“พี่ครับ ช่วยผมด้วย ผมหมดตัวแล้วพี่ ผมเอาเงินที่หามาทั้งชีวิตเอาไปช่วยแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งหมดแล้ว”
คำพูดแรกที่ผมได้ยินทันที หลังจากที่ผมกดรับสายโทรศัพท์ ซึ่งเป็นเสียงจากรุ่นน้องที่ผมสนิทมากๆ เคยเล่นเกมด้วยกัน และไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ ซึ่งน้องเป็นคนที่ทำงานเก่งและเก็บเงินเก่งมาก ไม่ค่อยกล้าใช้อะไรเท่าไหร่
ผมเคยถามน้องคนนี้ว่า “ไม่เอาเงินไปลงทุนหรือซื้อประกันอะไรเลยหรอ”
น้องตอบผมมาแค่แค่ว่า “ไม่เอาอะ ลงทุนก็เสี่ยง จะซื้อประกันก็เปลืองตัง เอาเงินส่วนนั้นมาเก็บดีกว่า”
แต่แล้วน้องก็ต้องเจอเรื่องเศร้าแถมต้องใช้เงินมหาศาล จากการที่แม่ของน้องเกิดอาการเจ็บน่าอก และไปตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม ทำให้น้องรู้สึกมืดแปดด้านไปเลย เพราะน้องเขาอยู่กับแม่เพียงแค่ 2 คน น้องเขาพยายามรักษาแม่อย่างเต็มที่ เท่าที่คนๆนึงจะทำได้ ซึ่งสิ่งที่แย่ที่สุด คือน้องคนนี้ไม่ได้ทำประกันอะไรไว้ให้ตัวเองและแม่เลย ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเต็มๆ ตั้งแต่ค่าค่าตรวจวินิจฉัยโรค ที่ต้องตรวจถึงหลายกระบวนการกว่าจะตรวจพบว่าแม่มีเนื้อร้าย
และก็มาถึงค่าใช้จ่ายที่หนักหนาสุดๆ ก็คือการค่าผ่าตัดนั่นเอง และพร้อมกับการนอนโรงพยาบาลต่ออีก 10 วัน ซึ่งน้องบอกเลยว่าค่าใช้ส่วนนี้นี่แหละที่ทำให้เงินเก็บของน้องที่หามาตั้งเริ่มต้นทำงาน หมดไปเลย เพราะทั้งค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่าพยาบาล ค่าอาหาร ค่ายารักษาอีก น้องร้องไห้พูดกับผมเลยว่า เสียใจเพราะที่แม่เป็นมะเร็งไม่พอ ยังต้องมาท้อใจเพราะแทบจะไม่เหลือเงินมารักษาอีก
ซึ่งน้องบอกต่ออีกว่า เดี้ยวจะมีค่าใช้จ่ายในการทำคีโมอีกที่ต้องเจอ แต่โชคยังดีที่คุณแม่ของน้องยังเป็นมะเร็งเต้านมที่ยังอยู่ในระยะที่ 2 จึงไม่ต้องทำคีโมเยอะ ซึ่งแน่นอนในรายที่ป่วยเป็นมะเร็งในระยะหลังๆ จะต้องทำคีโมเยอะ ค่าใช้จ่ายที่ต้องเจอก็เยอะตามไปด้วย
และไม่ใช่ว่าเสียค่าใช้จ่ายเท่านี้แล้วจะจบ เพราะต้องกินยาต้านมะเร็งต่อ ต้องมีการพาเข้าไปหาหมอตรวจร่างกาย ว่ามีโอกาสที่มะเร็งจะกลับมาอีกหรือไม่
นี่เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้น้องของผมคนนี้ ตัดสินใจที่อยากจะทำประกันมะเร็งของตัวเองทันที เพื่อไม่อยากให้ตัวเองและลูกหลานในอนาคตต้องมาเจอกับค่าใช้จ่ายที่มหาศาลแบบนี้อีก ลำพังแค่เรื่องความรู้สึกที่ต้องเจอก็แย่พอแล้ว ถ้าต้องมาแย่ในเรื่องเงินอีก ชีวิตคงแทบจะไม่มีความสุข
ซึ่งตัวผมเองก็พอจะที่รู้จักการทำประกันมะเร็งที่คุ้มค่าและค่าเบี้ยไม่แพงอยู่ ผมก็แนะนำประกันมะเร็งน้องไปหลายตัวเลยน้องก็ใช้เวลาตัดสินใจอยู่นานเหมือนกัน ก่อนที่จะตกลงทำเป็นประกันมะเร็งแบบ เจอ จ่าย จบ ของกรุงเทพประกันภัย ที่รับเงิน 100% จากทุนประกันทันที ถ้าตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง ค่าเบี้ยก็ถูกมากๆ เริ่มต้นแค่วันละ 3 บาทเท่านั้น ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจก็สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย : https://url.in.th/cancer01
ผมหวังว่าเรื่องราวของน้องคนสนิทของผมคนนี้จะทำให้ใครหลายๆคนรักตัวเองและรักเงินในกระเป๋าตัวเองมากขึ้นนะครับ เราสามารถเริ่มต้นป้องกันความเสี่ยงของเราได้ตั้งแต่การเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน และค่อยเริ่มต้นทำประกันที่เหมาะสมกับตัวเราเองครับ เป็นการโอนย้ายความเสี่ยงที่เราต้องเจอไปให้กับทางบริษัทประกันแทน เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องมารับภาระค่ารักษาพยาบาลในยามที่เราเกิดป่วยและเจอเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ