ไม่มีรายการ

3 เครื่องมือใช้วัดสุขภาพการทางเงิน

05 พฤษจิกายน 2563


เคยสงสัยกันใช่มั้ย? สถานภาพทางการเงินตอนนี้ของเราเป็นอย่างไร

ดีจริงมั้ย? ดีเพราะเราเข้าข้างตัวเองไปรึเปล่า? หรือแย่เพราะเรามองโลกเลวร้ายเกินไป?

และคำถามสำคัญกับเป้าหมายใหญ่ ต้องมีเงินขนาดไหนถึงจะเรียกว่ารวย?

วันนี้เราจะไปหาคำตอบด้วยกันครับ กับ “3 เครื่องวัดสุขภาพทางการเงิน”

 

ถ้าพูดถึง “รวย” คนส่วนใหญ่ก็มักจะนึกภาพถึงคนที่มี รายได้สูง ๆ มีเงินทองมากมาย หรือ ใช้ชีวิตสุขสบาย เพราะสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนเครื่องหมายแสดงฐานะทางสังคม สื่อให้เห็นถึงความมั่งคั่งร่ำรวย

แต่จริง ๆ แล้ว จะร่ำรวยหรือมั่งคั่ง ไม่ได้วัดกันที่ตัวเงินหรือสินทรัพย์ แต่วัดกันด้วย เงินที่เหลืออยู่
เงินที่เหลืออยู่คือ สินทรัพย์ทั้งหมดหักลบกับหนี้สินทั้งหมดแล้ว ยิ่งเหลือมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะเราจะสามารถนำสินทรัพย์เหล่านี้ไปลงทุนต่อให้งอกเงยได้

 

 สินทรัพย์ทั้งหมดหักลบกับหนี้สินทั้งหมดแล้ว ยิ่งเหลือมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะเราจะสามารถนำสินทรัพย์เหล่านี้ไปลงทุนต่อให้งอกเงยได้

 

นั่นคือ หาเงินได้มากน้อยยังไม่สำคัญเท่าเหลือเก็บรึเปล่า และเก็บมากก็ย่อมได้เปรียบ

หาได้เป็นแสน แขนไม่ได้จับ เอ้ย!

ไม่ใช่ หาได้เป็นแสน แต่แทบไม่มีเก็บ บางทีมันก็ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะถ้าไม่มีเก็บเพราะฟุ่มเฟือย

 

แต่กับหลายคนที่หาเช้ากินค่ำ อย่าว่าจะเก็บเงินเลย แค่กินยังแทบจะไม่พอ ชักหน้าไม่ถึงหลัก

ฉะนั้น ก่อนจะรวยก็ต้องเอาให้รอดก่อน กับ “อัตราส่วนความอยู่รอด”

อัตราส่วนความอยู่รอดคือ รายได้พอกับค่าใช้จ่ายหรือเปล่า

รายได้หลัก ๆ ของทุกคนก็จะมาจาก 2 ทาง คือ จากการทำงาน กับจากผลตอบแทนในการลงทุน โดยที่คนส่วนใหญ่ก็จะมาจากการทำงานเป็นหลัก

ถ้าเอารายได้ทั้งหมดมาหารกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดในแต่ละเดือน หากได้มากกว่า 1 ก็คืออยู่รอด ใช้เงินไม่เกินตัว แต่หากน้อยกว่า 1 นี่แย่ละ จะเกิดอาการชักหน้าไม่ถึงหลังแน่นอน

 

ถ้าเอารายได้ทั้งหมดมาหารกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดในแต่ละเดือน หากได้มากกว่า 1 ก็คืออยู่รอด ใช้เงินไม่เกินตัว แต่หากน้อยกว่า 1 นี่แย่ละ จะเกิดอาการชักหน้าไม่ถึงหลังแน่นอน

 

ตัวอย่าง วันนี้หาเงินได้ 100 บาท ใช้ไป 80 เหลือเก็บ 20 ถ้านำ 100/80 ได้ 1.25 ซึ่งมากกว่า 1 ก็คืออยู่รอด

กลับกัน ถ้าวันนี้หาได้ 100 แต่ใช้ไป 120 ถึงไม่เข้าสูตรก็ใช้เกินตัวเห็น ๆ ลองกดดู 100/120 ได้ 0.83 น้อยกว่า 1 แบบนี้ไม่รอด ใช้เงินเกินตัว

นั่นคือ หาได้มากกว่าใช้ก็จะรอด แต่ถ้าหาได้น้อยกว่าใช้ก็ไม่รอด

ถ้าน้อยกว่า 1 ก็ต้องมาดูกันว่าปัญหาเกินจากอะไร

ใช้เงินเกินตัวรึเปล่า ถ้าใช่ก็ลดตรงนั้น หรือที่จ่ายไปก็สิ่งจำเป็นและประหยัดแล้ว ก็ต้องแก้ด้วยการหาเพิ่ม สิ่งนี้เป็นวิธีการที่ถูกต้อง คือรู้ปัญหา แล้วแก้ให้ถูกจุด

 

รอดแล้ว เมื่อไร่จะรวย?

รายได้หลัก ๆ มาจาก 2 ทาง คือ จากการทำงานกับผลตอบแทนจากการลงทุน ถ้าเราเอาเฉพาะรายได้ที่เป็นผลตอบแทนจากการลงทุนมาหารกับรายจ่าย ถ้ามากกว่า 1 นี่คือรวย หรือมั่งคั่งแน่นอน

 

ถ้าเราเอาเฉพาะรายได้ที่เป็นผลตอบแทนจากการลงทุนมาหารกับรายจ่าย ถ้ามากกว่า 1 นี่คือรวย หรือมั่งคั่งแน่นอน

 

 

ถ้าเรามีอัตราส่วนความมั่งคั่งมากกว่า 1 ก็แสดงว่า แม้จะไม่ทำงาน ก็มีรายได้จากทรัพย์สินมากพอที่จะใช้จ่ายและใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย ที่เรียกกันว่า อิสรภาพทางการเงิน

อาจจะดูยาก แต่เชื่อว่าไม่ยากเกินความพยายามของเราหรอก อย่าเพิ่งคิดว่ายาก ถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ

คนส่วนใหญ่หวังพึ่งพิงกับรายได้จากการทำงานหรือเงินเดือนเป็นหลัก แต่ที่จริงแล้วการเรียนรู้และให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินในทุกมิติ ทั้งการหา การใช้ การเก็บ และโดยเฉพาะการลงทุน เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่ทางที่จะพาทุกคนไปสู่ความมั่งคั่งและอิสรภาพทางการเงิน

บทความแนะนำล่าสุด

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ