ไม่มีรายการ

10 กองทุนสหรัฐฯ ติดดาว เติบโตไปกับมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก ควรมีไว้ติดพอร์ต

08 กรกฎาคม 2565


ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าสหรัฐอเมริกาเป็นมหาอำนาจเศรฐกิจโลก ทั้งจากขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด และอำนาจทางเศรษฐกิจในด้านเทคโนโลยีมากที่สุดในโลก ตลอดจนบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก ล้วนอยู่ในสหรัฐฯ

สิ่งเหล่านี้นับเป็นโอกาสที่เราจะไปสามารถเข้าไปลงทุนบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ผ่านกองทุนรวม โดยเฉพาะในจังหวะตลาดขาลง ที่จะทำให้เราเก็บของได้ถูกไว้ขายแพง

 

 

วันนี้เราจะไปดูกันครับว่า

10 กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ติดดาว

จะมีกองทุนไหนบ้าง และจะน่าเข้าไปลงทุนจริงหรือไม่

ทำไมต้องโกอินเตอร์

ทำไมต้องโกอินเตอร์

- เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากกว่า เช่น ถ้าเน้นลงทุนในหุ้น ก็มีหลักทรัพย์ชั้นนำทั่วโลกกว่า 10,000 บริษัท เป็นต้น

- เพิ่มทางเลือกการลงทุน เพราะมีหลากหลายทางเลือกในการลงทุนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ ETF ฯลฯ

- กระจายความเสี่ยงการลงทุนได้ทั่วโลก จากการลงทุนได้หลากหลายภูมิภาค หลากหลายธุรกิจ ภูมิภาคนี้แย่ก็โยกไปภูมิภาคที่แย่น้อยกว่าหรือดีกว่า ธุรกิจนี้ดีก็โยกมา เป็นต้น

ทำไมต้องลงทุนในกองทุนหุ้นสหรัฐฯ

ทำไมต้องลงทุนในกองทุนหุ้นสหรัฐฯ

- สหรัฐฯ มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ตัวเลข GDP 21.43 ล้านล้าน USD (พ.ศ. 2563)

- มีบริษัทจดทะเบียนยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ถึง 15 บริษัท ที่ติดอันดับ 20 บริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ข้อมูลณ วันที่ 28 มิ.ย. 2565)

ทำความรู้จักและเข้าใจดัชนีหุ้นสหรัฐฯ

ทำความรู้จักและเข้าใจดัชนีหุ้นสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มี 3 ดัชนีหลัก คือ

1. ดัชนี S&P 500 (SP500) เป็นดัชนีนี้วัดมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่ที่สุด 500 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งถือกันว่าดัชนีที่เป็น "ภาพแทน" ที่ดีที่สุดเวลาประเมินภาพรวมของตลาดหุ้นอเมริกาโดยรวม

2. ดัชนี Nasdaq 100 (NQ100) สหรัฐฯ มีจุดเด่นอย่างหนึ่งคือ เป็นประเทศที่มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จำนวนมาก และบริษัทเหล่านี้ล้วนจดทะเบียนในตลาดหุ้น จึงส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีฯ จนเป็ฯที่มาของการพัฒนาดัชนี NASDAQ 100 ซึ่งวัดเฉพาะมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน 100 บริษัท ที่เป็นบริษัทในอุตสาหกรรม "เทคโนโลยี" ที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้น หากจะดูหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี สามารถดูจากดัชนี NASDAQ 100 ก็เพียงพอแล้ว

3. ดัชนี Dow Jones 30 (DJI30) ดัชนีดาวโจนส์มีแนวคิดคล้ายกับ S&P500 แต่จะวัดมูลค่าเฉพาะ 30 บริษัท ที่ประเมินแล้วว่าเป็น 30 บริษัท ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถ้า S&P500 สะท้อนภาพรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีดาวโจนส์ก็เป็นภาพสะท้อน "หัวใจ" ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และอาจจะพูดได้ว่าเป็นภาพสะท้อนเศรษฐกิจโลก เพราะบริษัทส่วนใหญ่ในดัชนีดาวโจนส์มีแหล่งรายได้หรือมีอิทธิพล ไม่ใช่เฉพาะกับคนอเมริกาเท่านั้น แต่ยังเป็นบริษัทข้ามชาติที่รับรู้รายได้จากทั่วโลก ฉะนั้น ยอดขายที่สูงขึ้นหรือลดลงของบริษัทเหล่านี้ ก็ถือเป็นตัวแทนของเศรษฐกิจโลกกลาย ๆ ด้วยเช่นกัน

ที่มา : admiralmarkets

10 อันดับกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ติดดาว

10 อันดับกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ติดดาว

จากตารางจะเห็นว่าผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี ทั้ง 10 กองทุนให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีในระดับ 9% ขึ้นไป และ 5 ปี ให้ตอบแทนเฉลี่ยระดับ 8% ขึ้นไป ฉายภาพว่าการลงทุนระยะยาวในกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนน่าสนใจ

แม้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจะติดลบเป็นส่วนใหญ่ แต่นั่นก็เป็นโอกาสเก็บของถูก ไว้ขายแพง โดยเราสามารถใช้กลยุทธ์ DCA ประยุกต์ ด้วยการซื้อเพิ่มในช่วยตลาดขาลง เพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนให้ต่ำลงกว่าเดิมได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมี 3 กองทุน ที่สามารถลงทุนขั้นต่ำด้วยเงินเพียง 1 บาท จึงเป็นโอกาสสำหรับมือใหม่ที่ยังทุนน้อย สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายยิ่งขึ้น

หมายเหตุ : ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

เลือกกองทุนหุ้นสหรัฐฯ กองไหนดี

เลือกกองทุนหุ้นสหรัฐฯ กองไหนดี

- ให้ Morningstar ช่วย เน้นกองทุนที่ได้ 3 ดาวขึ้นไป

- ถ้าตั้งใจให้กองทุนหุ้นเมกาเป็นหนึ่งในกองทุนหลักในส่วน Core Portfolio ควรเลือกกองที่เป็น Passive Fund

- ดูผลตอบแทนในอดีต

- ดูว่าจ่ายหรือไม่จ่ายปันผล

- ดูค่าธรรมเนียม

- ดูขั้นต่ำซื้อลงทุน

บทสรุป

บทสรุป

บทความแนะนำล่าสุด


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ