ไม่มีรายการ

มาแล้ว ! "มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินเชื่อรถยนต์"

04 มิถุนายน 2564


ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดกิจกรรมเจ๋ง ๆ สำหรับลูกหนี้อีกแล้ว

รอบนี้เป็นงาน "มหกรรมไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์" ที่จัดขึ้นมาเพิ่มเติม

หลัง "มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล" ค่อนข้างเวิร์ค


ความจำเป็นของการจัดงานไกล่เกลี่ยสินเชื่อเช่าซื้อ คือ

1.โควิด-19 ยังระบาดต่อเนื่อ ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ รายได้หาย-รายจ่ายเท่าเดิม

2.ลูกหนี้ที่ผ่อนรถเริ่มขาดส่งและอาจจะนำไปสู่การถูกยึดรถ

3.ไม่มีหน่วยงานดูและเฉพาะ เป็นเหตุให้เกิดการปฏิบัติไม่เหมาะสมบางจุด


ดังนั้น ธปท..จึงร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงกระทรวงยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อจัดงานนี้ขึ้นมา


โดยมีผู้ให้บริการ 12 แห่ง ประกาศตัวเข้าร่วมโครงการแล้ว คือ

1.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

2.ธนาคารไทยธนชาติ จำกัด (มหาชน)

3.ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

4.บริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ จำกัด

5.บริษัท สีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด

6.บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลิส จำกัด (มหาชน)

7.บริษัท กรุงไทยธรกิจลีสซิ่ง จำกัด

8.บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

9.บริษัท ชยภาค จำกัด

10.บริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

11.บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

12.บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชนน)

ซึ่งทั้ง 12 บริษัทมีมาร์เก็ตแชร์รวมถึง 65% ของสินเชื่อเช่าซื้อทั้งระบบ

 

 


จุดเด่นของงานนี้คือจะครอบคลุมกลุ่มลูกหนี้เช่าซื้อ 3 กลุ่ม

1.กลุ่มที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย (NPL) หรือเป็น NPL แล้ว แต่รถยังไม่ถูกยึด

2.กลุ่มที่รถถูกยึดแล้วแต่ยังไม่ถูกขายทอดตลาด

3.กลุ่มที่ขายทอดตลาดแล้ว แต่ยังมีหนี้ส่วนที่ขาด ซึ่งต้องจ่ายเพิ่ม

เป้าหมายของงานนี้คือ ลูกหนี้สามารถเจรจาผ่อนชำระได้ตามความสามารถ เพื่อให้นำรถที่ถูกยึดไปกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากโควิด-19 โดยจะช่วยเหลือตามความเหมาะสมและความสามารถของลูกหนี้ และจะพิจารณาความช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมให้มากที่สุด


ลูกหนี้ทั้ง 3 กลุ่มจะได้อะไรจากงานนี้บ้าง ?

1.ลูกหนี้ดีแต่เริ่มขาดสภาพคล่อง

-สามารถขอปรับโครงสร้างหนี้ได้

-สามารถขอลดค่างวดได้

-สามารถขอขยายเวลาชำระหนี้ได้

-สามารถขอพักชำระนี้ได้ 3 เดือน


โดยการคิดดอกเบี้ยจะคิดจากมูลคงค้าง คือ ปกติสินเชื่อเช่าซื้อจะคิดดอกเบี้ยคงที่ (Flat rate) ส่งผลให้ดอกเบี้ยทั้งหมดจะเฉลี่ยอยู่ในค่างวดแต่ละงวดแล้ว แต่หากขอพักชำระหนี้ผ่านมาตรการนี้ จะคิดดอกเบี้ยใหม่จากยอดหนี้ที่พักชำระเท่านั้น


เช่น ขอพักชำระ 3 งวด ก็จะคิดดอกเบี้ยเพียง (ค่างวด x ดอกเบี้ย) / จำนวนงวดที่ขอพักชำระ ไม่ใช่คิดดอกเบี้ยจากมูลหนี้ทั้งหมดตามสัญญา
(จำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะข้อนี้ เวลาเจรจาจะได้ไม่เสียเปรียบ)


ขณะเดียวกันลูกที่เคยขอพักชำระหนี้ไปแล้ว หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้่ไปแล้วช่วงก่อนหน้านี้ และได้รับผลกระทบจากโควิดจนไม่สามารถผ่อนต่อได้
ก็สามารถขอคืนรถยนต์เพื่อลดภาระได้ โดยสามารถเจรจาขอให้ยกหนี้ส่วนเกินหลังขายทอดตลาดได้อีกด้วย


2.ลูกหนี้ที่ถูกยึดรถแล้ว แต่ยังไม่ขายทอดตลาด

กลุ่มนี้หากอยากได้รถกลับมาใช้อีกครั้ง สามารถขอเจรจาเพื่อขอรถที่ถูกยึดคืนกลับมาใช้งาน โดยเจ้าหนี้จะชะลอการขายทอดตลาดและปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะสำเร็จ เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีหน่วยงานกำกับ และแนวทางที่ชัดเจน ส่งผลให้เจรจาได้ยาก หากรถถูกยึดไปแล้ว


3.ลูกหนี้่ที่รถยนต์ถูกขายทอดตลาดไปแล้ว และมีส่วนต่างคงค้าง

กลุ่มนี้สามารถขอเจรจาเพื่อลดภาระหนี้คงค้างได้ โดยจะคิดตามส่วนต่างคงค้างที่แท้จริงเท่านั้น ไม่ใช่จากมูลค่ารถ ซึ่ง สคบ.และ ศาลยุติธรรม จะช่วยดูแลส่วนนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสต่อลูกหนี้มากที่สุด และมีการพัฒนา App เพื่อใช้คำนวณหนี้ส่วนขาดที่แท้จริง สามารถใช้งานได้ที่ https://www.ocpb.go.th/debt/


งานนี้เป็นกิจกรรมผ่านออนไลน์ทั้งหมด ตั้งแต่ 1 มิ.ย.-31 ก.ค.64 ผ่านช่องทางหรือ URL ดังต่อไปนี้


http://mediation.coj.go.th

www.ocpb.go.th

www.bot.or.th

www.1213.or.th

www.egov.go.th

 

ไปครับไปเลย นักผ่อนรถท่านใดเริ่มมีปัญหา ไปขอความช่วยเหลือโลด เชื่อผม โครงการที่ผ่าน ธปท.มา ช่วยได้จริง ผมไปใช้งานมาแล้วก่อนหน้านี้

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ