย หรือไม่ก็หาแหล่งย่านทำงานหรือย่านการศึกษาและยิ่งใช้พื้นที่บ้านของเราเองก็จะประหยัดค่าเช่าไปได้มากทีเดียว ที่สำคัญลงทุนไม่มากเหมือนกับโรงขนมจีน และถ้ามันเวิร์คก็อาจจะต่อยอดเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์อื่นๆ ต่อไปได้อีก
#4.แฟรนไชส์ ร้านสะดวกซัก
อีกเทรนด์ที่มาแรง คือ แฟรนไชส์เครื่องซักผ้า สังเกตได้เลยว่าในกรุงเทพฯ จะเริ่มมีร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมง เกิดขึ้นในย่านที่ตั้งของอพาร์ทเมนต์ คอนโด และดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบใช้บริการซักสะดวก เพราะประหยัดน้ำ ไฟ ใช้เวลาไม่นานก็ได้ผ้าแห้งพร้อมเก็บเข้าตู้ ที่สำคัญไม่ต้องเอาเครื่องซักผ้ามาตั้งให้เปลืองพื้นที่คอนโดอีกด้วย
ดังนั้น หากหมู่บ้าน หรือตำบลไหนในต่างจังหวัดมี 7-11 แล้วละก็...นั่นหมายความว่าทางซีพี ได้ทำการตลาดแทนเรียบร้อยแล้วล่ะ ชุมชนคุณมีกำลังซื้อ มีกำลังจับจ่ายใช้สอย มีพฤติกรรมเหมือนคนเมือง เขาถึงเปิด 7-11 ดักเงินตลอด 24 ชั่วโมง เดาได้เลยว่าแถวหมู่บ้านน่าจะเริ่มมี "บริการรับซักผ้า" แน่ๆ และบอกได้เลยว่าอาชีพที่จะมาดิสรัปต์ หรือมาทดแทนคนที่รับซักผ้า หรือเปิดร้านซักผ้าหยอดเหรียญธรรมดาๆ ก็คือ ร้านซักสะดวก 24ชั่วโมง
เพราะร้านพวกนี้ใช้สถานที่ 1 ห้องกว้างๆ มีพื้นที่ให้นั่งรอแบบคูลๆ มีไวไฟให้ใช้ฟรีๆ มีบริการอบผ้า ถือธนบัตรมาไม่ต้องขอแลกเจ้าของให้วุ่นวาย เพราะจะมีตู้ให้แลกเหรียญ น้ำยาซักผ้าไม่ต้องมีเป็นซองๆ ขาย เรียกว่าครบจบในที่เดียว ซักเสร็จ อบต่อใช้เวลารวมราว 1 ชม. คุณได้ผ้ากลับบ้านพับเข้าตู้เลย
แต่ข้อนี้อาจจะลงทุนมากสักหน่อย ราคาเริ่มต้นมีตั้งแต่ประมาณ 1.3-3.2 ล้านขึ้นไป ขึ้นอยู่กับแบรนด์ แต่ถ้าใครทุนพร้อม สถานที่พร้อม นับว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจทีเดียว
#5.ร้านเสริมสวย
สำหรับคุณผู้หญิง "เสริมสวย" ไม่มีวันตายจริงๆ ค่ะ เงื่อนไขมีข้อเดียวถ้าจะทำ ให้คุณไปสมัครเป็นลูกมือ เก็บประสบการณ์ก่อน จนกว่าจะทำเป็น (ไม่ใช่แค่ทำได้) เชื่อว่าหากินได้ตลอดชีพ ใครที่อายุยังไม่มากหากมีวิชานี้ติดตัว หากินได้ยาวๆ เลยค่ะ
ดังนั้น อาจจะไม่ใช่อาชีพที่เราจะทำได้เลย แต่ต้องไปเรียนทฤษฎี เอาหลักการมาก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ ฝีกและพัฒนาฝีมือ ที่สำคัญคือ ต้องมีใจรักจริงๆ เพราะเหนื่อยมากๆ เนื่องจากเป็นงานบริการ และใช้แรงเราทำ 100%
หากใครสนใจ หาที่เรียนได้ตามสถานที่เอกชนต่างๆ (อาจจะราคาสูงหน่อย) หรือหากเป็นของภาครัฐ จะมีโรงเรียนฝึกอาชีพ ดิฉันได้แนบลิงก์มา ใกล้ที่ไหนไปสมัครเรียนได้ที่นั่น จากนั้นอาจจะหาคอนเน็คชั่นจากเพื่อนๆ ที่มาเรียนด้วยกัน เพื่อแนะนำร้านฝึกงานให้เราค่ะ
โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ที่นี่จะมีสาขาวิชาเสริมสวย แต่งผมสตรี ซอยผมสตรี แต่งหน้า แต่งเล็บ ม้วนผม แต่งหน้า ฯลฯ ค่าเรียนหลักร้อยบาทเองค่ะ
#6.ฟิตเนส
คนต่างจังหวัด ก็รักสุขภาพเช่นกัน หากเราเป็นคนแรกที่นำ ศูนย์ฟิตเนส มาให้คนต่างจังหวัดได้สัมผัสประสบการณ์ของการออกกำลังกายในที่ร่ม ด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ทันสมัย แบบที่คนเมืองนิยมกันบ้าง ก็น่าสนใจไม่น้อย
แต่ข้อนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่รักเรื่องการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ มีความรู้เรื่องการออกกำลังกาย มีเงินทุนพอสมควร และอยากให้คนในหมู่บ้านได้มีสุขภาพที่ดี ในราคาค่าบริการที่ย่อมเยาว์ เพราะเราคงไปคิดค่าบริการแพงไม่ได้ ต้องดูว่าคนต่างจังหวัดจ่ายได้ประมาณไหน
อย่างในตำบลของดิฉัน มีร้านฟิตเนสมาเปิดเจ้าแรก สร้างความฮือฮาให้ชาวบ้านมาก เพราะไม่ต้องเข้าไปออกกำลังกายในเมือง ซึ่งคนมาใช้บริการเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ผู้สูงอายุ แม้ว่าระยะเวลาผ่านไป ความตื่นเต้นของคนจะน้อยลงไม่เท่าตอนแรก แต่ทางร้านก็ได้คนที่รักสุขภาพจริงๆ ที่แวะเวียนมาเป็นประจำ
ราคาคิดเป็นรายวัน วันละ 40-50 บาท ในร้านก็ขายเครื่่องดื่มเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเจ้าของร้านเองก็บอกว่า มีความสุข ที่ได้ทำในสิ่งที่รัก แม้ว่าจะต้องรอเวลาในการคืนทุน ซึ่งข้อนี้อาจจะใช้เงินลงทุนเกือบ 1 ล้าน สำหรับฟิตเนสขนาดย่อมๆ ค่ะ โดยตัดเรื่องค่าเช่าตึกออกไป เพราะใช้ตึกของตัวเองค่ะ

#7.ขายส่งผักสด
"เป็นธุรกิจที่ที่น่าจับมาก หากหมู่บ้านใครยังไม่มีร้านขายส่งผักสด กำไรเนื้อๆ วันต่อวัน ขนาดที่ว่าคนทำมาเป็นสิบๆ ปี ยังไม่กล้าวางมือเลยค่ะ นับว่าเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่พลิกชีวิตครอบครัวจากหาเช้ากินค่ำ ยกระดับเป็นครอบครัวผู้มีอันจะกินในหมู่บ้านได้อย่างขาดลอย เห็นมากับตาจริงๆ"
สิ่งที่ต้องมีคือรถระบะ 1 คัน (ช่วงแรกที่เห็น คือ ซื้อรถมือสองมาใช้ก่อน) เพื่อขับเข้าไปในเมือง ไปในแหล่งขายส่งผักสด เช่น จ.ร้อยเอ็ด จ.ขอนแก่น เราไปรับมาเพื่อมาขายต่ออีกที ให้กับคนในหมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง เขาก็จะมารับผักสดไปกระจายขายต่อเป็นทอดๆ แสดงว่า เราอาจจะมีเงินก้อนแรกจำนวนหนึ่ง สำหรับไปเหมาผักสดมาขาย
"แต่เด็ดกว่านั้นคือ กำไร ขาดทุน ว่ากันวันต่อวันไปเลย แล้วมันจะไม่มันส์ได้ไง เพราะนับเงินสดๆ ทุกวัน ข้อเสียคือ มันเหนื่อยกว่าชาวบ้านชาวช่อง เพราะต้องแลกกับการนอนไม่เป็นเวลา เนื่องจากต้องตื่นในยามที่คนอื่นนอน เพื่อไปรับผักที่ตลาด"
คู่แข่งจะทำบ้างก็ไม่ต้องกลัว เพราะโดยปกติแล้วคนต่างจังหวัด จะมีความเกรงอก เกรงใจกัน ดังนั้น เขาเคยเป็นขาประจำซื้อผักสดของใคร ก็จะเป็นขาประจำของคนนั้น ส่วนคนที่มาทำทีหลังก็อาจจะต้องเปิดตลาดใหม่ พอหาได้ก็สะสมขาประจำของตัวเองไปค่ะ
"แม่ค้า พ่อค้า ขายส่งผักสด แถวบ้านงอกเป็นดอกเห็ด แต่ก็อยู่ได้ ขาประจำของใครของมัน นับว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เปลี่ยนชีวิตคุณป้า คุณน้า คุณอา แถวบ้านไปเยอะเลยค่ะ"
#8.ร้านซ่อมมอเตอร์ไซด์
ข้อนี้อาจจะส่งตรงถึงคุณผู้ชาย หากใครที่มีฝีมือการซ่อมรถจักรยานยนต์ การเปิดร้านรับซ่อมรถจักรยานยนต์ ถือว่าน่าสนใจมากๆ เพราะกำไรดี ทั้งจากงานซ่อม และจากการขายอะไหล่ และดิฉันเห็นหลายครอบครัว ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นถนัดตา จากธุรกิจนี้
สำคัญคือ ต้องใจรักในอาชีพนี้จริงๆ กรเริ่มต้นใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก หากเริ่มเปิดจากร้านเล็กๆ มีเงินก้อนไม่ถึงแสนบาทก็ทำได้แล้ว (แต่ถ้าใช้ทุนมากกว่านี้ ก็จะมีของลงที่ร้านเยอะหน่อย) เช่าตึกเล็กๆ ซื้ออะไหล่ที่จำเป็นมาลงร้าน แล้วสะสมลูกค้าไปเรื่อยๆ ถ้าบริการดีชาวบ้านก็บอกต่อแน่นอน
"อย่าลืมประเมินตลาด เช่น แหล่งวัยรุ่นชอบแต่งรถ ก็อาจจะต้องเน้นจับกลุ่มวัยรุ่น เน้นขายอุปกรณ์แต่งรถ และแต่งรถแรง แต่ถ้าชุมชนนั้นมีผู้ใหญ่เป็นส่วนมาก ก็จะเน้นรถใช้งาน ไม่เน้นความแรง บริการซ่อมรถเพื่อใช้งานก็จะตอบโจทย์มากกว่า"
"ซ่อมยังไม่เป็น" ไม่ใช่ปัญหา ถ้ามีใจรักไปที่ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร มีเปิดสอนวิชาช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ค่าสมัครเรียน หลักสูตรละ 105 บาท..โอ้ววว ให้ไวค่ะ มีให้เลือกทั้งภาคเช้า ภาคบ่าย ภาคค่ำ
#9.ขายประกัน
คนต่างจังหวัด มีวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบพี่ ป้า น้า อา ดังนั้น การที่เราจะเอาใจใส่ ถามไถ่ เยี่ยมเยียน ย่อมสะดวกกว่าการที่เราอยู่ห่างไกล แถมเราเป็นคนในหมู่บ้าน คนที่ซื้อก็รู้จักเหล่ากอ เราลูกเต้าเหล่าใคร ก็ง่ายที่จะเชื่อใจไว้ใจให้เราได้มีโอกาสดูแล และเขาก็จะบอกต่อญาติสู่ญาติ
การที่คนไม่ค่อยซื้อประกันเพราะกลัวโดนหลอก แถมมีประสบการณ์ที่ไม่ดี นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนที่ทำดี ทำงานได้ยาก หากเราจะเป็นผู้ที่ไปเปิดโอกาสดีๆ ให้ความคุ้มครองกับคนต่างจังหวัด ด้วยความมุ่งมั่นในอาชีพนี้จริงๆ ก็เป็นอาชีพที่น่าใจ แต่จะต้องอึดและอดทนมากหน่อยในการให้ความรู้เรื่องการประกันชีวิต ประกันสุขภาพว่าสำคัญอย่างไร
เคยเห็นหลายคนในหมู่บ้าน ที่ทำมาหากินในกรุงเทพฯ มานานหลายปี สุดท้ายกลับมาทำงานที่บ้านเกิดและเลือกมุงมั่นในอาชีพขายประกัน นับว่าประสบความสำเร็จจากการทำอาชีพนี้ และแน่นอนเมื่อดูแลคนในหมู่บ้านได้ดี ก็ค่อยขยับขยายออกสู่คนนอกหมู่บ้าน เปิดตลาดใหม่ๆ ต่อไป ตามความขยันของเราว่าต้องการมีรายได้มากน้อยเท่าไหร่
#10.โรงปลูกเห็ดขอนขาว
เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในต่างจังหวัด ดีขึ้นอย่างถนัดตา ก็คือ "โรงปลูกเห็ดขอนขาว" อาชีพนี้มีพี่น้องเกษตรกรทำในหลายจังหวัด อย่างที่ดิฉันสอบถามญาติทาง จ.ร้อยเอ็ด นิยมทำอา ชีพนี้กันค่ะ ส่งขายทั้งในหมู่บ้านและที่ตลาดใหญ่นอกหมู่บ้าน ร่ำรวยกันพอสมควร
เท่าที่ดูข้อมูลก็ลงทุนไม่มาก ดังนั้น หากมนุษย์เงินเดือนทำงานมาสักพัก มีเงินเก็บสักก้อนไม่ต้องเยอะแยะมากมาย ก็ลงทุนโรงปลูกเห็ดได้แล้วค่ะ
บทความนี้น่าสนใจ เป็นประสบการณ์ตรงจากเจ้าของฟาร์ม "การเพาะเห็ดขอนขาว ลงทุนน้อย" มีรายละเอียดพอสมควร สำหรับท่านที่สนใจจริงๆ แนะนำให้อ่านค่ะ
#11.ร้านขายอุปกรณ์โทรศัพท์
เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ ที่ดิฉันเห็นคนในหมู่บ้านทำ (จริงๆ เป็นคนนอกหมู่บ้านที่เข้ามาลงทุน) แล้วชีวิตเปลี่ยน ซึ่งเป็นการเปิดร้านแห่งแรกๆ ของหมู่บ้านเลยค่ะ ใครจะซื้อโทรศัพท์ จะซ่อมโทรศัพท์ จะเติมเงิน จะซื้ออุปกรณ์เสริมต่างๆ เคสโทรศัพท์ หูฟังโทรศัพท์ ก็จะมุ่งหน้ามาที่ร้านนี้ ได้ทำเลดีพอสมควรอยู่หน้าตลาด และใช้พื้นที่ไม่มาก ห้องเล็กๆ
ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนะคะ หากหมู่บ้านของท่าน ยังไม่มีร้านที่ให้บริการเกี่ยวกับโทรศัพท์เลย น่าจะช่วยให้ชาวบ้านสะดวกสบาย เวลาจะซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับมือถือ แม้เดี๋ยวนี้จะมีให้สั่งซื้อทางออนไลน์ แต่อย่าลืมว่าวิถีชีวิตของคนต่างจังหวัด ยังมีความอยากจับ อยากสัมผัสสินค้า อยากให้คนขายอธิบายอยู่นะคะ
#12.ร้านขายของชำ
ฟังแล้วอาจจะรู้สึกธรรมด๊า ธรรมดา จะไหวเหรอ? เพราะ 7-11 ครองเมือง แต่ปรากฎว่าในหมู่บ้านที่ดิฉันอยู่ หรือ แม้กระทั่งหมู่บ้านใกล้เคียง สังเกตได้ว่ายังมีโชห่วยเกิดใหม่ให้ได้เห็น บางทีก็สงสัยนะว่าทำไมคนเปิดร้านโชห่วยกันเยอะจัง
"แต่ที่ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ แบบชัดเจนมากๆ คือ "ร้านขายส่งของชำ" ค่ะ ดิฉันเห็นแถวบ้าน จากร้านขายส่งเล็กๆ ลงของไม่มาก ปัจจุบันขยายใหญ่โต เป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังหมู่บ้านอื่นๆ ที่ทยอยแวะเวียนมารับของไปขายปลีก"
เมื่อไปค้นข้อมูลยิ่งน่าเซอร์ไพรส์เพราะปี62 ร้านโชห่วยทั้งประเทศยังคงพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ทั่วประเทศมี 443,123 ร้าน จาก 438,820 ร้าน และรู้ไหมคะว่า "ภาคอีสาน" มีร้านโชห่วยเกิดใหม่มากสุดในสัดส่วน 34%
ถ้าเราคิดจะเปิดทั้งทีไม่ว่าจะร้านเล็กๆ หรือทำสเกลใหญ่ เป็นร้านขายส่งอาจจะต้องทำร้านแนวโมเดิร์น เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ลองหาความแตกต่าง ที่ร้านโมเดิร์นเทรดทั่วไปให้ไม่ได้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง : “โชห่วย” Never Die! เมื่อปรับโฉมใหม่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง : เศรษฐศาสตร์วันหยุด : ‘โชห่วย’ยังไม่ตาย
#13.ทำงานประจำ
ใครที่ยังแฮปปี้กับเงินเดือน ยังไม่กล้าเสี่ยงลงทุนอะไรเลย ท่านสามารถเข้าไปหางานที่ กรมการจัดหางาน ใส่เงื่อนไขต่างๆ จังหวัด, ประเภทการจ้างงาน, ประเภทตำแหน่งงาน, วุฒิการศึกษา
แม้จะเป็นการทำงานที่ได้เงินเดือนน้อยลง เมื่อเทียบกับการทำงานที่ กทม.แต่บวกลบดูแล้วมันอาจจะพอๆ กันก็ได้ เพราะเราสามารถประหยัดค่าที่พัก (เนื่องจากอยู่บ้านของตัวเอง) และอาจจะประหยัดค่าเดินทางหากได้งานใกล้บ้าน...หลายคนขอแค่มีเวลา ดูแลพ่อกับแม่หรือคนที่เรารัก และได้สูดอากาศดีๆ แค่นี้ก็กำไรชีวิตแล้ว
"อีกประการหนึ่ง ความรู้ความสามารถที่เรามี อาจจะช่วยหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ หรือในระดับจังหวัดได้ จากเดิมเราอาจจะเป็นคนดี เป็นคนเก่งของเพื่อนร่วมงาน คนเก่งของสังคมรอบตัวที่กรุงเทพฯ แต่เราอาจไม่ค่อยได้นำความรู้ความสามารถในด้านที่เรามี มาช่วยเหลือบ้านเกิดเท่าไหร่นัก นี่จึงเป็นโอกาสอันดีในการได้ตอบแทนบ้านเกิด"
ท้ายนี้ ใครมีอาชีพเด็ดๆ อะไร อยากแบ่งปัน สามารถแชร์ไอเดียเพิ่มเติมมาได้เลยนะคะ หรือใครทำอยู่แล้ว ดี ไม่ดี อย่างไร แบ่งปันกันได้ที่ เพจ Lumpsum เพื่อเป็นประโยชน์กับมนุษย์เงินเดือน ที่กำลังคิดถึงบ้านทุกๆ คนค่ะ ^_^
*สรุปส่งท้าย
- หา "ปัญหา" ของคนในหมู่บ้านให้เจอ แล้วนำธุรกิจนั้นๆ ไปช่วยแก้ปัญหา
- ทุกอาชีพมีความเสี่ยง ที่อื่นทำสำเร็จ แต่ในบางพื้นที่อาจจะล้มเหลว
- สำคัญมาก! ทุกอาชีพ ต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ถ้าไม่ทำ เราจะไม่ทราบว่าเงินรั่วไหลไปไหนบ้าง เพราะที่เห็นมาก็มาก แม้ร่ำรวยขึ้นมาจากการทำธุรกิจก็จริง แต่เพราะความรวยบางทีมาไวกว่าที่คาดตั้งตัวไม่ทัน ไม่มีวินัยการเงิน สุดท้ายก็เกิดความหายนะกับธุรกิจได้เหมือนกัน
- เริ่มเลยวันนี้! ก่อนจะไปทำรายรับ-รายจ่ายในรูปแบบผู้ประกอบการ ในตอนที่ท่านยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ ท่านอาจจะลองฝึกวินัยด้านการเงินอย่างง่ายๆ ทำรายรับ-รายจ่ายตัวเองด้วยแอป #ล่ำซำ วันนี้ใช้เงินกี่บาท ซื้ออะไรไปบ้าง ทั้งเดือน ใช้จ่ายไปเท่าไหร่