ไม่มีรายการ

ฝากเงินกับธนาคาร Vs ออมเงินในรูปแบบประกันชีวิต

18 พฤษภาคม 2564


เมื่อเรามีเงินเราฝากกับธนาคารก็น่าจะอุ่นใจได้ว่า เรามีเงินสดสำรองในกรณีฉุกเฉิน ส่วนประกันชีวิตที่เราจ่ายๆ ไป รายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี เอ...มันได้อะไร สู้เราเอาเงินไปฝากธนาคารดีกว่ามั๊ย

ทั้งหมดนี้มีคำตอบ ให้เพื่อนๆ ได้ไปตัดสินใจระหว่างการฝากเงินกับการออมเงินในรูปแบบประกันชีวิตมีดีอย่างไรบ้าง และเราจะได้อะไรที่มากกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคาร ทั้งหมดนี้หลักๆ

สรุปมาจากคลิปให้ความรู้ของ “กองทุนประกันชีวิต”  ซึ่งอธิบายไว้ได้ดีมาก และเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนค่ะ

 

การฝากเงินกับธนาคาร แตกต่างกับการเก็บออมเงินในรูปแบบประกันชีวิตอย่างไร?

การฝากเงินกับธนาคาร เมื่อเราฝากเงินไปแล้วเราจะได้ “ดอกเบี้ย” เป็นการตอบแทน ซึ่งผลตอบแทนที่ได้เปรียบเหมือนกับ “การขึ้นบันได” ยกตัวอย่างเช่น

เราฝากเงินกับธนาคารทุกปี ปีละ 20,000 บาท ฝากไป 5 ปีมีเงินต้นอยู่ที่ 100,000 บาท พอครบ 5 ปีเราจะได้เงินจำนวน 100,000 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ย พูดง่ายๆ ก็คือว่า ฝากไว้เท่าไหร่ก็ถอนได้เท่านั้นพร้อมดอกเบี้ย มันจึงเหมือนกับการขึ้นบันได ที่เราค่อยๆ เก็บสะสมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นทุกปี นับว่าเป็นการวางแผนการเก็บเงินที่ดีสำหรับทุกคนในรูปแบบที่ปลอดภัย

สถาบันที่ดูแลเงินฝากของเรา คือ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ตามพระราชบัญญัติ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ.2551 ส่วนสถาบันที่กำกับดูแลเรื่องการธนาคารคือ ธนาคารแห่งประเทศไทย

การออมเงินในรูปแบบการทำประกันชีวิต ผลตอบแทนที่ได้ “เหมือนเป็นการขึ้นลิฟต์” ทีนี้ขึ้นลิฟต์อย่างไร มาดูตัวอย่างกัน

เราทำประกันชีวิตระยะเวลา 10 ปี ชำระค่าเบี้ยประกันปีละ 20,000 บาท ทุนประกัน 1,000,000 บาท ชำระค่าเบี้ยไปแล้ว 5 ปีรวมเบี้ยประกัน 1 แสนบาท

แล้วอยู่ดีๆ เกิดเสียชีวิตขึ้นมา บริษัทก็จะจ่ายเงินให้ 1,000,000 บาทเลยนะ (ทั้งที่เงินที่เราออมไว้แค่ 100,000 บาท) แบบนี้เราเรียกว่า “การใช้เงินโดยอาศัยมรณกรรม”

แต่ถ้าทำประกันชีวิตไปแล้ว และเราอยู่จนครบระยะเวลา 10 ปี บริษัทที่เราทำประกันไว้ก็จะจ่ายเงินคืนให้ผู้รับประโยชน์ตามทุนประกัน 1,000,000 บาท พร้อมผลประโยชน์อย่างอื่นตามที่ได้ตกลงกันไว้แบบนี้เรียกว่า “การใช้เงินโดยอาศัยการทรงชีพ”

สถาบันที่ดูแลเงินออมประกันชีวิตของเรา คือ กองทุนประกันชีวิต ส่วนสถาบันที่กำกับดูแลเรื่องการประกันชีวิตคือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

การทำประกันชีวิตจึงเป็นทั้ง “การบริหารความเสี่ยง” เป็นทั้ง “ทางเลือกการออมเงิน” ที่ดีอีกแบบหนึ่ง เพราะช่วยบรรเทาความเสียหายได้

ถ้าเมื่อไหร่ที่เกิดความสูญเสียขึ้นมา แม้ว่าไม่ครบระยะเวลาตามสัญญาบริษัทประกันก็จะจ่ายเงินให้ตามกรมธรรม์ นอกจากนั้น เรายังสามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

 

หากคุณกำลังมองหาแบบประกันที่เหมาะกับตัวคุณ หรือเหมาะกับงบที่คุณมี สามารถเช็คและเปรียบเทียบประกันทั้งหมดที่นี่ คลิก

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ