ไม่มีรายการ

จัดพอร์ตกองทุนรวม ควรมีกี่กองทุนในพอร์ต

14 ธันวาคม 2564


กองนั้นก็ดี กองนี้ก็น่าสนใจ

มีแต่กองทุนน่าซื้อไปหมดเลย เคาะซื้อรัว ๆ

กลับมาดูพอร์ตอีกที โอ้โห!! เยอะไปหมด

แล้วจะมอนิเตอร์ยังไงละทีนี้

 

เคยเป็นกันมั้ย?

แอดเองก็เคยเป็นมาก่อน กว่าจะก็ตั้งหลักได้

กลับมาจัดพอร์ตให้เข้าที่เข้าทาง

ก็เหนื่อยไม่ใช่น้อยเหมือนกันครับ

 

นอกจากเราจะใช้เทคนิคจัดพอร์ตแบบมือโปร Core-Satellite Portfolio แล้ว

อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ต้องรู้ว่าควรมีกี่กองทุนในพอร์ต

เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลและปรับพอร์ตตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

ควรมีกี่กองทุนในพอร์ตนั้น ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยดีกว่าครับ

 

การลงทุนส่วนหลัก (Core portfolio) ที่เงินลงทุนส่วนใหญ่ราว 60% – 70% จะอยู่ในส่วนนี้ เพื่อให้เงินลงทุนมีมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนในระยะยาว จึงควรเน้นการลงทุนกองทุน Index Fund

การจัดพอร์ตแบบ Core-satellite portfolio เป็นการแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการลงทุนส่วนหลัก (Core portfolio) ที่เงินลงทุนส่วนใหญ่ราว 60% – 70% จะอยู่ในส่วนนี้ เพื่อให้เงินลงทุนมีมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนในระยะยาว จึงควรเน้นการลงทุนกองทุน Index Fund

ส่วนที่สองเป็นการลงทุนส่วนเสริม (Satellite portfolio) ที่เงินลงทุนอีก 30% – 40% จะอยู่ในส่วนนี้ เพื่อโอกาสในการทำกำไรส่วนเพิ่มในระยะสั้น-กลาง จึงต้องเน้นการลงทุนในกองทุน Thematic Fund (แบบ Active Fund)

 

ส่วนแรกคือการลงทุนส่วนหลัก (Core portfolio) ควรมีกองทุนในส่วนนี้ 3-5 กองทุน อีกส่วนคือการลงทุนส่วนเสริม (Satellite portfolio) ควรมีกองทุนในส่วนนี้ 4-6 กองทุน โดยลงทุนใน 2-4 Sectors/ธีม

สำหรับการจัดพอร์ตแบบ Core-satellite portfolio จะแบ่งเงินลงทุนออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรกคือการลงทุนส่วนหลัก (Core portfolio) ควรมีกองทุนในส่วนนี้ 3-5 กองทุน โดยเน้นการลงทุนในกองทุนที่อิงกับดัชนี (Index Fund) ในประเทศหรือภูมิภาคที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างมั่นคง 3-5 ประเทศ/ภูมิภาค เช่น สหรัฐฯ จีน ยุโรป ญี่ปุ่น ไทย เป็นต้น

อีกส่วนคือการลงทุนส่วนเสริม (Satellite portfolio) ควรมีกองทุนในส่วนนี้ 4-6 กองทุน โดยลงทุนใน 2-4 Sectors/ธีม ในกลุ่มที่เห็นว่ามีโอกาสทำกำไรระยะสั้น-กลางได้ หรือเป็นเทรนด์ของตลาดในช่วงนั้น ๆ เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่ม Healthcare กลุ่ม EV หรือ Blockchain เป็นต้น ตลอดจนสินทรัพย์ทางเลือกอย่างน้ำมันหรือทองคำ

 

ในส่วน Core แบ่งการลงทุนเป็น 3 กองทุนใน 3 ประเทศ คือ กองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ 25% กองทุนรวมหุ้นไทย 25% และกองทุนรวมหุ้นจีน 20%  ขณะที่ส่วน Satellite แบ่งลงทุนเป็น 4 กองทุน (อยู่ในช่วง 4-6 กองทุน) คือ กองทุนเกี่ยวกับหุ้นเทคฯ 10% กองทุน EV 10% กองทุน Health care 5% และกองทุนทองคำ 5%

ตัวอย่างการจัดพอร์ตกองทุนรวมแบบ Core-Satellite Portfolio

จะเห็นว่าในส่วน Core แบ่งการลงทุนเป็น 3 กองทุนใน 3 ประเทศ คือ กองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ 25% กองทุนรวมหุ้นไทย 25% และกองทุนรวมหุ้นจีน 20%

ขณะที่ส่วน Satellite แบ่งลงทุนเป็น 4 กองทุน (อยู่ในช่วง 4-6 กองทุน) คือ กองทุนเกี่ยวกับหุ้นเทคฯ 10% กองทุน EV 10% กองทุน Health care 5% และกองทุนทองคำ 5%

ปล. การจัดพอร์ตข้างต้นเป็นเพียงการยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้น ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้ลงทุนตามแต่อย่างใดนะครับ


การจัดพอร์ตกองทุนรวม

1. เราสามารถจัดพอร์ตแบบมือโปรด้วยเทคนิค Core-Satellite Portfolio

2. พอร์ตรวมควรมีกองทุนไม่เกิน 10 กองทุน

3. กองทุนส่วนหลัก (Core portfolio) เน้นดัชนี (Index Fund)

4. กองทุนส่วนเสริม (Satellite portfolio) เน้นลงทุนใน 2-4 Sectors/ธีม ในกลุ่มที่เห็นว่ามีโอกาสทำกำไรระยะสั้น-กลางได้ หรือเป็นเทรนด์ของตลาดในช่วงนั้น ๆ

 


อ้างอิง :
https://www.setinvestnow.com/

www.morningstarthailand.com

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ