ไม่มีรายการ

ตายแล้ว...เงินไปไหน ?

21 กุมภาพันธ์ 2563


 หึ หึ หลังวาเลนไทน์สัปดาห์เดียว เขียนเรื่อง ตาย ! กันเลยทีเดียว

แต่ผมยังอยู่ดีนะ บุคคลอันเป็นที่รักก็ยังสุขสบายดีครับ

หยิบยกเรื่องนี้มาคุยกันเพราะว่า...เพื่อนผม พ่อตาย ! ครับ

ที่นี้สิ่งที่พูดเล่นกันมาตลอดว่า พ่องตาย ! เป็นจริงเสียแล้ว ไม่ขำอีกต่อไป

หลังผ่านพ้นพิธีกรรมทางศาสนา กลับมีประเด็นที่น่าสนใจเกิดขึ้น

นั่นคือคุณ "พ่อ" ไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้

บ้านนี้มีพี่น้อง 3 คน

แถมมีลูกบุญธรรมอีก 1 คน

และมีภรรยาเพิ่มอีก 1 คน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส (คุณแม่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว)

 

ปัญหาที่เกิดก็คือ คนที่ยังอยู่พยายามจะเคลมสมบัติกันจ้า

เพื่อนผมมาเล่าเชิงปรึกษาว่าเอาไงดี

พี่คนโต, น้องคนเล็ก, น้องเล็กสุดที่เป็นลูกบุญธรรม และ แม่เลี้ยง ต่างอยากได้สิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้

แถมมีป้า (พี่สาวพ่อ) ที่ช่วยเลี้ยงพี่คนโตอยากจะแจมด้วยอีก

 

สินทรัพย์ที่แย่งกันอยู่นั้นไม่น้อยนะครับ ประกอบด้วย

1. ที่ดินทองหล่อ 40 ไร่

2. เงินสดในธนาคาร 8 ล้านบาท

3. มีกรมธรรม์ประกันชีวิตมูลค่า 2 ล้านบาท

4. เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมูลค่า 1 ล้านบาท

 

ผมจึงลองไปศึกษาและสอบถามนักกฎหมาย

กรณีแบบนี้ทำไงดี เพราะอยากช่วยเพื่อน

เผื่อมันจะตอบแทนด้วย Member สักแห่ง ^^

 

เรื่อง Member ล้อเล่นนะครับ ฮ่า ๆ

ที่จริงผมก็มาคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์

ต่อครอบครัวเพื่อนผม, ตัวผมเอง (ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน) และ ผู้อ่านทุกท่าน

 

สรุปว่า ประเด็นนี้ซับซ้อนพอสมควร

คือเรื่องนี้จะง่ายมากถ้าคุณพ่อทำ "พินัยกรรม" ไว้

เพราะ "ผู้รับมรดกตามพินัยกรรม" คือลำดับชั้นสูงสุด

ได้แน่ ได้ก่อน ได้ไปเลย เอาไปเถอะเขาให้ ...

แต่เมื่อไม่ได้ทำพินัยกรรมก็ต้องไปว่ากันต่อที่ "ผู้รับมรดกโดยธรรม"

 

ก่อนอื่นพบว่า การรับมรดก มีลำดับชั้นแฮะ

ก็คือ "ผู้รับมรดกตามพินัยกรรม" เอาไปก่อนเลย

หากไม่มีก็ต่อกันที่ "ผู้รับมรดกโดยธรรม" นั่นหมายถึง

1. ผู้สืบสันดาน คือ บรรดาลูก ๆ นั่นแหล่ะ

รวมถึงลูกบุญธรรมด้วยนะ แต่ต้องได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมาย

จะลูกที่มาจากเมียไหนก็ตาม ถ้าเกิดหลังจดทะเบียนสมรส นับอยู่ในนี้หมด

ส่วนข้อ 2-6 ก็ตามชื่อ คือ

2. บิดามารดา

3. พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

4. พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน

5. ปู่ ย่า ตา ยาย

6. ลุง ป้า น้า อา

 

พอทราบลำดับแล้ว

ผู้สืบสันดานและพ่อแม่ (ปู่-ย่า) จะได้รับรับทรัพย์สินก่อนแบบเท่ากัน

แต่บ้านนี้ ปู่-ย่า เสียชีวิตไปนานแล้ว ตัดไป

เหลือลูก 4 คน (รวมลูกบุญธรรมด้วยเพราะจดทะเบียนไว้) จะได้มรดกเท่ากัน

นั่นคือ ทั้ง 4 คนจะได้รับแน่ ๆ คือ

1. ที่ดินคนละ 10 ไร่

2. เงินสดคนละ 2 ล้านบาท

ส่วน "กรมธรรม์ประกันชีวิต" และ "เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ"

มีเงื่อนไขที่ต้องระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้แล้ว ไม่นับรวมเป็นมรดก นะจ๊ะ

กรณีนี้ พ่อ ใส่ชื่อ บุตรบุญธรรม ทั้งหมด ที่เหลือก็อด

แต่ถ้ากรณีทั่วไปใส่ชื่อไว้กี่คนก็แบ่งเท่า ๆ กัน จ้า

 

ด้านแม่เลี้ยง (เมียใหม่พ่อ) ถ้าจดทะเบียนก็จะได้ร่วมหารด้วยนะ

เพราะภรรยาที่มีทะเบียนสมรส ถือเป็น "ผู้สืบสันดาน"

ซึ่งทรัพย์สินที่ได้มาหลังจดทะเบียนจะต้องหารครึ่งก่อนแบ่งให้ผู้อื่นด้วย

เท่ากับจะได้รับมากกว่า...

แต่กรณีนี้ "ไม่มีสิทธิรับ" เพราะไม่มีการจดทะเบียน

จบข่าว

 

ส่วนคุณป้านั้น อดเช่นกันครับ

เพราะพี่น้องร่วมบิดา-มารดา จะได้รับเป็นลำดับที่ 3

ซึ่งต้องไม่มี ลำดับที่ 1.ผู้สืบสันดาน และ 2.บิดามารดา

แม้จะมีบุญคุณกันมากับพี่คนโต แต่ตามกฎหมายไม่นับจ้า

อยากได้ก็ไปขอพี่ชายเพื่อนผมเอาละกัน หึหึ

ลำดับอื่น ๆ ที่ต่อจากคุณป้าก็เลิกหวังไปเลยนะครับ

 

ถ้าทุกอย่างตามนี้ ทุกคนก็จะได้ตามนี้

สิทธิต่าง ๆ ระบุไว้ชัดเจนตามกฎหมาย

ซึ่งเรื่องนี้น่าจะจบด้วยดีนะ...

แต่...หลังจากงานศพ 1 เดือน เจ้าหน้าที่แบงก์มาที่บ้านจ้า

บอกว่าพ่อมีการยอดหนี้กู้ยืมเงินคงค้างจำนวน 20 ล้านบาท !!!

 

งานหยาบละทีนี้ สินทรัพย์ต่าง ๆ ก็แบ่งกันไปแล้ว

ทำไงดี จะเรียกเก็บที่ใคร ยาวแน่ ๆ

งั้นสัปดาห์หน้ามาเล่าให้ฟังต่อนะครับ

กับเรื่อง "ตายแล้ว...หนี้ไปไหน ?"

บทความแนะนำล่าสุด

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ