คิดสักนิดก่อนซื้อประกัน...ไม่งั้นอาจทิ้งเงินสูญเปล่า!

30 พฤษภาคม 2562

 

 

การเลือกซื้อประกันในยุคปัจจุบัน เป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการวางแผนอนาคตในระยะยาว ซึ่งทุกวันนี้มีประกันหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือกสรร ทั้งประกันชีวิต สุขภาพ ออมทรัพย์ หรือการเลือกสัดส่วนและรูปแบบเป็นของตัวเอง

 

แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน อาจต้องลองมาทบทวนแผนการใช้เงินดูให้ดีสักนิดก่อนคิดทำประกัน เพราะเบี้ยประกันที่คุณต้องจ่ายทุกปีในระยะยาวอาจกระทบการดำเนินชีวิตประจำวันของคุณได้

 

จากประสบการณ์ของพี่ชายข้างบ้านของผู้เขียน ย้อนวัยไปหลายปีก่อนเมื่อตอนทำงานใหม่ๆ ในสายงานวิศวกรรมศาสตร์ พื้นฐานทางบ้านเป็นคนฐานะปานกลาง อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ มีหนี้ก้อนเดียวคือหนี้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประมาณ 200,000 บาทเพื่อเล่าเรียน

 

เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 18,000 บาท อยากจะมีชีวิตที่ดีในอนาคต และไม่อยากยุ่งยากศึกษาหาข้อมูลการลงทุนเยอะ

 

ประจวบเหมาะกับตอนนั้นพี่ของแฟนสาวเป็นตัวแทนขายประกัน มานำเสนอข้อมูลประกันแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งประกันประเภทนี้จะให้ผู้ถือกรมธรรม์สามารถออมเงินและมีความคุ้มครองพ่วงมาด้วย โดยระหว่างที่เรายังคงจ่ายประกัน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะได้รับเงินเอาประกัน

 

แต่ประกันประเภทดังกล่าวลูกค้าต้องจ่ายเบี้ยกรมธรรม์กันอย่างยาว นานหลัก 10-30 ปีถึงจะเห็นผลลัพธ์ของการออมที่คุ้มค่า

 

รายละเอียดในกรมธรรม์ค่อนข้างดีสำหรับผู้ไม่ชอบลงทุนเอง และที่สำคัญเป็นการชักชวนการทำประกันจากพี่แฟน ซึ่งคำว่าเกรงใจและการเอนเอียงไปกับข้อมูลด้านดีๆ ที่ได้รับฟังมา ทำให้พี่ชายตัดสินใจได้ไม่ยากเลยว่าจะซื้อกรมธรรม์แน่นอน

 

พี่ชายตัดสินใจที่จะทำประกันในรูปแบบดังกล่าว ผลตอบแทนค่อนข้างดีเมื่อถือกรมธรรม์ระยะยาว 30 ปี แต่หากจะปิดการส่งประกันในช่วงเวลาที่เร็วกว่านั้นหรืออยากได้เงินออมที่เร็วกว่าก็ได้ แต่ขั้นต่ำต้องจ่ายเบี้ยต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี รวมถึงพี่ชายได้ซื้อประกันคุ้มครองโรคภัยเพิ่มเติมเข้าไปด้วย



เบ็ดเสร็จสำหรับการทำประกันในครั้งนี้ยอดรวมที่ต้องจ่ายประมาณ 16,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ย 1,300 กว่าบาทต่อเดือน

 

เมื่อหักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน,เงินเดือนที่ต้องให้พ่อแม่และค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอื่นๆ ออกไปแล้ว พี่ชายคิดว่าตัวเลขหลักพันต่อเดือนที่ต้องจ่ายไม่แพงอาจจะเหนื่อยและหนักหน่อย

 

แต่สำหรับฐานเงินเดือนวิศวะฯ และคนที่ไม่มีหนี้สินอะไรเลยนอกเหนือจากหนี้กยศ.ซึ่งหนี้ก้อนนี้ก็มีอัตราดอกเบี้ยถูกแสนถูกเพียง 1% และการจ่ายหนี้จะเพิ่มเป็นขั้นบันไดต่อปีให้หมดในเวลา 15 ปี

 

ประกอบกับในอนาคตฐานเงินเดือนจะต้องขยับขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 2-3%ขั้นต่ำ แถมมีโบนัสที่ดีทุกปีสำหรับบริษัทเอกชนที่พี่ชายทำงานอยู่ ซึ่งในตอนนั้นพี่ชายอายุประมาณ 24 ปี และคิดว่าการจ่ายเงินทำประกัน 30 ปีเมื่อครบกำหนดสัญญา จนถึงอายุ 54 ปี ยังไงก็คุ้มสำหรับผลตอบแทนที่จะได้รับมา

 

แต่...ผ่านไปเพียงแค่ 2 ปี พี่ชายกลับประสบปัญหาด้านการเงิน แม้ฐานเงินเดือนจะสูงขึ้น ส่วนโบนัสยังดีมีให้ทุกปี

 

เพราะระหว่างทางพี่ชายได้ “เพิ่มหนี้สินอย่างอื่น” เพื่อวางรากฐานในอนาคตเพิ่ม ทั้งซื้อรถยนต์ เพื่อใช้ในการทำงานโดยเป็นการซื้อแบบเงินผ่อนเฉลี่ยประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน ระหว่างนั้นยังมีค่าใช้จ่ายจิปาถะมากมายสำหรับรถยนต์ ทั้งค่า พ.ร.บ.รายปี,ค่าต่อทะเบียน ,ค่าประกันภัยรถ ,ค่ายางรถยนต์,ค่าบำรุงรักษา

 

ส่วนค่าน้ำมัน ทางด่วนหรือที่จอดรถ แม้เบิกได้ตามนโยบายของบริษัท แต่โดยรวมแล้วค่าใช้จ่ายเหล่านี้เฉลี่ยขั้นต่ำประมาณกว่า 20,000 บาทต่อปี ที่ต้องจ่ายเพิ่มไป ยังไม่นับรวมกับค่าผ่อนรถที่ต้องจ่ายกันทุกเดือนเป็นเวลาประมาณ 5 ปี



แค่หนี้สินเรื่องรถเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ พี่ชายยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับวางแผนอนาคตสำหรับการใช้ชีวิตคู่อีก!

 

แม้พี่ชายจะเก็บเงินบางส่วนไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับค่างานแต่งและบ้านหลังใหม่ที่ต้องซื้อในอนาคต เพราะเป็นเงื่อนไขจากฝั่งว่าที่เจ้าสาวที่อยากให้ลูกมีบ้านเป็นของตัวเองก่อนแต่งงานและเป็นบ้านใหม่ไม่ใช่บ้านมือสอง  (เป็นเงื่อนไขที่ไม่สามารถควบคุมหรือวางแผนได้มาก่อน)

 

ฝั่งว่าที่เจ้าสาวแม้จะช่วยเหลือการเงินเรื่องบ้านในบางส่วน แต่โดยรวมแล้วฝั่งพี่ชายเองก็ยังต้องใช้เงินอีกหลายล้านบาทสำหรับวางอนาคตส่วนนี้อยู่ดี ทำให้พี่ชายต้องมานั่งพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในทุกปีกันใหม่ เพราะแบกรับหนี้สิ้นทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ไหว

 

ทั้งค่าประกัน (จ่ายยาว 30 ปีหรือขั้นต่ำเลือก 10 ปี) ,ค่าผ่อนและจิปาถะของรถ (จ่ายยาว 5 ปี), ค่าหนี้กยศ. (จ่ายยาว 15ปี) และเงินเก็บค่าซื้อบ้านพร้อมงานแต่ง (ต้องซื้อและจะแต่งงานในอีก 5-6 ปีข้างหน้า) ซึ่งสิ่งจำเป็นน้อยที่สุดของพี่ชายในตอนนั้นคือการทำประกันชีวิต

 

สุดท้าย..พี่ชายตัดสินใจยกเลิกการต่อกรรมธรรม์ในปีที่ 3 ยังโชคดีที่ได้เงินคืนบ้างแต่เงินคืนที่ว่ายังไม่ถึง 1 ใน 3 ที่จ่ายไป

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ว่าการวางแผนการเงินสำคัญมาก แม้เราคิดว่าสิ่งที่ทำจะเป็นการลงทุนเพื่อต่อยอดอนาคตที่ดี และได้วางแผนค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตบางส่วนไว้แล้วอย่างการแต่งงานในอนาคต แต่เมื่อเจาะรายละเอียดลึกลงไปว่าจะต้องเก็บเงินเท่าไหร่สำหรับค่าใช้จ่ายงานแต่งที่จะเกิดขึ้น พี่ชายก็ไม่สามารถตอบได้ว่าจะต้องเก็บเงินอีกจำนวนเท่าไหร่เพื่อให้งานแต่งงานเกิดขึ้นใน 5-6 ปี

 

ที่สำคัญในระหว่างทางอย่าลืมว่า “คุณอาจยังมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันเพิ่มขึ้นอีก” โดยกรณีนี้คือบ้านหลังใหม่ซึ่งหนักเกินไปสำหรับคุณ เพราะระยะทางที่คุณต้องจ่ายเบี้ยเงินประกันเป็นเวลายาวนานหลัก 10 ปี

 

เพราะฉะนั้นการซื้อประกันเราซื้อได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ก่อนซื้อให้คิดสักนิดว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระยะยาว เราจะสามารถจ่ายไหวหรือไม่ เพราะในกรณีนี้พี่ชายรู้สึกในตอนแรกว่า "หนักหน่อยแต่น่าจะไหว" รวมถึงใจอ่อนยอมซื้อ เพราะคนขายประกันเป็นคนใกล้ตัว

 

แต่ทว่า..ไม่ได้วางแผนค่าใช้จ่ายในอนาคตให้ดีว่า จะมีอะไรตามมาบ้าง คิดแค่ค่าใช้จ่ายการใช้เงินในขณะนั้น

 

อย่างกรณีนี้จะเห็นได้ว่าเป็นหนุ่มวัยรุ่นที่กำลังก่อร่างสร้างตัว ซึ่งอนาคตอยากมีงานที่มั่นคง มีบ้าน รถ มีครอบครัว รวมถึงมีลูก นอกจากนี้พ่อแม่แก่เฒ่าขึ้นทุกวันอาจมีค่าใช้จ่ายในยามเจ็บป่วยตามมาอีก หากพื้นฐานมีฐานะปานกลางพ่อแม่ไม่ได้มีสมบัติมากมายแม้ไม่มีหนี้สิน แต่ลูกก็ต้องขวนขวายหาเงินด้วยตัวเองเพื่ออนาคตที่คาดฝันไว้ ซึ่งการวางแผนทางการเงินถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

 

นี่แค่เพียง 1 ตัวอย่าง ซึ่งพี่ชายยังโชคดีที่ไม่เจอภาวะตกงาน หรือต้องเปลี่ยนงานใหม่กะทันหัน และยังใช้เงินอย่างประหยัดรู้จักคุณค่าของเงิน แต่ยังพลาดท่ากับการวางแผนทางการเงิน เพราะลืมคำนึงในหลายๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้น จนสุดท้ายประกันต้องหลุดมือไป

 

แต่สำหรับใครหลายๆ คน ผู้เขียนคิดว่าอาจจะยังไม่เคยวางเป้าหมายทางการเงินอย่างจริงจัง อาจแค่จินตนาการลอยๆ ว่าอยากมีบ้าน มีรถ หรือแต่งงาน แต่ยังไม่เคยคำนวนหรือตั้งเป้าหมายเรื่องเงินว่าควรจะเก็บหรือใช้เท่าไหร่ยังไง และหลายๆ คนยังคงใช้เงินกันอย่างมือเติบเพราะคิดว่ายังมีแรงกายหาใหม่ได้

 

แต่เชื่อเถอะการวางแผนเรื่องการเงินอย่างจริงจังตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ ย่อมเป็นผลดีในระยะยาวอย่างแน่นอน

--------------------------------
แอปพลิเคชัน “Lumpsum” ผู้ช่วยในการวางแผนทางการเงินจาก efin ดาวน์โหลดได้แล้วฟรี

 

ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ Lumpsum ได้แล้วที่นี่
iOS
Android