ไม่มีรายการ

ประนอมหนี้ขออะไรได้บ้าง?

ประนอมหนี้ขออะไรได้บ้าง?

24 กุมภาพันธ์ 2566


เริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหวแล้วอะดิ ดูออก! ใจเย็นๆนะ ตั้งสติแล้วอ่านให้จบ แล้วคุณจะพบกับทางออก ...


เชื่อว่าหลายท่านยังไม่รู้ การเป็นหนี้ในระบบทุกประเภท หากเริ่มจ่ายคืนเขาไม่ไหว สามารถเจรจาประนอมหนี้ได้นะ!


ไม่ต้องรอให้ถูกฟ้องแล้วไปเคลียร์ที่ศาล ทำได้เลยหากรู้ตัวว่าไม่มีกำลังชำระแล้ว วิธีนี้โคตรแจ่มสำหรับลูกหนี้ที่สภาพคล่องเริ่มแย่ รีบไปคุยกับเจ้าหนี้เลย ก่อนจะเข้าสู่ภาวะผิดชำระ ซึ่งจะมีความยุ่งยากกว่า และมีเบี้ยปรับต่าง ๆ วุ่นวายเลยล่ะ เหมือนทำผิดแล้วมอบตัวหรือสารภาพก่อน โทษหนักย่อมกลายเป็นเบา...


การเป็นลูกหนี้สมัยนี้ มีทางเลือกค่อนข้างเยอะ เพราะสามารถเรียกร้องหรือร้องขอเจ้าหนี้ได้ หากเริ่มไม่โอเคกับสถานภาพที่เป็นอยู่...


เรียกได้ว่าเจ้าหนี้ต้องเกรงใจพอสวมควรเลยล่ะ ^^


การประนอมหนี้ ขอได้หลายวิธีเลย ได้แก่


1.ขอปรับ-ลดอัตราดอกเบี้ย : ปัจจุบันใช้กันบ่อยกับการผ่อนบ้าน โดยเฉพาะหลังผ่อนไปแล้ว 3 ปี ซึ่งเราสามารถไปขอลดดอกเบี้ยได้ เพื่อให้การผ่อนต่องวดตัดเงินต้นมากขึ้น หนี้จะได้หมดเร็วขึ้น ....


หรือบัตรเครดิต สามารถขอให้ปรับการคิดดอกเบี้ยใหม่ได้ เช่นปกติจ่ายแบบขึ้นต่ำ ซึ่งรู้กันว่าโดน 2 เด้ง แต่หากจ่ายไม่ไหว เงินต้นไม่ลดเลย สามารถขอเปลี่ยนวิธีการคิดดอกเบี้ยใหม่ อาจจะรวมยอดหนี้คงค้าง แล้วผ่อนเป็นแบบสินเชื่อบุคคลได้ แต่ต้องถูกยกเลิกสิทธิใช้บัตรทันที


2.ขอลดค่างวด/ขยายเวลาชำระหนี้ : อันนี้ก็ตรงตัว เช่น ผ่อนบ้านเดือนละ 15,000 บาท แต่เริ่มไม่ไหว รายได้หาย สภาพคล่องหด ผ่อนอัตราเดิมไม่ได้ละ ไปขอเขาลดได้เลย เจรจาให้ได้ในจำนวนที่เราไหว บอกไปเลยหากยังจ่ายเท่าเดิม มีผิดชำระแน่ ซึ่งวิธีนี้จะต้องขอยืดเวลาการผ่อนควบคู่กันไป


ใช้กับการผ่อนรถได้เหมือนกันนะ หลักการเดียวกัน เพียงแต่รถคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ อาจจะต้องมีการคำนวณระยะเวลาการผ่อนใหม่


3.ขอให้คิดดอกเบี้ยในอัตราปกติที่ไม่ผิดนัด : อันนี้ต้องขอทุกครั้งทุกกรณีเลยนะครับ เพราะเวลาประนอมหนี้ มันคือการจ่ายหนี้ไม่ไหว เจ้าหนี้บางรายอาจใช้อัตราดอกเบี้ยแบบผิดนัดกับเรา ซึ่งต้องเคลียร์ให้ชัดไปเลยว่าขอดอกเบี้ยแบบปกตินะ แค่นี้เราก็แย่พออยู่แล้ว...


4.ขอลดค่าธรรมเนียม-ค่าปรับผิดชำระ : บางรายเงินช็อตไปแล้ว ผิดชำระไปแล้ว 1-2 เดือน เริ่มมีค่าธรรมเนียมละค่าปรับต่าง ๆ งอกมา เราขอให้เข้าลดหรือไม่คิดในส่วนนี้ได้นะครับ


5.ขอพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยภายในระยะเวลาหนึ่ง : วิธีนี้มีมานานแล้วนะครับ ก่อนโควิด-19 เสียอีก คือสามารถเจรจาเป็นรายกรณีไป เช่น ตอนนี้มีปัญหา แต่อีก 4 เดือนจะมีโบนัส หรือเงินพิเศษเข้ามา โดยต้องแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่าจะมีแน่ๆนะ แบบนี้สามารถขอให้เจ้าหนี้พิจารณาได้


6.รวมหนี้เป็นก้อนเดียว ผ่อนชำระแบบก้อนเดียว : อันนี้เหมือนรีไฟแนนซ์หนี้ แต่จะเวิร์กกับกรณีที่มีหนี้หลายแบบกับเจ้าหนี้รายเดียว เช่น มีหนี้บ้าน, รถ และ บัตรเครดิตกับ แบงก์ A แต่เริ่มจ่ายไม่ไหวสักทางแล้ว สามารถขอรวมหนี้เป็นก้อนเดียว คิดอัตราดอกเบี้ยรูปแบบเดียว แล้วผ่อนชำระรวมก้อนเดียวทุกหนี้ได้


7.ขอโอนหลักทรัพย์เป็นของธนาคารชั่วคราวและจะซื้อคืน : (อันนี้ใช้กับหนี้สินเชื่อบ้านเท่านั้น) ลักษณะเหมือนการขายฝากแล้วเช่าบ้านตัวเองอยู่ โดยปกติจะคิดค่าเช่าที่ประมาณ 0.4-0.6% ของหลักทรัพย์ เหมาะกับลูกหนี้ที่คาดว่าจะขาดรายได้ในระยะ 1 ปี วิธีนี้จะช่วยให้จ่ายค่าเช่าที่ต่ำกว่าค่างวดผ่อนในระยะยาวได้ โดยทำสัญญาจะซื้อคืน หากมีศักยภาพเพียงพอเหมือนเดิม ซึ่งเจ้าหนี้จะขายคืนให้คิดราคาจากยอดหนี้คงเหลือ


เห็นไหมว่า ลูกหนี้ยุคใหม่ทางเลือกค่อนข้างเยอะ ก่อนเป็นหนี้เสีย ก่อนถูกฟ้องร้อง รีบไปเจรจาซะ เพราะง่ายกว่าเยอะ ไม่ต้องวุ่นวาย และเสียประวัติ ชิงเคลียร์ก่อนเลย...


"คุณพี่ ตอนนี้แย่มาก ไม่มีเงินใช้หนี้แล้ว ขอประนอมหนี้ได้ไหม..." ของแบบนี้เรามอบตัวก่อน ความน่าเห็นใจจากเจ้าหนี้จะสูงกว่า เหมือนที่ว่า "บอกก่อนเรียกชี้แจง บอกทีหลังเรียกแก้ตัว"


แต่อย่าลืม!!! ต้องพยายามให้เหมือนตอนไปขอกู้ ทำงบการเงินล่วงหน้าไปแสดง หาหลักฐานการขาดรายได้ให้มากที่สุด อย่าติดต่อครั้งเดียว อย่าคุยกับพนักงานแค่คนเดียว ไปสำนักงานใหญ่/สาขา ดีที่สุด ครั้งแรกไม่ผ่าน ต้องพยายามจนกว่าจะได้ นะครับ...


หนึ่งเอง หนึ่งไง จะใครล่ะ ^^

 

ขอสินเชื่อผ่าน Lumpsum กู้ง่าย ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ดีลกับแบงก์โดยตรง คลิกเลย

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ