ลูกหนี้ทั้งหลาย รู้หรือไม่ หากวันหนึ่งเราเริ่มชำระคืนหนี้ไม่ไหว สามารถขอเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ได้ตลอด และสามารถทำได้ตั้งแต่ยังเป็นหนี้ปกติจนถึงเป็นหนี้เสีย กระทั่งอยู่กระบวนการทางศาลแล้วก็ตาม
ผมไปอ่านบทความที่น่าสนใจจาก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วพบว่าน่าสนใจมาก จึงอยากนำมาแชร์กัน
โดยการเขียนจดหมาย เป็นอีกวิธีที่ใช้ติดต่อกับเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ จุดเด่นคือ สามารถส่งเรื่องถึงเจ้าหนี้ได้โดยตรง มีหลักฐานชัดเจน ไม่ต้องประหม่าเวลาเจอหน้า ขณะที่ลูกหนี้ยังมีเวลาเรียบเรียงความคิดและข้อเสนอปรับโครงสร้างหนี้ที่ตนเองทำได้หรือจ่ายไหวอีกด้วย

โครงสร้างจดหมายที่จะส่งไปเพื่อให้เจ้าหนี้ยอมช่วย ควรมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้
1. ข้อมูลส่วนตัวแบบละเอียด
ชื่อ สกุล ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมลล์ ใส่ไปให้ครบ
2. ข้อมูลหนี้
แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
2.1 ประเภทหนี้ทั้งหมดที่มีกับเจ้าหนี้รายที่เราต้องการเจรจา เช่น บ้าน รถ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด (ใส่ข้อมูลเลขที่สัญญา หมายเลขบัตร หรือเลขที่ลูกค้า ด้วย)
2.2 จำนวนเงิน ได้แก่ ภาระผ่อนหนี้ต่อเดือน ยอดหนี้คงเหลือปัจจุบันกับเจ้าหนี้รายนี้ และ 3.สถานะผ่อนหนี้กับเจ้าหนี้รายนี้เป็นอย่างไร เช่น ยังจ่ายอยู่แต่จ่ายได้น้อยลง หรือไม่จ่ายมาแล้วกี่งวด
3 ข้อมูลเกี่ยวกับรายรับ-รายจ่าย
บอกให้ละเอียดถูกต้องตามข้อเท็จจริง แหล่งรายรับและจำนวนเงิน เราประกอบอาชีพอะไร มีรายรับเฉลี่ยต่อเดือนประมาณเท่าไหร่ เรามีรายจ่ายอะไรบ้างและจำนวนเงิน ให้ข้อมูลรายจ่ายที่มีต่อเดือน จำแนกออกว่ามีอะไรบ้าง เท่าไหร่
4. ข้อมูลสภาพคล่องที่มี
เมื่อหักค่าใช้จ่ายและหนี้แล้วมีเงินเหลือเท่าไหร่ สาเหตุที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้เกิดจากอะไร เช่น โควิด-19 ทำให้ขายของไม่ได้ เจ็บป่วย ถูกลดเงินเดือน ตกงาน กิจการถูกปิด พร้อมทั้งชี้แจงว่าสาเหตุโดยละเอียดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างไร คาดว่ายาวนานแค่ไหน และได้พยายามแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอย่างไร
5. แนวทางขอความช่วยเหลือที่เราต้องการ
เสนอแนวทางที่เราต้องการพร้อมบอกเหตุผล ซึ่งลูกหนี้ควรเสนอตัวเลือกในใจไปให้เจ้าหนี้ก่อนอย่างน้อย 1 หรือ 2 ทางเลือก เช่น หากดูแล้วโควิด-19 น่าจะคงอยู่ไม่น้อยกว่า 3 เดือน เราอาจเสนอขอพักชำระหนี้ 6 เดือน แต่ต้องคิดเผื่อว่าหากได้พักชำระหนี้แค่ 3 เดือน เราจะไหวหรือไม่ ซึ่งอาจต้องมาดูว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นบ้างหรือกลับมาเท่าเดิมหลังการพักชำระหนี้ 3 เดือนหรือไม่ ต้องหาอาชีพเสริมหรือลดค่าใช้จ่ายส่วนใดได้อีก อีกทางเลือกหนึ่งคือช่วงเดือนที่ 4 เป็นต้นไป ลองขอชำระเป็นแบบขั้นบันได คือ ในช่วงแรกอาจขอจ่ายน้อย ๆ แล้วค่อยๆ เขยิบจ่ายมากขึ้นไปเรื่อย ๆ หากมีแนวโน้มว่ารายได้ของเราจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น เป็นต้น
เหล่านี้คือโครงสร้างจดหมายขอไกล่เกลี่ยหนี้ที่ควรมี เพื่อเพิ่มโอกาสในการอนุมัติให้ความช่วยเหลือจากเจ้าหนี้ และขอย้ำอีกครั้งว่าทุกรายละเอียดในจดหมายต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เพราะทางเจ้าหนี้ย่อมตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่แล้ว หากเราใส่ข้อมูลมั่วซั่วไม่ชัดเจน โอกาสได้รับความช่วยเหลือก็จะลดลงด้วยเช่นกัน...