ไม่มีรายการ

ไม่โปะ ไม่รีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยอาจแพงกว่าค่าบ้าน

ไม่โปะ ไม่รีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ยอาจแพงกว่าค่าบ้าน

05 มีนาคม 2567


ดอกเบี้ย เป็นสิ่งที่คนผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หลายคนเกลียด เพราะเหมือนเป็นการเสียเงินไปเปล่าๆ โดยที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย โดยเฉพาะกับดอกเบี้ยบ้าน บางคนจ่ายค่าบ้านเดือนละ 15,000 แต่เข้าเป็นเงินต้นเพียง 3,000 ส่วนอีก 12,000 เข้าดอกล้วนๆ

 

นั่นหมายความว่าถ้าเราผ่อนบ้าน โดยที่ไม่ทำอะไรเลย เงินที่ผ่อนไปทุกๆเดือน จะเข้าไปเป็นค่าดอกเบี้ย และเข้าไปตัดต้นเพียงน้อยนิด ถ้าสมมุติว่าเราผ่อนบ้านในราคา 2 ล้าน ในอัตราดอกเบี้ยที่ 5% และผ่อนไปเรื่อยๆ เมื่อผ่อนจนครบแล้ว เราจะเสียเงินรวมดอกเบี้ยทั้งหมด 3,865,115 บาท ราคามากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว !! (ซื้อบ้าน 2 ล้าน แต่เสียเงินไปเกือบ 4 ล้าน)

 

เราจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ 2 ตัวช่วยหลัก อย่างการโปะ กับการรีไฟแนนซ์เพื่อประหยัดเงินที่จะต้องเสียให้ได้มากที่สุด

 

-การโปะ

 

จะเป็นการจ่ายเงินเพิ่มเข้าไป เช่น ถ้าเราผ่อนปกติเดือนละ 15,000 จะเข้าเงินต้นเพียง 3,000 ส่วนอีก 12,000 เป็นดอกเบี้ย ก็ให้เราจ่ายเพิ่มไปเป็น 20,000 บาท เพราะส่วนที่เพิ่มมาจะเข้าเงินต้นล้วนๆ เป็นเข้าดอกเท่าเดิมที่ 12,000 ส่วนอีก 8,000 จะเป็นเงินต้น และพอเราโปะไปเรื่อยๆ จำนวนเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยที่ต้องเสียในแต่ละเดือนก็จะลดลงตามไปด้วย

 

-การรีไฟแนนซ์บ้าน

 

จะเป็นการขอกู้กับธนาคารใหม่ เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยลง จากปกติที่ต้องผ่อนในอัตราดอกเบี้ย 5% ถ้าเราสามารถรีไฟแนนซ์ไปหาธนาคารใหม่ ที่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือ 3% ต่อปี ก็จะลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนไปได้เยอะเลย โดยการรีไฟแนนซ์ควรทำทุกๆ 3 ปี หรือหลังจากหมดสัญญา เพื่อทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำอยู่เสมอ

 

 สรุป

 

ซึ่งในมุมมองของผม ก็มองว่าสำหรับคนที่ผ่อนบ้านอยู่ ควรทำทั้ง 2 อย่างคู่กันเลย ทั้งการโปะและรีไฟแนนซ์ ถ้าโปะเพิ่มต่อเดือนไม่ไหวเพราะค่าใช้จ่ายเยอะ ก็สามารถรอเงินโบนัสสิ้นปี แล้วโปะเพิ่มทีเดียวก็ได้ เป็นการลดเงินต้นได้เหมือนกัน และพอผ่อนครบกำหนดหรือครบ 3 ปี ก็ไปทำเรื่องรีไฟแนนซ์ให้ดอกเบี้ยต่ำอยู่ตลอดเวลา

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ